ภาวะกระดูกพรุน

&

ภาวะกล้ามเนื้อถดถอย

 

 

ภาวะกระดูกพรุน

คืออะไร? 

 

ภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis)  คือ ภาวะที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลง ส่งผลให้กระดูกขาดความแข็งแรง เปราะบาง แตกหักได้ง่าย แม้มีแรงกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย บริเวณที่มักพบกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุน ได้แก่ กระดูกข้อมือ กระดูกสันหลัง และกระดูกสะโพก

ภาวะกระดูกพรุนไม่มีอาการชี้นำและสัญญาณเตือน กระดูกจะค่อยๆ ลดความแข็งแรงลงโดยไม่ทันสังเกตเห็น จนกระทั่งกระดูกหัก กระดูกทรุด รูปร่างของข้อเปลี่ยนแปลงไปจึงจะตรวจพบ นับเป็น “ภัยเงียบ” ที่ควรเฝ้าระวังและติดตามอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกหัก รวมถึงป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา

 

ภาวะกล้ามเนื้อถดถอย

คืออะไร?

 

ภาวะกล้ามเนื้อถดถอย (Sarcopenia) คือ ภาวะที่มีการสูญเสียมวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งส่งผลต่อสมรรถภาพความสามารถทางกาย สาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น การใช้งานกล้ามเนื้อลดลง ความเสื่อมของเซลล์ตามวัยที่เพิ่มขึ้น ภาวะโภชนาการ รวมถึงพันธุกรรม เป็นต้น

  • การลดลงของมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง จะเริ่มพบเมื่ออายุ 30 ปี โดยเฉพาะกล้ามเนื้อลายชนิดที่ 2 หรือ fast twitch fiber และสามารถลดได้ถึง 45% เมื่ออายุ 80 ปี
  • ในคนที่มีอายุ 50 – 60 ปี พบว่ามีการลดลงของมวลกล้ามเนื้อโดยเฉลี่ย 1 – 2% ต่อปี ขณะที่ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อจะลดลง 3 – 4% ต่อปี
  • ช่วงอายุ 60 – 70 ปี จะมีอัตราการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อถึง 3% โดยอัตราการสูญเสียจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มสูงขึ้น

ภาวะนี้ถือเป็นกลุ่มอาการของผู้สูงอายุ (Geriatric Syndrome) ที่พบบ่อยถึง 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุทั่วไป ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อถดถอยจะมีโอกาสหกล้ม ทำให้กระดูกหักมากขึ้น รวมถึงไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสภาพจิตใจของผู้สูงอายุ

ภาวะกล้ามเนื้อถดถอยร่วมกับกระดูกพรุน (Osteosarcopenia) คืออะไร?

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) และภาวะกล้ามเนื้อถดถอย (Sarcopenia) เป็นปัญหาหลักสำคัญของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ (Musculoskeletal) ที่พบในคนสูงอายุ ทั้ง 2 ภาวะมีปัจจัยเสี่ยงและพยาธิกำเนิดที่ทับซ้อนกัน

เมื่อภาวะกระดูกบาง (osteopenia) กระดูกพรุนและกล้ามเนื้อถดถอยเกิดขึ้นพร้อมกัน จึงทำให้เกิดกลุ่มโรคเฉพาะในผู้สูงอายุชนิดใหม่ขึ้น เรียกว่า Osteosarcopenia ซึ่งจะมีการลดลงของมวลกระดูกและการลดลงของมวลกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง เมื่ออายุเพิ่มขึ้นส่งผลให้ความแข็งแรงและประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อลดลง เกิดความเสี่ยงต่างๆ ที่ตามมา ได้แก่ ความเสี่ยงต่อการเกิดการหกล้ม กระดูกหัก เกิดความบกพร่องทางกาย คุณภาพชีวิตแย่ลง และเพิ่มอัตราการตาย

 

ปัจจัยเสี่ยง

มีอะไรบ้าง?

 

 

การป้องกันภาวะกระดูกพรุน

ทำได้อย่างไร?

 

เราจะตรวจภาวะกระดูกพรุนได้อย่างไร?

               การตรวจ DEXA whole body and BMD scan ทำให้สามารถตรวจความแข็งแรงของกระดูก รวมถึงช่วยดูแลวางแผนในการลดไขมัน และการสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดีในเวลาเดียวกัน

 

เครื่อง

DEXA Scan

คืออะไร? 

 

               Dual Energy X-ray Absorptiometry scanner หรือ DEXA scanner คือ เครื่องมือตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก โดยใช้รังสีเอ็กซ์พลังงานต่ำ 2 พลังงานในการวิเคราห์ความหนาแน่นของมวลกระดูก ปริมาณรังสีที่ใช้น้อยมาก มีความปลอดภัย และความแม่นยำสูง ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้เป็นวิธีมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน

เครื่อง DEXA Scan แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  1.  เครื่องตรวจบริเวณกระดูกแกนกลางร่างกาย (Central Device) ใช้ตรวจบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการวินิจฉัย
  2.  เครื่องตรวจบริเวณกระดูกแขน-ขา (Peripheral Device) ใช้ตรวจบริเวณ ข้อมือ ข้อเท้า สำหรับการตรวจคัดกรองโรค

 

การตรวจวัด

ความหนาแน่น

มวลกระดูก

มีข้อดีอย่างไร?

 

  • ทำให้ทราบว่ากระดูกยังมีความหนาแน่นปกติดี หรือมีภาวะกระดูกพรุน จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือเสริมสร้างกระดูกอย่างไรหรือไม่
  • ทราบความเสี่ยงและแนวโน้มในการเกิดโรค เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันโรคเกี่ยวกับความแข็งแรงของกระดูกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น หกล้มแล้วกระดูกหัก
  • ทราบวิธีปฏิบัติตัวที่เหมาะสมในการรักษาความแข็งแรงของกระดูก รวมถึงสิ่งที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับแต่ละบุคคล
  • สามารถใช้ผลตรวจเป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการเปรียบเทียบสุขภาพกระดูกครั้งต่อไป
  • การตรวจด้วยเครื่อง DEXA Scan ทำได้ง่าย รวดเร็ว รังสีที่ใช้ไม่ตกค้างในร่างกาย และให้ผลแม่นยำ

 

ใครควร

ตรวจวัด

ความหนาแน่นของกระดูก?

 

  1. ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
  2. สตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี และมีปัจจัยเสี่ยงต่อการมีมวลกระดูกต่ำ เช่น น้ำหนักตัวน้อย ( มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 19 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) มีประวัติมะเร็งเต้านม
  3. ผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี และมีปัจจัยเสี่ยงต่อการมีมวลกระดูกต่ำ เช่น น้ำหนักตัวน้อย (มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 19 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) มีประวัติมะเร็งต่อมลูกหมาก
  4. ผู้ที่มีประวัติกระดูกเปราะและหักง่าย รวมถึงมีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
  5. ผู้ที่มีโรคหรือภาวะซึ่งส่งผลต่อมวลกระดูก เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ภาวะต่อมพาราไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบเรื้อรัง เป็นต้น
  6. ผู้ที่รับประทานยาบางชนิดที่ทำให้มวลกระดูกลดลง เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากันชัก ยารักษามะเร็ง เป็นต้น
  7. ผู้ป่วยที่แพทย์จะเริ่มให้ยาเพื่อการรักษาภาวะกระดูกพรุน
  8. ผู้ป่วยที่แพทย์ต้องการติดตามผลการรักษา หลังจากให้ยาเพื่อรักษาภาวะกระดูกพรุน
  9. ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าเป็นประจำ ชอบดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม รวมถึงผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย

 

การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก

ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

 

 

  • ในวันตรวจสามารถรับประทานอาหาร และดื่มน้ำตามปกติ
  • ถอดเครื่องประดับโลหะทุกชนิดออกจากร่างกาย กรณีที่มีโลหะฝังอยู่ในร่างกาย เช่น เหล็กดามกระดูก ข้อเทียม หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนการตรวจ
  • แจ้งเจ้าหน้าที่หากอยู่ในระยะตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
  • หากเคยกลืนแร่หรือรับสารทึบแสงเพื่อทำ CT Scan มาก่อน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อนัดเวลาตรวจที่เหมาะสม
  • ระหว่างการตรวจผู้รับการตรวจจะนอนบนเตียง โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยจัดตำแหน่งร่างกายให้เหมาะสมก่อนเริ่มการตรวจ
  • ใช้เวลาตรวจประมาณ 10 – 15 นาที ขึ้นกับจำนวนบริเวณที่ต้องการตรวจ

Body structure check up

โปรแกรมตรวจความแข็งแรงของโครงสร้างร่างกาย

ราคาพิเศษ!!

โปรแกรมตรวจวัดความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกพรุน ภาวะกล้ามเนื้อถดถอย รวมถึงโรคเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้ออื่นๆ

 

 

Special price

Regular price

Whole Spine AP view

โปรแกรมตรวจโครงสร้างกระดูกสันหลัง

X-ray เพื่อตรวจดูโครงสร้าง วินิจฉัยความผิดปกติของกระดูกสันหลัง

2,700

4,280

BMD and Whole Spine Ap view

โปรแกรมตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกและตรวจโครงสร้างกระดูกสันหลัง

ตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก มวลกล้ามเนื้อ การกระจายตัวของไขมันในร่างกาย X-ray เพื่อตรวจดูโครงสร้างกระดูกสันหลัง

4,800

10,780

Orthopedic Blood Collection

โปรแกรมตรวจเลือดเพื่อวัดปริมาณวิตามิน D

ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ความเข้มข้นของเลือด วัดค่าน้ำตาลในเลือด รวมถึงตรวจวัดปริมาณวิตามิน D ซึ่งส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียมในทางเดินอาหาร นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของกระดูก

4,700

8,950

ระยะเวลา               วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

เงื่อนไขการใช้บริการ

  • ราคานี้รวมค่าแพทย์แล้ว
  • ราคานี้ไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล
  • ควรพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมตรวจ
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการตรวจและราคาโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า
ท่านสามารถ Add LINE @BNHhospital เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายผู้เชี่ยวชาญ หรือติดต่อศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ชั้น 2
สอบถามกับเจ้าหน้าที่