
คุณพยาบาลจะขอทราบประวัติจากสมุดจดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กตรวจดูประวัติพร้อมทั้งซักถามอาการที่นําคุณแม่มาโรงพยาบาล จากนั้นจะตรวจดูการเปิดขยายของปากมดลูก อัตราการเต้นของหัวใจลูก วัดอุณหภูมิ ความดันโลหิต และชีพจร บางท่านอาจได้รับการ สวนอุจจาระ
ทางการแพทย์ได้แบ่งระยะการคลอดเป็น 3 ระยะคือ
- ระยะเจ็บครรภ์ เริ่มตั้งแต่ปากมดลูกเปิดจนถึงปากมดลูก เปิดเต็มที่ (ประมาณ 10 เซนติเมตร) จะใช้เวลาประมาณ 10 – 12 ชั่วโมงในครรภ์แรก และประมาณ 6 – 8 – 8 ชั่วโมงในครรภ์หลัง
- ระยะคลอด ตั้งแต่คุณแม่เริ่มเบ่งจนทารกคลอดออกมาทั้งตัว ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง
- ระยะรกคลอด คือ ระยะที่ร่างกายขับเอารกและเยื่อหุ้มเด็ก ออกมาใช้เวลาประมาณ 20 นาทีหลังทารกคลอด
การบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอด
โดยปกติการคลอดเป็นเรื่องธรรมชาติ ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยอาศัยองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ตัวทารก ช่องทาง คลอด และกําลังการคลอด เมื่อเข้าสู่ระยะคลอด จะมีการหดรัดตัวของมดลูกทําให้เนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก และช่องคลอดยืดขยายออก ทําให้เกิดความเจ็บปวด ความเครียด และความกลัว ซึ่งมีผลกระทบต่อลูกในครรภ์ ของคุณแม่ โดยอาจทําให้เกิดภาวะพร่องออกซิเจน ดังนั้น การบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอด จะช่วยลด วงจรของความเจ็บ ความเครียด และความกลัว โดย
- ทีมแพทย์และพยาบาลจะให้ความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และการคลอด เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการคลอด
- การเตรียมพร้อมด้านร่างกาย เช่น การบริหารร่างกาย การฝึก Lamaze Technique
- การฝึกจิตให้มั่นคง สร้างความมั่นใจ ขจัดความกลัว สามารถเผชิญกับความเจ็บปวด
Lamaze Technique :
เป็นการฝึกให้คุณแม่มีการมุ่งเน้นที่กระตุ้น และเสริมสร้างให้มีพลังและเกิด ความเชื่อว่าตนเองมีศักยภาพ และสามารถควบคุมกระบวนการคลอดให้ประสบความสําเร็จได้ด้วยตนเอง โดยมีคุณพ่อ ญาติ หรือพยาบาลห้องคลอดเป็นผู้ช่วยเหลือหรือสนับสนุน การใช้เทคนิคการบรรเทา ความเจ็บปวดดังต่อไปนี้
- การหายใจเพื่อลดความเจ็บปวดในระยะคลอด
- การลูบหน้าท้อง
- การนวด
- การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อสําหรับการคลอด
การหายใจเพื่อลดความเจ็บปวดในระยะคลอด :
เมื่อคุณแม่เริ่มอาการเจ็บปวดจากการหดรัดตัวของ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการปวดท้องน้อยเมื่อมีประจําเดือน แต่จะรุนแรงกว่า และมีความถี่ในการ เจ็บปวดมากกว่า ให้ใช้หลักการหายใจ โดยในระหว่างที่มดลูกเริ่มบีบตัว ให้เริ่มหายใจแบบล้างปอด สลับกับการหายใจแบบช้าๆ จนกระทั่งมดลูกเริ่มคลายตัว จึงให้หายใจล้างปอดอีกครั้ง เมื่อคุณแม่เริ่มเข้าสู่ ระยะที่เจ็บครรภ์รุนแรงขึ้น ให้หายใจแบบล้างปอด เมื่อมดลูกเริ่มหดรัดตัว และคลายตัวโดยในระยะที่มดลูก กําลังหดรัดตัวนั้น ให้หายใจแบบตื้นๆ เร็วๆ สลับกับการหายใจแบบช้าๆ จนกระทั่งคุณแม่เข้าสู่ระยะเบ่ง คลอด ให้หายใจล้างปอดเมื่อมดลูกเริ่มหดรัดตัว 1 – 2 ครั้ง หลังจากนั้นให้สูดหายใจเข้าให้เต็มปอด กั้นไว นับ 1 – 10 (ในใจ) แล้วเบ่ง จึงหายใจแบบช้าๆ เพื่อรอการเจ็บครั้งต่อไป จนกว่าลูกจะคลอด
การลูบหน้าท้อง :
การลูบหน้าท้องเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากบริเวณที่เจ็บปวดไปยังที่อื่นและใน ขณะเดียวกันยังเป็นการกระตุ้นพลังประสาทบริเวณผิวหนังทําให้ไม่มีการสั่งสัญญาณประสาทความเจ็บ ปวดไปยังสมองจึงส่งผลให้แม่ตั้งครรภ์ในระยะเจ็บครรภ์ไม่เกิดการรับรู้ต่อความเจ็บปวดดังนั้นการลูบหน้าท้องจึงเป็นการบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีการลูบหน้าท้อง
- นั่งหรือนอนในท่าผ่อนคลาย
- ทํามือทั้งสองข้างให้มีลักษณะเป็นอุ้งมือซึ่งเหมือนกับพนมมือ
- วางมือทั้งสองข้างเหนือหัวหน่าวแล้วลูบขึ้นไปทางมดลูกโดยให้ สัมพันธ์กับการหายใจเข้า สูบมือทั้งสองข้างผ่านลงมาที่จุดเริ่มต้น ใหม่ โดยให้สัมพันธ์กับการหายใจออก สําหรับการลูบหน้าท้อง ให้ทําทุกครั้งที่มดลูกเริ่มหดรัดตัว โดยปฏิบัติอย่างสม่ําเสมอ จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอดได้

การผ่อนคลายกล้ามเนื้อสําหรับการคลอด :
การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จะช่วยกําจัดความเครียดทาง จิตใจ เนื่องจากขณะคลอดจะมีอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ดังนั้นการฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ควรจะทําอย่างสม่ําเสมอวันละ 20 นาที จนเกิดเป็นความเคยชิน โดยมีหลักการฝึกผ่อนคลายดังนี้
- ฝึกควบคุมกล้ามเนื้อทีละส่วน
- เท้า 2 ข้าง
- กล้ามเนื้อ 2 ข้าง
- กล้ามเนื้อก้น สะโพก ช่องคลอด รอบทวารหนัก
- กล้ามเนื้อหน้าท้อง
- กล้ามเนื้อหน้าหลัง
- กล้ามเนื้ออก
- กล้ามเนื้อมือ
- แขน
- ไหล่ทั้ง 2 ข้าง
- กลามเนือคอ คางกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนบน
- การฝึกควบคุมกล้ามเนื้อเป็นกลุ่ม
- กลุ่มมือ แขน ไหล่ ข้างขวา
- กลุ่มมือ แขน ไหล่ ข้างซ้าย
- กลุ่มเท้า ขา สะโพก ข้างขวา
- กลุ่มเท้า ขา สะโพก ข้างซ้าย
การนวด :
ในระยะคลอด คุณแม่จะเจ็บปวดบริเวณกระดูกก้นกบ แผ่ไปจนถึงหน้าขา ดังนั้นการนวด ร่างกายที่เจ็บปวด จะช่วยลดความเจ็บปวดได้ ซึ่งการสัมผัสเป็นสิ่งแรกที่จะสร้างความรู้สึก โดยเฉพาะ ผิวหนัง เป็นส่วนที่ให้ความรู้สึกสัมผัสที่เร็วที่สุด การที่จะสัมผัสตัวเราเอง ผู้อื่น และสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา ถือเป็นสิ่งที่สําคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ ซึ่งจะสร้างความสุขสบาย ส่งผ่านความรู้สึก ความรัก และการตอบสนองต่างๆ ดังนั้นการสัมผัสจึงเป็นวิธีการเบื้องต้นที่จะสื่อสัมผัสรักระหว่างพ่อแม่ไปยังลูก
การเรียนรู้การสัมผัสในระหว่างการตั้งครรภ์ นับเป็นโอกาสที่สําคัญที่ถ่ายทอดความรู้สึกใกล้ชิดระหว่าง พ่อแม่และลูก การนวดเป็นการทําให้เกิดความสบาย ไม่เพียงในขณะตั้งครรภ์เท่านั้น แต่รวมถึงในระหว่าง คลอดด้วย การนวดเป็นการกระตุ้นเนื้อเยื่อภายในร่างกาย และ กระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตไปตาม บริเวณที่มีการนวด ทําให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว วิธีการนวดทุกชนิดควรทําให้เกิดการเคลื่อนไหว เป็นจังหวะ การคลําและลูบอย่างทันทีทันใดนั้น ไม่ทําให้เกิดการผ่อนคลายได้
ชนิดของการนวด
- การนวดเป็นบริเวณ ใช้ฝ่ามือนวดบริเวณผิวหนังเพียงเบาๆ แต่ให้กระชับทั้ง ฝ่ามือ การนวดแบบนี้จะทําให้ผ่อนคลายความเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้
- การนวดแบบนวดแป้ง การนวดนี้ใช้การนวดสลับกับการบีบบริเวณกล้ามเนื้อ
- การนวดแบบเน้น ใช้แรงกดบริเวณที่เป็นกระดูกมากกว่าบริเวณที่เป็นกล้ามเนื้อและผิวหนัง โดยนวดส่งแรงผ่านจากนิ้วมือ และหัวแม่มือ
- การนวดเป็นจุด ใช้นวดที่มีการเจ็บปวดอย่างรุนแรง หรือค่อนข้างรุนแรง โดยการใช้นิ้วหัวแม่มือกด แล้วนวดเป็นวงกลม และใช้แรงนวดค่อนข้างแรง
- การนวดทั่วไป ทุกๆส่วนของร่างกายสามารถทําการนวดได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่ศีรษะ ใบหน้า เลื่อนลงมา เรื่อยๆที่ไหล่ ลําตัว และเท้า การนวดคอและหลัง ทําให้เกิดความสบายอย่างมาก เพราะส่วนเหล่านี้ มักจะปวดเมื่อย และตึงอยู่เสมอ ใช้การนวดโดยวิธีการต่างๆ ให้เหมาะสมกับผู้ต้องการนวด อย่าลืม ว่าการนวดที่ดี ต้องเป็นจังหวะความนุ่มนวลสม่ําเสมอ
การใช้ยา :
เมื่อคุณแม่เข้าสู่ระยะปากมดลูกเปิด 3-4 เซนติเมตร แพทย์สามารถให้ยากลุ่มมอร์ฟีนฉีด เข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่ฤทธิ์ของยาจะมีระยะเพียง 2 – 4 ชั่วโมง เท่านั้น แต่หากคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการระงับปวด โดยการบล็อคหลัง หรือ Epidural Block ก็สามารถทําได้ โดยมีข้อดี คือ แก้ปวดได้ดีกว่า แต่อาจทําให้การเบ่งคลอดไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ แพทย์อาจจะต้องใช้ คีมหรือเครื่องดูดสูญญากาศช่วยคลอดในบางราย
ได้เวลาเบ่งคลอดแล้ว
เมื่อปากมดลูกเปิดหมด คือ 10 เซนติเมตร ศีรษะลูกจะเคลื่อนต่ําลงกดที่อุ้งเชิงกราน คุณแม่จะมี ความรู้สึกว่าอยากเบ่งที่เรียกว่ามีลมเบ่ง ซึ่งเป็นกระบวนการธรรมชาติที่จะพาลูกน้อยสู่โลกภายนอก ให้คุณแม่เบ่งตามวิธีนี้ค่ะ
- เมื่อมดลูกเริ่มหดรัดตัว คุณแม่เริ่มรู้สึกเจ็บปวดให้หายใจเข้าลึกๆ แล้วหายใจออกยาวๆ 1 ครั้ง
- หายใจเข้าลึกๆอีกครั้งแล้วกลั้นลมหายใจไว้ ยกศีรษะและทรวงอกส่วนบนขึ้น คางชิดอก มือจับยึด เตียงไว้ ดึงเข้าหาตัว พร้อมๆกับออกแรงเบ่งลงไปทางปากช่องคลอด เบ่งนานเท่าที่จะทําได้โดยไม่ให้ มีเสียงเล็ดลอดออกมา แล้วระบายลมหายใจออก ทําซ้ําเช่นนี้จนรู้สึกว่ามดลูกเริ่มคลายตัว
- ทําซ้ําๆ จนลูกน้อยออกมา แล้วหยุดเบ่งทันที แล้วเริ่มหายใจตามปกติ
English
简体中文

BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช