
- คลื่นไส้อาเจียนมาก จนทําให้ร่างกายได้รับน้ําและอาหารไม่เพียงพอ คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลีย หรืออาเจียน ออกมาเป็นเลือด
- เลือดออกทางช่องคลอด อาจมีสาเหตุจาก :
- แท้งบุตร
- ตั้งครรภ์นอกมดลูก เกิดจากไข่ที่ฝังตัวและเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูก
- ตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก คือการที่รกเปลี่ยนเป็นเม็ดใสๆ คล้ายสาคู ทําให้มดลูกมีขนาดโตกว่าอายุครรภ์ที่ควรจะเป็น
- ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงหรือร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด
- ไข้สูง หรือสงสัยว่าเป็นหัดเยอรมัน อีสุกอีใส หรือไข้ออกผื่น
อาหารที่เหมาะสมกับหญิงตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 1
ส่วนมากคุณแม่จะเริ่มมีอาการแพ้ท้องในระยะนี้ ทําให้ความอยากอาหารลดลง และรับประทานอาหารได้น้อย ดังนั้น ลักษณะอาหารที่คุณแม่ควรรับประทาน ควรเป็นอาหารอ่อน ย่อยง่าย มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย หากทานอาหาร ได้น้อยควรแบ่งรับประทานเป็นมื้อย่อย หรือทานขนมปังกรอบ เพื่อให้พลังงาน และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องเทศ ที่มีกลิ่นแรง, อาหารมัน, ผักรสขมในการประกอบอาหาร เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ข้างต้น
ในระยะนี้ ความต้องการพลังงานของคุณแม่จะยังไม่เพิ่มขึ้นจากก่อนตั้งครรภ์ ถ้าน้ําหนักตัวของคุณแม่ อยู่ในเกณฑ์ปกติตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ก็สามารถรับประทานอาหารในปริมาณเท่าเดิมได้ เพียงแต่ควรเลือกชนิด ของอาหารมากขึ้น เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ระบบ สมองและประสาทจะเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้น สารอาหารที่คุณแม่ควรเน้นมากในช่วงนี้ ได้แก่
- สารอาหารจําพวกโฟเลท สามารถป้องกันการเกิดความผิดปกติของสมองและไขสันหลังในทารก (Neural Tube Defect) และช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์ของตัวอ่อนแข็งแรง โดยอาหารที่มี ปริมาณโฟเลทสูง ได้แก่ ข้าวกล้อง, ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักคะน้า ผักโขม บล็อคโคลี่, ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วดํา, ถั่วแดง, ส้ม, สับปะรด, มะละกอ, ตับหมู, ขนมปังโฮลวีท หรือซีเรียลโฮลวีทที่มีการเติมโฟเลท เสริมเข้าไป เนื่องจากโฟเลท ที่อยู่ในอาหารนั้น สามารถถูกทําลายด้วยความร้อนจากการปรุงประกอบอาหาร จึงไม่ควรประกอบอาหารด้วยความร้อนที่สูง หรือระยะเวลานานจนเกินไป
- กรด DHA (กรดไขมันโอเมก้า 3) เป็นสารอาหารที่จําเป็นต่อการเจริญเติบโตของระบบประสาทและสมอง พบได้มากในปลาทะเลน้ําลึก เช่น ปลาทูน่า, ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน เป็นต้น นอกจากนี้ปลาใน ประเทศไทยบางชนิด ยังมีกรดไขมันชนิดนี้ในปริมาณสูง เช่น ปลาทู, ปลาสวาย, ปลาช่อน, ปลากระพง และปลาดุก เป็นต้น
- ไอโอดีน เพื่อให้การเจริญเติบโตของสมอง และต่อมไทรอยด์ทํางานได้ตามปกติ ลดความเสี่ยงของการมี สติปัญญาบกพร่องในเด็ก เราสามารถพบไอโอดีนมากได้ในอาหารจําพวก อาหารทะเลและเกลือที่ผสมไอโอดีน
การปฏิบัติตัว
- ออกกําลังกายตามความเหมาะสม ซึ่งคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- นอนพักผ่อนอย่างสม่ําเสมอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ต่อวัน
- งดบุหรี่ สุรา ชา กาแฟ และเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
- งดเดินทางไกล เนื่องจากเสี่ยงต่ออาการวิงเวียน แพ้ท้อง อ่อนเพลีย
- หากมีอาการไม่สบายควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากยาบางอย่างมีผลต่อทารกในครรภ์
- งดมีเพศสัมพันธ์ หากมีอาการแท้งคุกคาม หรือเลือดออกทางช่องคลอด
- สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดไม่รัดแน่นเกินไป
- ทํางานได้ตามปกติ แต่ไม่ควรทํางานหนัก
- ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้คนที่เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ เช่น อีสุกอีใส หัดเยอรมัน เป็นต้น
การฝากครรภ์เพื่อลูกรัก
- ควรพบแพทย์เพื่อทําการฝากครรภ์ เมื่อตรวจพบว่ามีการตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ครั้งแรกเป็นการตรวจ ที่ค่อนข้างละเอียด เริ่มตั้งแต่ชั่งน้ําหนักและวัดส่วนสูง ตรวจปัสสาวะ วัดความดันโลหิต ตรวจเต้านม ตรวจต่อมไทรอยด์ ฟังเสียงหัวใจและปอด ตรวจครรภ์ และสุดท้ายคือตรวจเลือดเพื่อประเมินสุขภาพ ของคุณแม่ เช่น ตรวจหมู่โลหิต ความเข้มข้นของเลือด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ เอดส์ ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย เป็นต้น
- การฝากครรภ์ครั้งแรกโดยทั่วไปแพทย์จะทําการอัลตราซาวนด์ ช่วงอายุครรภ์ตั้งแต่ 7 – 8 สัปดาห์ เป็นต้นไป โดยการตรวจทางหน้าท้องหรือช่องคลอดเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ และอายุครรภ์
- การตรวจคัดกรองความเสี่ยงที่จะมีบุตรเป็นดาวน์ซินโดรม โดยทั่วไปคุณแม่สามารถสอบถามจากแพทย์ ผู้ดูแล และสามารถทําการตรวจคัดกรองจากเลือดคุณแม่ได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 9 สัปดาห์เป็นต้นไป
English
简体中文

BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช