
วิตามินที่ได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริมมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ เช่น เพิ่มโอกาสการตกไข่ การเจริญเติบโตของไข่อย่างมีคุณภาพ ดังนั้น ผู้หญิงที่อยากตั้งครรภ์ควรเรียนรู้เกี่ยวกับสารอาหารและมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์
โดยปกติแล้ว ภาวะมีบุตรยากหมายถึงการที่ผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ หลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกันเป็นเวลาหนึ่งปี (หรือนานกว่านั้น)
เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้หญิงเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการมีบุตรจะลดลงเรื่อยๆ ปัจจุบัน แพทย์จึงมักรักษาผู้หญิงที่ต้องการมีบุตรเมื่อมีอายุ 35 ปีขึ้นไปหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันเป็นเวลา 6 เดือน
การตั้งครรภ์ประกอบด้วยกระบวนการหลายขั้นตอน คือ:
– ร่างกายของผู้หญิงต้องปล่อยไข่ออกจากรังไข่ข้างใดข้างหนึ่ง
– สเปิร์มของผู้ชายต้องปฏิสนธิกับไข่
– ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วจะต้องผ่านท่อนำไข่ไปยังมดลูก
– ตัวอ่อนต้องฝังตัวภายในมดลูก
ซึ่งภาวะมีบุตรยากอาจเป็นผลมาจากปัญหาในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งหรือหลายขั้นตอนดังกล่าวนี้
คู่สามีภรรยาที่พยายามด้วยตัวเองแล้วไม่สามารถมีบุตรได้ หรือผู้หญิงที่เคยเกิดการแท้งโดยไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป ควรนัดหมายกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยาก เพื่อทำการรักษา

ภาวะมีบุตรยากเป็นเรื่องปกติหรือไม่
ภาวะมีบุตรยากสามารถเกิดขึ้นได้
ในสหรัฐอเมริกา ประมาณ 1 ใน 5 (19%) ของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอายุ 15 ถึง 49 ปีที่ไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน ไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้หลังจากพยายามมาแล้ว 1 ปี นอกจากนี้ ผู้หญิงประมาณ 1 ใน 4 (26%) ในกลุ่มนี้มีปัญหาตั้งครรภ์ยากหรือไม่สามารถตั้งครรภ์จนครบกำหนดได้
อย่างไรก็ตาม ภาวะมีบุตรยากอาจไม่ได้เกิดจากผู้หญิงเสมอไป ทั้งชายและหญิงสามารถมีภาวะมีบุตรยากได้
สารอาหารกับภาวะการมีบุตรยาก
การมีความรู้ด้านโภชนาการอาหาร การใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพและลดความเครียดอาจช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรได้
มีวิธีธรรมชาติหลายวิธีในการเพิ่มโอกาสการมีบุตร การเลือกรับประทานอาหารและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสามารถช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรได้ เช่น
1. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อาหารจำพวกผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่างๆ เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินซีและอี โฟเลต เบต้าแคโรทีน และลูทีน สามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้
2. รับประทานอาหารเช้าเพิ่มขึ้น การรับประทานอาหารเช้าในปริมาณมากพอ เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเช้ามากขึ้นมีการตกไข่มากกว่าผู้หญิงที่รับประทานอาหารเช้าน้อยและมื้อค่ำมื้อใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากเพิ่มขนาดอาหารเช้าโดยไม่ลดขนาดอาหารเย็นอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้
3. หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ การรับประทานไขมันที่ดีต่อสุขภาพทุกวันมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการตั้งครรภ์และสุขภาพโดยรวม ไขมันทรานส์มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะมีบุตรยากจากปัญหาการตกไข่ เนื่องจากมีผลเสียต่อความไวของอินซูลินในร่างกาย ไขมันทรานส์มักพบในน้ำมันพืชเติมไฮโดรเจน มาการีน อาหารทอด ผลิตภัณฑ์แปรรูป และขนมอบ การศึกษาพบว่าอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงและไขมันอิ่มตัวสูงนั้นเชื่อมโยงกับภาวะมีบุตรยากทั้งชายและหญิง ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันดีแทน เช่น น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์
4. ลดคาร์โบไฮเดรต ผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS) ควรรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ (น้อยกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ต่อมื้อ) ซึ่งการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำในปริมาณที่เหมาะสมช่วยให้สามารถรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดระดับฮอร์โมนอินซูลิน และลดไขมัน ซึ่งจะช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ
5. ลดการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตแปรรูปสูงซึ่งทำให้ระดับอินซูลินสูงขึ้น เช่น ขนมปัง พาสต้า ข้าวขาว ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีบุตรยากและทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้น
6. รับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้น ใยอาหารช่วยให้ร่างกายกำจัดฮอร์โมนส่วนเกินและรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด ใยอาหารบางชนิดสามารถช่วยกำจัดเอสโตรเจนส่วนเกินออกมาทางลำไส้ได้
7. เปลี่ยนแหล่งโปรตีน การแทนที่โปรตีนจากสัตว์บางชนิด (เช่น เนื้อวัว ไก่ หมู) ด้วยแหล่งโปรตีนจากพืช (เช่น ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืช) เชื่อมโยงกับความเสี่ยงภาวะมีบุตรยากที่ลดลง การศึกษาพบว่า หากร้อยละ 5 ของแคลอรี่ในอาหารมาจากโปรตีนจากพืชแทนที่จะเป็นโปรตีนจากสัตว์ ความเสี่ยงของภาวะมีบุตรยากจากการตกไข่จะลดลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ควรพิจารณาทดแทนที่โปรตีนบางส่วนในอาหารด้วยโปรตีนจากผัก ถั่ว และปลาที่มีสารปรอทต่ำ
8. ลดการบริโภคกาแฟ พิจารณาจำกัดปริมาณกาแฟที่มีคาเฟอีนไว้ที่หนึ่งหรือสองแก้วต่อวัน หรือเลือกกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีน
9. การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำเป็นนมไขมันสูงอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์
10. การรับประทานวิตามินรวมหลายชนิด ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์หากไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดจากการรับประทานอาหาร
“นอกจากนี้ การมีน้ำหนักตัวน้อยหรือมากเกินไป การใช้ชีวิตในรูปแบบนั่งนานๆ เชื่อมโยงกับภาวะมีบุตรยาก การออกกำลังกายสามารถช่วยได้ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายมากเกินไปอาจให้ผลตรงกันข้าม”
“อีกทั้ง ระดับความเครียด ความวิตกกังวลที่สูง สามารถลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน”

บทบาทของวิตามินต่อภาวะการมีบุตรยาก
วิตามินมีบทบาทสำคัญต่อโอกาสการตั้งครรภ์ โดยหลักๆ คือ
– มีความเกี่ยวข้องกับรอบเดือนและการตกไข่
– มีบทบาทในการทำงานของต่อมไทรอยด์
– ช่วยในการสร้างพลังงาน
– เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
– เกี่ยวข้องกับคุณภาพและการสุกของไข่
ด้วยเหตุนี้ การบริโภควิตามินและแร่ธาตุอย่างเพียงพอจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อผู้หญิงต้องการการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง
อย่างไรก็ตาม วิตามินและอาหารเสริมควรรับประทานคู่กับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีสารอาหารครบ และมีวิถีชีวิตที่ดีเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
วิตามินเพื่อการตั้งครรภ์
ควรรับประทานวิตามินก่อนการตั้งครรภ์
การรับประทานวิตามินควรเริ่มรับประทานตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 2-3 เดือนหรือมากกว่านั้น เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

วิตามินและแร่ธาตุอะไรบ้างที่มีผลต่อการตั้งครรภ์
วิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยส่งเสริมการตั้งครรภ์ ได้แก่
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ในร่างกายและจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเซลล์
ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ ระดับวิตามินดีที่ต่ำเชื่อมโยงกับโรคจิตเภท เบาหวาน และโรคเกี่ยวกับกระดูก การบริโภควิตามินดีในระดับที่เหมาะสมสามารถป้องกันหรือลดภาวะซึมเศร้า ภาวะสมองเสื่อม โรคเบาหวาน และโรคภูมิคุ้มกันต้านตนเอง (Autoimmune diseases) ได้
ช่วยส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ช่วยให้การทำงานของระบบสืบพันธุ์ในผู้หญิงเป็นไปตามปกติ วิตามินอีช่วยให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วติดกับผนังมดลูก ลดความเสี่ยงต่อการแท้ง วิตามินอีมีอยู่สองรูปแบบตามธรรมชาติ คือ โทโคฟีรอล (Tocopherol) และโทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) โดยแต่ละรูปแบบจะมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน ซึ่งมีหลายการวิจัยที่พบว่าวิตามินอีรูปแบบโทโคไตรอีนอลมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านการชะลอวัย โรคเกี่ยวกับความเสื่อมของระบบประสาท และโรคหัวใจและหลอดเลือด การเสริมวิตามินอีอาจส่งผลดีต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิง รวมถึงการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ การขาดวิตามินอีอาจนำไปสู่ภาวะเสื่อมสภาพต่างๆ ดังนั้น ในหญิงที่ต้องการตั้งครรภ์ควรได้รับวิตามินอีในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบและความเสียหายของเซลล์
ช่วยส่งเสริมการตกไข่อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงปัญหาการตกไข่ ในผู้หญิงที่แท้งซ้ำๆ ควรรับประทานวิตามินบีรวมกันหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 บี 2 บี3 บี6 บี 12 เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์
ซีลีเนียมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย มีการศึกษาแสดงให้เห็นว่าในอาจช่วยป้องกันการแท้งบุตรและในผู้ชายช่วยให้สเปิร์มมีชีวิตอยู่รอดได้มากขึ้น
เช่นเดียวกับซีลีเนียม สังกะสีมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดผลกระทบของอนุมูลอิสระต่อร่างกาย อนุมูลอิสระในระดับสูงสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่างในผู้ชายและผู้หญิง ดังนั้นจึงควรเสริมเพื่อป้องกันการขาดแร่ธาตุสังกะสี
เนื่องจากการตั้งครรภ์ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโลหิตจางมากขึ้น อาจตรวจวัดระดับธาตุเหล็ก และเริ่มเพิ่มขนาดขึ้นในขณะที่พยายามตั้งครรภ์
อิโนซิทอลเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการช่วยให้ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งช่วยควบคุมระดับอินซูลินและสามารถปรับปรุงคุณภาพของไข่และการตกไข่
แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) และแอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine) กรดอะมิโนเหล่านี้สามารถส่งเสริมภาวะการเจริญพันธุ์ของทั้งเพศชายและหญิง แอล-อาร์จินีนเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังมดลูกและรังไข่ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ส่วนแอล-คาร์นิทีนได้รับการพิสูจน์ในการศึกษาส่วนใหญ่แล้วว่ามีประโยชน์เกี่ยวกับ ภาวะ PCOS ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ และภาวะมีบุตรยากอื่นๆ
ภาวะเครียดออกซิเดชั่น (oxidative stress) ที่เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระกับระบบต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย มีบทบาทที่เกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยากทั้งในเพศชายและเพศหญิง การรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระเสริม มีประโยชน์ต่อภาวะเจริญพันธุ์ของเพศหญิง ได้แก่ การไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้นในเยื่อบุโพรงมดลูก ลดภาวะการมีระดับฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจนในเลือดเกิน ภาวะดื้อต่ออินซูลินลดลง มูกปากมดลูกเอื้อต่อการปฏิสนธิ เป็นต้น ตัวอย่างสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ได้แก่ แอสต้าแซนธิน กรดอัลฟา ไลโปอิค เป็นต้น
REF.
1. healthline.com/health/fertility/
2. cdc.gov/reproductivehealth/infertility/
3. docs.google.com/spreadsheets/
4. genesisfertility.com/blog/
5. ncbi.nlm.nih.gov/pmc/
6. progyny.com/education/
7. premamawellness.com/blogs/
8. kinfertility.com.au/blog/vitamins-for-fertility
9. sciencedirect.com/science/
10. ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/
11. healthline.com/nutrition/
ข้อมูลโดย
ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
English
简体中文











BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช