
นมแม่ เป็นสารอาหารที่เหมาะที่สุดสําหรับทารกแรกเกิดจนอายุ 4 – 6 เดือน ทารกที่กินนมแม่จะมีสุขภาพ ร่างกายและจิตใจดี มีพัฒนาการสมวัย เนื่องจากในน้ํานมแม่มีสารอาหารครบถ้วนสําหรับลูก มีฮอร์โมน สมดุล และพอเหมาะแก่ความต้องการของทารก น้ํานมของแม่เปรียบเสมือนวัคซีนแรกของลูก ทําให้ลูกได้รับ ภูมิคุ้มกันโรคและยังลดอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้ในทารกอีกด้วย
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นวิธีแห่งธรรมชาติผสมผสานกับการใช้ศิลปะ เป็นการเรียนรู้ร่วมกันและกัน ระหว่างแม่ลูกที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่กันและกัน
ไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือการผ่าตัดคลอด อาหารที่ดีที่สุดสําหรับลูกก็คือ นมแม่ เพราะนมแม่ มีสารอาหารสําคัญที่จําเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่าน้ํานมแม่มีจุลินทรีย์ สุขภาพ (Probiotics) ที่พิสูจน์ได้ว่าช่วยป้องกันติดเชื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง นอกจากนี้น้ํานมแม่ยังมี สารอาหารมีคุณสมบัติพิเศษช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ (Probiotics) ลูกที่ดื่มนมแม่ ตั้งแต่แรกคลอดจึงมีจุลินทรีย์สุขภาพ (Probiotics) ในทางเดินอาหารเป็นจํานวนมาก จึงลดความเสี่ยง ต่อการเกิดอุจจาระร่วง อาเจียน และมีไข้เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้รับนํานมแม่
ประโยชน์ของ “การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ “คือ
- เป็นการสร้าง “สายสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูก” ความใกล้ชิดระหว่างแม่และลูกจะช่วยสาน สายใยแห่งความรักความผูกพันให้ลึกซึ้ง
- เป็นการกระตุ้นพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูก
- มีผลต่อสุขภาพของแม่ คือ
- ทําให้มดลูกหดรัดตัวตีกลับคืนสู่สภาพเดิม เร็วขึ้น ทําให้ลดการตกเลือดหลังการคลอด
- ทําให้รูปร่างของคุณแม่กลับคืนเร็วขึ้น เพราะ ได้ใช้ไขมันที่สะสมไว้ระหว่างตั้งครรภ์มาใช้ผลิตน้ํานมให้ลูก
- ลดโอกาสการเกิดมะเร็งของรังไข่และมะเร็งของเต้านม
นํ้านมมีลักษณะอย่างไร
น้ํานมแม่ระยะแรกจะเป็นหัวน้ํานม อาจจะมีสีเหลืองข้นหรือเป็นน้ําใสๆ ปริมาณไม่มาก หัวน้ํานมมี โปรตีนพิเศษซึ่งเป็นสารที่เป็นภูมิคุ้มกันโรคช่วยป้องกันลูกจากการติดเชื้อหรือโรคติดต่อต่างๆ ในช่วงอาทิตย์แรก น้ํานมจะค่อยๆ เปลี่ยนจากจากหัวน้ํานมไปเป็นน้ํานมสมบูรณ์ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ น้ํานมในช่วงแรก กับนานมในช่วงหลัง นานมในช่วงแรกจะใสจาง ส่วนน้ํานมในช่วงหลังจะเป็นสีครีมข้น แต่ละครั้งที่แม่ให้นมลูก ลูกจะได้น้ํานมในช่วงแรกก่อนและตามมาด้วยน้ํานมในช่วงหลังที่มีไขมันเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตของลูก
การให้นมแม่ในระยะหลังคลอด
ควรให้ลูกดูดนมแม่เร็วที่สุด ทันทีที่คลอดลูก หรือทันทีที่แม่ได้อยู่กับลูก หรือภายใน 30 นาทีแรก หลังคลอด ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่สําคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ลูกมีการตื่นตัวมากที่สุด การที่ลูกได้ดูดนมแม่ เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายแม่เร่งผลิตน้ํานม ดังนั้น ถ้าลูกยิ่งดูดนมแม่เร็วเท่าไหร่ น้ํานมก็จะยิ่งมาเร็วเท่านั้น
ลูกจะดูดนมแม่เมื่อหิว โดยในระยะแรกลูกจะหิวบ่อยและไม่เป็นเวลา แต่ทั่วไปจะกินทุก 2 ชั่วโมง หรือวันละ ประมาณ 10 ครั้ง ถ้าลูกหลับนานเกิน 3 ชั่วโมง แม่ควรปลุกให้นม และควรให้ลูกดูดนมแม่ตามที่ลูกต้องการ
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีหลักการง่ายๆ คือ ทั้งแม่และลูกจะต้องอยู่ในท่าที่สบาย แม่ควรรู้สึกผ่อนคลาย ขณะให้นมลูก จะช่วยให้การให้นมเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยให้การหลั่งน้ํานมเป็นไปด้วยดี ท่าที่เ สําหรับการให้นมลูก คือ ท่าที่แม่นั่งบนเตียงหรือเก้าอี้ อุ้มลูกโดยให้ลําตัวของลูกวางอยู่บนท่อนแขนของแม่ ให้ปากลูกอยู่ในระดับอกแม่โดยที่แม่ไม่ต้องโน้มตัวลงหาลูก จากนั้นให้แม่ใช้มืออีกข้างหนึ่งยกเต้านมและ ใช้หัวนมแตะริมฝีปากลูก ลูกจะอ้าปากกว้าง เพื่ออมหัวนมและลานนม ซึ่งมีน้ํานมอยู่ภายใน และลิ้นของลูก ก็จะรีดน้ํานมออกมา
ควรให้ลูกดูดจนหมดเต้าเพื่อให้เต้านมทํางานอย่างเต็มที่ทั้งสองเต้า แม่ควรให้ลูกน้อย ดูดนมแม่ทั้งสองข้าง แต่ต้องไล่ลมให้ลูกหลังจากที่ดูดนมเสร็จทุกครั้ง เพราะขณะดูดนม ลูกอาจจะดูดเอาลม เข้าไปด้วย ท่าให้ลูกอึดอัดแน่นท้องปวดท้องได้ง่าย แม่ต้องจับลูกนั่งตัวตรงบนตัก เอามือลูบหลังเบาๆ ถ้าลูกเล็กมากใช้เพียงนิ้วเคาะเบาๆ ที่หลังลูก ลูกก็จะเรอ
กลับไปทํางานแล้ว ควรจัดการตารางให้นมและการบีบน้ํานมอย่างไร
- ช่วงเช้าควรให้ลูกน้อยดูดนมแม่เมื่อคุณแม่ตื่นนอนและก่อนออกไปทํางาน
- ระหว่างวันที่อยู่ที่ทํางาน หาเวลาบีบน้ํานมออกเป็นระยะๆ ตามเวลาที่ลูกน้อยเคยดูดหรือทุก 3 ชั่วโมง
- ในช่วงเย็นและตอนกลางคืนให้ลูกดูดนมแม่จากเต้า
- ในช่วงวันหยุดสัปดาห์ ควรให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าทุกมื้อเพื่อกระตุ้นการสร้างน้ํานมให้คงอยู่
English
简体中文

BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช