การปฎิบัติตัว หลังคลอด

ระยะเวลา 2 ชั่วโมงหลังคลอดนี้ คุณพยาบาลจะตรวจดูการหดรัดตัวของมดลูก แผลฝีเย็บ ปริมาณเลือด ที่ไหลออกทางช่องคลอด ความดันโลหิตและชีพจร เพื่อเฝ้าระวังอาการตกเลือดหลังคลอด การที่คุณแม่ให้ ลูกน้อยได้ดูดนมแม่นั้น มีส่วนช่วย ป้องกันการตกเลือดหลังคลอดได้ดี เนื่องจากเป็นการกระตุ้นต่อมใต้สมอง ให้หลั่งฮอร์โมนที่จะช่วยให้มดลูกหดรัดตัว ทําให้คุณแม่รู้สึกปวดหน่วงท้องน้อยขณะให้ลูกดูดนม

  • รู้สึกเศร้าจังหลังคลอด : หลังคลอดได้ประมาณ 3 – 4 วัน คุณแม่บางรายจะรู้สึกซึมเศร้า หรืออยาก ร้องไห้ โดยไม่ทราบสาเหตุ หากคุณแม่รู้สึกเช่นนี้ ไม่ต้องตกใจ เป็นสภาวะการปรับตัวตามปกติของ คุณแม่ จากระดับฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่ลดลงอย่างรวดเร็ว คุณแม่จะกลับมาปกติได้เอง แต่ถ้าอาการซึมเศร้านั้นอยู่นานเกิน 4 – 6 สัปดาห์ ควรปรึกษาจิตแพทย์
  • ทําอย่างไร ยังไม่แน่ใจในเรื่องการดูแลลูก : ในช่วงที่อยู่โรงพยาบาลควรนําลูกมาอยู่ด้วยให้มากที่สุด เพื่อจะได้เรียนรู้ พฤติกรรมของลูก และได้เริ่มฝึกการดูแลลูกก่อนที่จะกลับบ้าน โดยมีคุณพยาบาล คอยให้คําแนะนําอยู่ข้างๆ ทั้งในเรื่องให้นม อาบน้ํา สระผม เปลี่ยนผ้า

กลับบ้านกันแล้ว

เมื่อกลับบ้าน คราวนี้คุณพ่อคุณแม่จะต้องเริ่มดูแลตนเองอย่างแท้จริง และยังต้องดูแลลูกอย่างเต็มที่ ข้อแนะนําในที่นี้คือ

  • เตรียมสถานที่สําหรับลูก จะให้นอนห้องเดียวกัน หรือแยกห้อง ถ้านอนห้องเดียวกัน ควรหาเตียง ให้ลูกนอน และนําเตียงลูกมาติดกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ ตําแหน่งตั้งเตียงควรอยู่ในที่ไม่โดนลม จากเครื่องปรับอากาศโดยตรง หรือไม่ให้ลมโกรกโดยตรง กรณีแยกห้องนอน ต้องมีคนดูแลทารก ตลอดเวลา เนื่องจากอุบัติเหตุสามารถเกิดได้ทุกเวลา
  • คุณแม่ควรหาเวลาพักไปพร้อมๆ กับเวลาลูกหลับ เพราะในช่วงเดือนแรกลูกจะปรับตัวกับเวลาอยู่ ดังนั้นอาจตื่นและนอนหลับไม่เป็นเวลา หากเป็นไปได้ควรหาคนมาช่วยดูแลเพื่อให้คุณแม่มีเวลาพักมากขึ้น
  • คุณพ่อสามารถจะช่วยได้หลายอย่างมาก เช่น อุ้มเดินเล่น หรือเล่นกับลูก ช่วยคุณแม่เวลาลูกตื่น กลางคืน หรือช่วยงานบ้านบางอย่างแทนคุณแม่
  • ไม่จําเป็นต้องอุ้มลูกตลอดเวลา หากลูกตื่นแต่ไม่ร้อง คุณแม่และคุณพ่อสามารถเล่นกับลูกได้ โดย ไม่จําเป็นต้องอุ้มลูกขึ้นมาเล่น
  • ต้องสังเกตลักษณะเสียงร้องของลูกว่า ร้องเสียงนี้แสดงว่าเปียกแฉะ ร้องเสียงอย่างนี้แสดงว่าหิว เพราะเสียงร้องของลูกสามารถบอกได้ว่าลูกต้องการอะไร หรือไม่สบาย
  • ลูกเรียนรู้พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ อย่าคิดว่าลูกไม่รู้เรื่อง ลูกแสนฉลาดสามารถรับรู้ต่อปฏิกิริยา ของคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจะทําอะไรให้ลูกต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ทํา ไม่ต้องตื่นเต้น และให้ลูกได้เรียนรู้ในเรื่องของการรอคอยบ้างในบางครั้ง เมื่อลูกร้องไม่จําเป็นต้องรีบวิ่งเข้ามาหา
  • แล้วอุ้มโดยทันที อาจใช้เสียงเรียกชื่อลูกมาก่อน ค่อยๆดูว่าเกิดอะไรขึ้นก่อน เพราะถ้าทําด้วยความ ตื่นเต้น ครั้งต่อไปลูกจะร้องดังขึ้น และแสดงอารมณ์มากขึ้น

  • เวลาส่วนตัวของคุณพ่อและคุณแม่จะหายไป เพราะเจ้าตัวเล็กจะเป็นเจ้าของเวลาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสิ่ง ที่ตามมา คือ ความเครียด หงุดหงิด อารมณ์เสีย ดังนั้น ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องตัดใจและออก ไปนอกบ้าน โดยไม่มีลูกในบางครั้ง โดยอาจฝากลูกไว้กับบุคคลที่คุณพ่อ คุณแม่วางใจ
  • เมื่อมีปัญหาหรือขัดแย้ง คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาหรือพูดคุยกัน เพราะการเริ่มครอบครัวและเลี้ยง ลูกนั้น บางครั้งจะมีปัญหาและเหนื่อยมาก ดังนั้น คุณพ่อและคุณแม่ต้องหันหน้าเข้าหากัน ช่วยกัน แก้ไขปัญหา เพราะเรื่องของครอบครัวไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง

  • เพศสัมพันธ์ เป็นปัญหาใหญ่หลังคลอด คุณแม่อาจยังไม่ต้องการมีเพศสัมพันธ์ แต่ในบางกรณีคุณพ่อ ยังมีความต้องการตามปกติ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอเวลาสักเล็กน้อย ประมาณ 4 – 5 สัปดาห์ หลังคลอด เพราะในระยะนี้ ปากมดลูกยังปิดไม่สนิท คุณแม่อาจยังเจ็บแผลฝีเย็บอยู่ ยังห่วงให้นม ลูกอยู่ พักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นขอให้คุณพ่อเห็นใจ และคอยเอาใจใส่

คุณแม่สดใสและการออกกําลังกายหลังคลอด

การออกกําลังกายสําหรับคุณแม่หลังคลอด เพื่อช่วยให้อวัยวะและกล้ามเนื้อต่างๆ ภายในช่องเชิงกราน กลับสู่สภาพเดิมและแข็งแรงเร็วขึ้น ช่วยให้แผลบริเวณที่เย็บหรือฝีเย็บหายเร็วขึ้น โดยทั่วไปสามารถเริ่มได้ ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงหลังคลอดกรณีคลอดปกติ โดยการทํากายบริหารจะช่วยคลายความตึงเครียด และช่วยการ ไหลเวียนของโลหิต เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยมีหลักสําคัญ 2 ประการคือ

  • ก่อนออกกําลังกายต้องอบอุ่นร่างกาย
  • ผ่อนร่างกายให้เย็นลงเมื่อเสร็จสิ้นการออกกําลังแล้ว

Exercise อย่างไรให้ได้ผล

1. ท่านอนหงาย

ท่านอนหงายเป็นท่าที่ทําได้ไม่ยาก การฝึกจะทําให้ได้ผลดีต่อร่างกาย กระตุ้นอวัยวะในช่องท้อง ลดอาการปวดประจําเดือน ลดอาการปวดหลัง

  • มือสองข้างอยู่ข้างลําตัว แล้วพยายามยกศีรษะเป็นการบริหารเนื้อคอด้านหลัง
  • คางชิดอก ยกลําตัวขึ้น แล้วปล่อยลําตัวแนบพื้นเช่นเดิม เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง

ประโยชน์ที่ได้รับจากท่านี้

  • เป็นการผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน
  • ทําให้นอนหลับง่าย
  • ร่างกายจะมีความสมดุล
  • ทําให้จิตใจและอารมณ์สงบ

2. ท่านอนคว่ำ

นอนลงโดยหน้าท้องแนบกับพื้น แยกเท้าให้ห่างกันเล็กน้อย วางแขนข้างลําตัว ฝ่ามือหงายขึ้นด้านบน หันศีรษะไปทางด้านใดด้านหนึ่ง แล้วหลับตาลง หายใจลึกๆ

ประโยชน์ที่ได้จากท่านี้

  • ทําให้นอนหลับง่าย
  • เป็นการผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน
  • ทําให้ร่างกายมีความสมดุล

3. ท่ายืน

ในการฝึกแต่ละครั้งควรจะมีท่ายืน 3 – 5 ท่าเพื่อเป็นการ เพิ่มความแข็งแรงและความสมดุลของร่างกาย

หมุนศีรษะไปทางซ้ายช้าๆ และหมุนไปทางขวาจะช่วยลด การปวดเมื่อยต้นคอ กางแขนขึ้นและถ่างขาออกเล็กน้อย แล้ว เอี้ยวตัวไปทางซ้ายแล้วกลับมาทางขวาจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณเอว

ข้อควรระวังของการออกกําลังกายในช่วงหลังคลอด

  1. ควรให้แพทย์ตรวจร่างกายก่อนจะเริ่มออกกําลังกาย
  2. หลีกเลี่ยงการออกกําลังกาย บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องในช่วง 6-8 สัปดาห์แรกหลังคลอด
  3. หลีกเลี่ยงการออกกําลังกายในท่ากางข้อสะโพก (hip abduction) ในช่วง 8 – 10 สัปดาห์แรกหลังคลอด
  4. หลีกเลี่ยงการออกกําลังกายในลักษณะกระแทก โยก หรือขย่ม จนกว่ากล้ามเนื้อบริเวณลําตัวจะ แข็งแรง และอาการข้อหลวม หรือปวดข้อต่างๆ จะหายไป
  5. ควรรับประทานอาหารและดื่มน้ําให้เพียงพอ เพื่อให้มีแรงทํากิจกรรมหรือออกกําลังกาย และรวมถึง การผลิตน้ํานมให้กับลูกด้วย (ควรได้รับแคลอรีเพิ่มประมาณ 300 500 แคลอรีในแต่ละวัน)
  6. กรดแลคติกที่เกิดขึ้นจากการออกกําลังกายที่ทําให้รู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาจเกิดขึ้นและผสมอยู่ ในน้ํานมแม่ได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการให้นมหลังจากออกกําลังกายมาใหม่ๆ หรือให้ปั้มน้ําไว้ก่อนที่จะออกกําลังกายเพื่อหลีกเลี่ยงกรดแลคติกในน้ํานม

ประโยชน์และข้อแนะนําในการออกกําลังกายช่วงหลังคลอด

  • ช่วยลดอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์แต่ยังมีผลมาถึงในช่วงหลังคลอด เช่น ขาบวม ปวดเข่า และสะโพก ปวดหลัง นอนไม่หลับ เป็นต้น
  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและควรเน้นในกลุ่มกล้ามเนื้อ ได้แก่ กล้ามเนื้อก้น ต้นขาด้านหลัง หน้าท้อง บริเวณอุ้งเชิงกราน และหลังส่วนบน
  • ช่วยลดอาการตึงและคลายกล้ามเนื้อ โดยเน้นในกลุ่มของกล้ามเนื้อหลังช่วงล่าง หน้าข้อสะโพก และหน้าอก
  • ช่วยทําให้อารมณ์ดีขึ้น ลดความวิตกกังวล
  • ช่วยลดน้ําหนักส่วนเกินลง

ต้องเตรียมตัวอย่างไร เมื่อต้องกลับไปทํางาน

เช้าวันแรกที่ต้องกลับไปทํางาน อาจเป็นเรื่องทําใจยากสําหรับคุณแม่มือใหม่ แต่อยากให้คุณแม่รับทราบว่า ใช่ว่าจะมีคุณแม่เพียงคนเดียวที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ยังมีคุณแม่อีกหลายคนบนโลกนี้ที่รับหน้าที่ไว้เช่นกัน และสามารถบริหารจัดการได้ดีเสียด้วย ลุกขึ้นมาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะกลับไปทํางานโดยที่คุณสามารถ ดูแลลูกน้อยได้ไปพร้อมๆ กัน โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

  • ติดต่อกับเพื่อนร่วมงานสม่ําเสมอ เพื่อให้ได้รับข่าวคราวการเปลี่ยนแปลงภายในบริษัท
  • หาความรู้เพิ่มเติมให้ตัวเองได้ง่ายๆ เช่น ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจ หรือข่าวคราวที่เป็นประโยชน์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจหลังลาคลอด 3 เดือนเต็ม
  • จัดตารางให้พอดี คุณแม่ควรวางแผนในการจัดตารางของชีวิตประจําวันกับสามีให้ชัดเจน ตกลงกันว่า ใครจะเป็นผู้ไปรับส่งลูก นอกจากนี้ควรแบ่งหน้าที่ควรรับผิดชอบว่าแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบใน กิจกรรมอะไร วันใดบ้าง วิธีนี้จะช่วยให้คุณแม่เหนื่อยน้อยลงจากการต้องทํางานตลอดวัน
  • เมื่อคุณแม่กลับมาทํางาน อย่าคาดหวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องกลับมาราบรื่นเหมือนเดิมในทันที คุณแม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับงานหนักและความเคยชินที่จะต้องอยู่ห่างลูกน้อยของคุณตลอดวัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก