วิตามินอี (Vitamin E)

วิตามินอีมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการมองเห็น การสืบพันธุ์ เลือด สมอง และผิวหนัง

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

วิตามินอีมีความสำคัญ

วิตามินอีมีบทบาทสำคัญหลายอย่างในร่างกายของเรา อาจเป็นที่รู้จักกันดีในด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์จากความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่ทำให้เซลล์เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังจำเป็นสำหรับการทำงานของภูมิคุ้มกันและการประสานการทำงานระหว่างเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย

อาหารที่มีวิตามินอี

วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำมัน

วิตามินอีพบได้ในน้ำมันจากพืช ถั่ว เมล็ดพืช ผลไม้ และผัก
แหล่งของวิตามินอี พบมากในอาหารประเภท:
– น้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันเรพซีด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด และน้ำมันมะกอก อะโวคาโด้
– ถั่วและเมล็ดพืชต่าง ๆ เช่นเมล็ดอัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง
– จมูกข้าวสาลี – พบในซีเรียล
– เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ไข่

ประโยชน์ของวิตามินอี

1. ลดภาวะความไม่สมดุลของการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยต้านอนุมูลอิสระ

ความไม่สมดุลของการเกิดอนุมูลอิสระสามารถนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค
บทบาทหลักของวิตามินอีคือทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กำจัด “อนุมูลอิสระ” ที่สามารถทำลายเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

2. อาจลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ

“การมีความดันเลือดสูงและระดับไขมันในเลือดสูง เช่น คอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการเสริมวิตามินอีอาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจได้ในบางคน
การทบทวนผลการศึกษา 18 ชิ้นในปี 2019 พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยยาหลอก การเสริมวิตามินอีช่วยลดความดันเลือดขณะหัวใจบีบตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ
งานวิจัยบางชิ้นยังแสดงให้เห็นว่าการกินวิตามินอีร่วมกับอาหารเสริมโอเมก้า 3 อาจลดระดับ LDL และไตรกลีเซอไรด์ในผู้ที่เป็นโรคภาวะที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารของร่างกายที่ผิดปกติไป ซึ่งรวมถึงระดับไขมันในเลือดสูงที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและภาวะโรคอื่นๆ”

3. อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีโรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic fatty liver disease; NAFLD)

“NAFLD เป็นภาวะที่เกิดการสะสมของไขมันในตับในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยหรือไม่ดื่มเลย
การทบทวนผลการศึกษา 8 ชิ้นในปี 2564 ในผู้ที่มีภาวะ NAFLD พบว่าการเสริมวิตามินอีช่วยลดระดับของเอนไซม์ตับ alanine aminotransferase (ALT) และ aspartate aminotransferase (AST) ที่บ่งบอกถึงภาวะตับอักเสบและความเสียหายของตับ ลดระดับไขมันในเลือด และทำให้สุขภาพตับที่ดีขึ้น”

4. อาจช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือน

“มีการวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการเสริมวิตามินอีอาจลดการปวดประจำเดือนในผู้หญิงได้
ในการศึกษาในปี 2018 พบว่า ผู้หญิง 100 คนที่ปวดประจำเดือน การกินวิตามินอี 200 IU ต่อวันช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้มากกว่ายาหลอก ผลลัพธ์จะดียิ่งขึ้นเมื่อกินร่วมกับอาหารเสริมโอเมก้า 3 ที่มี EPA 180 มก. และ DHA 120 มก.
นอกจากนี้ การศึกษาในปี พ.ศ. 2564 แสดงให้เห็นว่าการเสริมวิตามินอีและวิตามินซีร่วมกันทุกวันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดอุ้งเชิงกรานและอาการปวดประจำเดือนในผู้หญิงที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่”

5. อาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผิว

การเสริมวิตามินอีอาจมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคผื่นผิวหนังอักเสบ อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

6. อาจช่วยในเรื่องความจำ

การรักษาระดับวิตามินอีที่เหมาะสมในร่างกายและการกินวิตามินอีเสริมอาจช่วยป้องกันสมองเสื่อม แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาทางความจำเช่นโรคอัลไซเมอร์หรือไม่

7. อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

เนื่องจากวิตามินอีมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ เช่น ลดการอักเสบและช่วยการทำงานของภูมิคุ้มกันร่างกาย การเสริมวิตามินอีอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความต้องการวิตามินอีเพิ่มขึ้นหรือได้รับไม่เพียงพอจากอาหาร เช่น ผู้สูงอายุบางคน

8. อาจช่วยการทำงานของปอด

การศึกษาพบว่าการเสริมวิตามินอีสามารถช่วยให้การทำงานของปอดและอาการบางอย่างของโรคหอบหืดในเด็กและผู้ใหญ่ดีขึ้น

อันตรายจากการขาดวิตามินอี

สาเหตุที่ร่างกายได้รับวิตามินอีไม่เพียงพอ

การขาดวิตามินอีมักเกิดจากการกินอาหารที่มีวิตามินอีต่ำหรือเกิดจากความผิดปกติของการดูดซึมวิตามินอี ทารกบางคนเกิดมาพร้อมภาวะขาดวิตามินอี ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในสมอง หลอดเลือดในดวงตาอาจเจริญผิดปกติ มักแก้ไขได้ด้วยการกินวิตามินอีเสริม
การขาดวิตามินอีในผู้ใหญ่พบได้น้อย เนื่องจาก ผู้ใหญ่จะเก็บวิตามินอีไว้ในเนื้อเยื่อไขมัน ในปริมาณมาก
“การขาดวิตามินอีอาจทำให้การตอบสนองและการประสานงานของระบบประสาทบกพร่อง เดินลำบาก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ซึ่งการเสริมวิตามินอีช่วยแก้ไขความบกพร่องได้”

ปริมาณวิตามินอีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

ปริมาณวิตามินอีในผู้ใหญ่

ร่างกายของเราควรได้รับปริมาณวิตามินอี ต่อวัน อยู่ที่ปริมาณ 15 IU เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการขาด

ผู้ที่เสี่ยงต่อการขาดวิตามินอี

กินอาหารไขมันต่ำมาก เสี่ยงต่อการขาดวิตามินอี

เนื่องจากวิตามินอี เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันและน้ำมันพืชเป็นแหล่งอาหารหลักของวิตามินอี วิตามินอีจะดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีที่สุดเมื่อกินพร้อมกับไขมัน ดังนั้นการกินอาหารที่มีไขมันต่ำมาก หรือหากร่างกายมีภาวะความผิดปกติที่ทำให้การดูดซึมไขมันบกพร่อง (เช่น ความผิดปกติของตับ ความผิดปกติของถุงน้ำดี ตับอ่อนอักเสบ และโรคซิสติก ไฟโบรซิส) ทำให้วิตามินอีถูกดูดซึมลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินอี

วิตามินอีเสริม

วิตามินอีมีหลายรูปแบบ

เราสามารถพบวิตามินอีในรูปแบบสังเคราะห์และแบบธรรมชาติ วิตามินอีรูปแบบธรรมชาติคืออัลฟาโทโคฟีรอล (alpha-tocopherol) ในขณะที่รูปแบบสังเคราะห์คือ DI-อัลฟาโทโคฟีรอล (DI-alpha-tocopherol) ซึ่งทั้งสองรูปแบบออกฤทธิ์ได้ดี อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องใช้รูปแบบสังเคราะห์ในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกับรูปแบบธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังพบวิตามินอีในรูปแบบ โทโคไตรอีนอล (Tocotrienols) ที่มีอยู่ทั่วร่างกายในปริมาณที่ต่ำกว่า แต่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มากกว่า
วิตามินอีที่ขายในท้องตลาดมีหลายรูปแบบและหลายขนาด เช่น 100 IU ไปจนถึง 400 IU หรือมากกว่านั้น อย่างไรก็ตามไม่ควรกินวิตามินอีเสริมมากกว่า 540 มก. (800 IU) ต่อวัน เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้

ข้อควรระวังในการกินวิตามินอีเสริม

ระมัดระวังการเสริมวิตามินอีในผู้ที่มีโรคประจำตัว

การเกิดพิษจากวิตามินอีพบได้น้อยมาก แต่บางครั้งการได้รับในปริมาณที่สูงอาจทำให้เลือดออกผิดปกติได้ และอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ และท้องเสีย
วิตามินอีป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง หากคุณมีโรคประจำตัวและกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกร็ดเลือด เช่น Coumadin (warfarin) หรือ Plavix (clopidogrel) ควรปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้ยาชนิดอื่นๆ ที่อาจเกิดอันตรกิริยากับวิตามินอี ได้แก่ ซิมวาสแตติน ไนอาซิน ยาเคมีบำบัด ยารังสีรักษา เป็นต้น
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกินวิตามินอีอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัดเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดออกมากเกินไป
ดังนั้น หากต้องการเสริมวิตามินอีในขนาดสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

Personalized Vitamin

วิตามินเฉพาะบุคคล
เหมาจ่าย
2,800 บาท/เดือน

รายละเอียดเพิ่มเติม

Ref.

1. healthline.com/health/all-about-vitamin-e
2. nhs.uk/conditions/vitamins-and-minerals/vitamin-e/
3. healthline.com/health/all-about-vitamin-e#58
4. msdmanuals.com/home/disorders-of-nutrition/
5. verywellfit.com/vitamin-e
6. nhs.uk/conditions/vitamins-and-minerals/vitamin-e

ข้อมูลโดย

ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก