นอนไม่หลับ หรือหลับก็ไม่สนิท ตื่นมาไม่สดชื่น แก้ได้ที่สมอง

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) คือ

อาการนอนไม่หลับ คือ ความผิดปกติของการนอนที่ทำให้หลับยาก หรือทำให้ตื่นเร็วเกินไปและไม่สามารถกลับไปนอนต่อได้ คุณอาจจะรู้สึกเหนื่อยเมื่อตื่นนอน อาการนอนไม่หลับบั่นทอนระดับพลังงาน อารมณ์ รวมถึงสุขภาพโดยรวม ประสิทธิภาพการทำงาน และคุณภาพชีวิตของคุณอีกด้วย

อาการของผู้ป่วยที่มีภาวะนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท

  • นอนหลับยากตอนกลางคืน
  • ตื่นกลางดึก
  • ตื่นเช้าเกินไป
  • นอนไม่หลับทั้งคืน
  • ความเหนื่อยล้า หรือง่วงนอนในเวลากลางวัน
  • หงุดหงิด ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล
  • ไม่สามารถจดจ่อกับงานได้ หรือมีปัญหาการจดจำ
  • มีความผิดพลาด หรือมีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น
  • มีความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการนอนหลับ

ปัญหาความเครียด

ความเครียด ความกังวลเรื่องงาน การเรียน สุขภาพ การเงิน หรือครอบครัว อาจทำให้จิตใจของคุณคิด กังวล ตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับยาก เหตุการณ์ในชีวิตที่ตึงเครียดหรือความบอบช้ำทางจิตใจ เช่น การเสียชีวิต หรือความเจ็บป่วยของคนที่คุณรัก การหย่าร้าง หรือการสูญเสียงาน อาจทำให้นอนไม่หลับได้เช่นกัน

สมองตื่นตัว นอนไม่หลับ

นิสัยการนอนที่ไม่ดี ได้แก่ กำหนดเวลาเข้านอนที่ดึกเกินไป, การทำกิจกรรมกระตุ้นอารมณ์ก่อนนอน, สภาพแวดล้อมในการนอนไม่ดี, การใช้เตียงเพื่อทำงาน, รับประทานอาหารก่อนอน, การดูทีวี การดูจอคอมพิวเตอร์ เล่นวิดีโอเกม ดูสมาร์ทโฟน หรือดูหน้าจออื่นๆ ก่อนนอนอาจรบกวนวงจรการนอนหลับของคุณได้

สมองตื่นตัว นอนไม่หลับ

นิสัยการนอนที่ไม่ดี ได้แก่ กำหนดเวลาเข้านอนที่ดึกเกินไป, การทำกิจกรรมกระตุ้นอารมณ์ก่อนนอน, สภาพแวดล้อมในการนอนไม่ดี, การใช้เตียงเพื่อทำงาน, รับประทานอาหารก่อนอน, การดูทีวี การดูจอคอมพิวเตอร์ เล่นวิดีโอเกม ดูสมาร์ทโฟน หรือดูหน้าจออื่นๆ ก่อนนอนอาจรบกวนวงจรการนอนหลับของคุณได้

การเดินทาง

ตารางการเดินทางหรือการทำงาน สาเหตุต่างๆ ได้แก่ เจ็ตแล็กจากการเดินทางข้ามเขตเวลาต่างๆ  การทำงานกะดึกหรือเปลี่ยนกะบ่อยๆ

รับประทานอาหารมากเกินไปในตอนเย็น

การกินมากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวขณะนอนราบ หลายคนยังมีอาการเสียดท้อง กรดไหลย้อนและอาหารจากกระเพาะอาหารเข้าสู่หลอดอาหารหลังรับประทานอาหาร ซึ่งอาจทำให้คุณตื่นตัวได้

ความผิดปกติของสุขภาพจิต

โรควิตกกังวล เช่น โรคเครียดหลังเกิดบาดแผล อาจรบกวนการนอนหลับของคุณ การตื่นเร็วเกินไปอาจเป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้า อาการนอนไม่หลับมักเกิดขึ้นกับความผิดปกติทางจิตอื่นๆ เช่นกัน

ยา

ยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์หลายชนิดสามารถรบกวนการนอนหลับได้ เช่น ยาแก้ซึมเศร้าและยารักษาโรคหอบหืดหรือความดันโลหิต ยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ เช่น ยาแก้ปวด ยารักษาโรคภูมิแพ้ และผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก มีคาเฟอีนและสารกระตุ้นอื่นๆ ที่อาจรบกวนการนอนหลับ

เงื่อนไขทางการแพทย์ 

ตัวอย่างของภาวะที่เชื่อมโยงกับการนอนไม่หลับ ได้แก่ อาการปวดเรื้อรัง มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคกรดไหลย้อน (GERD) ไทรอยด์ โรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์

ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ 

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้คุณหยุดหายใจเป็นระยะๆ ตลอดทั้งคืน ซึ่งขัดขวางการนอนหลับของคุณ

คาเฟอีน นิโคติน และแอลกอฮอล์ 

กาแฟ ชา น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอื่นๆ เป็นตัวกระตุ้น การดื่มในช่วงบ่ายหรือเย็นอาจทำให้คุณนอนไม่หลับตอนกลางคืน นิโคตินในผลิตภัณฑ์ยาสูบ เป็นอีกสารกระตุ้นที่สามารถรบกวนการนอนหลับได้ แอลกอฮอล์อาจช่วยให้คุณหลับได้ แต่ทำให้ไม่สามารถหลับลึกและมักทำให้ตื่นกลางดึก

วิธีปรับ “นาฬิกาชีวิต” ให้นอนหลับได้ดีขึ้น

นอนไม่หลับ หรือหลับก็ไม่สนิท ตื่นมาไม่สดชื่น
แก้ได้ที่สมอง

คนวัยทำงานโดยเฉพาะระดับผู้บริหารส่วนมากมักจะเจอกับปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับก็ไม่สนิท ตื่นมาไม่สดชื่น เพลียระหว่างวัน บ้างก็แก้ปัญหาด้วยการทานยานอนหลับ อาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทางไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยก็พอช่วยให้ได้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าสาเหตุหลัก ๆ ของการนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิทนั้นเกิดจากอาการสมองเหนื่อยล้า(Brain Fatique) ที่กิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สมองเหนื่อยล้า ได้อย่างไร?

แค่ลืมตาตื่นขึ้นมาเริ่มต้นวันใหม่ สมองก็เริ่มทำงานทันที อันที่จริงสมองคนเราทำงานตลอด 24 ชั่วโมงแม้กระทั่งยามหลับ ไม่ว่าจะเป็นภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่ได้รับ หรือความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ได้พบเจอระหว่างวันล้วนเกิดจากการสั่งการของสมองทั้งสิ้น หากลองรวบรวมความรู้สึกหรือกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ๆ ลงในหน้ากระดาษ คุณอาจจะได้ลิสต์ที่ยาวเป็นหางว่าวเลยก็เป็นได้ ดังนั้นการที่สมองเราเหนื่อยล้าก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่าเรารู้ตัวและจัดการกับความเหนื่อยล้าของสมองได้หรือไม่ หากยังคงจัดการไม่ได้และปล่อยให้เรื้อรังต่อไปจนกลายเป็นความเคยชิน ก็อาจทำให้ต้องเจอกับปัญหาการนอนหลับอยู่เรื่อยและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

จะรู้ได้อย่างไรว่าสมองเหนื่อยล้า?

เวลาที่สมองเหนื่อยล้า จะมีอาการที่แสดงออกได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท มีความวิตกกังวลตลอดเวลา อารมณ์แปรปรวน รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไร ทานอะไรก็ไม่อร่อย ความจำสั้นหรือจำได้ไม่ดี ไม่สามารถคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สมองไม่แล่น) รู้สึกหดหู่ หมดหวัง เป็นต้น

นอกจากอาการที่กล่าวมานี้ความเครียดยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการนอนหลับเช่นเดียวกันยิ่งไปกว่านั้นความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและทำให้สมองเกิดความเหนื่อยล้าซึ่งภาวะสมองเหนื่อยล้านี้เองที่เป็นประตูเปิดเข้าไปในโลกของโรคอัลไซเมอร์โรคพาร์กินสันโรคหัวใจโรคซึมเศร้าหรือโรคมะเร็งได้อีกด้วยที่น่าเป็นห่วงคือปัจจุบันมีคนจำนวนมากมายที่กำลังเผชิญกับอาการสมองเหนื่อยล้าแต่ไม่รู้ตัว

แก้ปัญหาการนอนหลับที่สมอง

การแก้ปัญหาให้ได้ผลอย่างยั่งยืนจำเป็นจะต้องหาสาเหตุให้พบและแก้ให้ตรงจุดหลายครั้งที่เมื่อลองปรับเปลี่ยนสิ่งของเครื่องใช้หรือสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการพักผ่อนนอนหลับแล้วแต่ยังแก้ปัญหาไม่ได้การบำบัดความเครียดและการบำบัดความเหนื่อยล้าของสมองอาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดในกรณีนี้ก็เป็นได้

1. บำบัดความเหนื่อยล้าของสมอง (Brain Fatigue) และฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมอง

ในประเทศญี่ปุ่นมีทีมนักวิจัยที่ค้นคว้านวัตกรรมบำบัดอาการสมองเหนื่อยล้าเพื่อเหลือช่วยคนวัยทำงานที่มักจะพักผ่อนน้อย ทำงานเยอะ แบกรับความเครียดตลอดเวลา งานวิจัยค้นคว้าดำเนินไปอย่างยาวนานกว่า 15 ปี โดยนายแพทย์ ทาเคฮิโกะ ฟูจิโนะ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แห่งมหาวิทยาลัยคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และทีม จนพบว่า BOOCS หรือ BRAIN ORIENTED ONESELF CARE SYSTEM สามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมองได้ ซึ่งปัจจุบัน BOOCS ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

BOOCS คือ รูปแบบการดูแลและให้คำปรึกษาเพื่อช่วยบำบัดความเหนื่อยล้าของสมอง ผ่อนคลายความเครียด ฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมอง รวมไปถึงป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ด้วย โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 (5 Sensory Stimulation) มาบำบัดเพื่อผ่อนคลายความเครียดช่วยในเรื่องการนอนหลับและลดความเสี่ยงในการก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์

2. เพิ่มพลาสมาโลเจนให้กับร่างกาย

พลาสมาโลเจน (Plasmalogen) เป็นสารที่พบเห็นโดยทั่วไปในโครงสร้างของสัตว์ต่างๆ โดยพบมากในเซลล์ประสาทสมองของมนุษย์ มีบทบาทสำคัญในกระบวนการสื่อสารของเซลล์และป้องกันการอักเสบ จากการศึกษาพบว่า ระดับพลาสมาโลเจนที่ลดลงนั้นสัมพันธ์กับความเสื่อมของระบบประสาท ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าของสมองและก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และโรคซึมเศร้า เป็นต้น นอกจากนี้การที่อายุเพิ่มมากขึ้น ความเครียด หรือแม้แต่การเป็นหวัด ล้วนส่งผลให้ระดับพลาสมาโลเจนในร่างกายลดลง

และผลการศึกษาได้ยืนยันแล้วว่าการเพิ่มระดับของพลาสมาโลเจนและ DHA ช่วยให้อาการดีขึ้นในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ จึงประมาณการได้ว่า พลาสมาโลเจนมีผลช่วยลดการอักเสบของเซลล์และเป็นอาหารสมองสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการป้องกันอาการหลงลืมหรือผู้ป่วยอัลไซเมอร์ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการนอนหลับให้สมองได้พักผ่อนเพียงพออีกด้วย นอกจากนั้นผลวิจัยของนายแพทย์ฟูจิโนะ ยังพบอีกว่าพลาสมาโลเจนจากหอยเชลล์นั้นให้ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูเซลล์สมองได้มากที่สุดอีกด้วย

การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ หากเป็นเพียงระยะสั้นๆ อาจไม่กระทบต่อสุขภาพมากมายเท่าไหร่นัก แต่หากเกิดขึ้นบ่อยและเรื้อรัง จะทำให้สุขภาพย่ำแย่ลงในระยะยาว ดังนั้นหากเราสามารถดูแลสุขภาพแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่วัยทำงาน จะช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ โรคพากินสัน โรคทางสมองและระบบประสาท เมื่ออายุมากขึ้นได้

ปัจจุบันโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจาก BOOCS Medical Group ประเทศญี่ปุ่น ให้จัดตั้งคลีนิค BOOCS@BNH เพื่อให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม ภาวะความเครียด อาการนอนไม่หลับ และการรับประทานอาหารเสริมพลาสมาโลเจน โดยผู้เชี่ยวชาญ BOOCS Counsellor ที่ผ่านการอบรมและมี License รับรองจากประเทศญี่ปุ่นนอกจากนั้นโรงพยาบาลบีเอ็นเอชยังเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยที่นำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลาสมาโลเจนจากหอยเชลล์และผ่านการพิจารณาการจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว

วีธีแก้ไขปัญหาอาการนอน ไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท

1. เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม ตื่นนอนเป็นเวลา และนอนให้เพียงพอ
2. กินให้ตรงเวลา ไม่กินมื้อดึก (ไม่กินหลัง 2 ทุ่ม)
3. ให้ร่างกายได้สัมผัสแสงแดดธรรมชาติให้มากขึ้น ในช่วงเช้าหรือกลางวัน
4. ระหว่างวันให้เคลื่อนไหวร่างกายทุกๆ ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงบ่ายและช่วงเย็น
5. หลังพระอาทิตย์ตกดิน ควรปิดไฟหรือหรี่ไฟให้มากที่สุด เพื่อให้ร่างกายรับรู้ว่ามืดแล้ว
6. หลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากหน้าจอ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้านอน เพื่อให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนินได้อย่างปกติ
7. สร้างความผ่อนคลายด้วยกิจกรรมที่ชอบ เช่น ฟังเพลงบรรเลงคลายเครียด จุดน้ำมันหอมระเหย Aromatherapy หรือนั่งสมาธิ
8. สามารถทานอาหารเสริมเป็นตัวช่วยได้

การนอนไม่พอหรือ “นอนไม่หลับ” ส่งผลเสียอย่างไร?

1. ร่างกายเสื่อมโทรมลง
2. ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
3. การตอบสนองของสมองช้าลง และร่างกายทำงานติดขัด
4. เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็ง
5. และเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนทั่วไป

การนอนพักผ่อนที่เหมาะสม แบ่งตามช่วงอายุ ไว้ดังนี้

  • วัยเด็ก 6-13 ปี ควรพักผ่อน 9-11 ชม.
  • วัยรุ่น 14-17 ปี ควรพักผ่อน 8-10 ชม.
  • วัยผู้ใหญ่ตอนต้น 18-25 ปี ควรพักผ่อน 7-9 ชม.
  • วัยผู้ใหญ่ 26-64 ปี ควรพักผ่อน 7-9 ชม.
  • วัย 65 ปีขึ้นไป ควรพักผ่อน 7-8 ชม.

การนอนแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

1. ช่วงการนอนหลับแบบลูกตากรอกตัวไปมาช้าๆ (Non-rapid eye movement หรือ NREM Sleep)

สามารถแยกย่อยออกเป็น 3-4 ระยะ โดยที่ระยะแรกๆ จะเป็นช่วงที่เพิ่งจะหลับหรือ สะลึมสะลือ ในช่วงนี้ร่างกายจะตอบสนองเร็วต่อสิ่งกระตุ้นจากภายนอก เช่น ถ้าถูกปลุกให้ตื่น ก็จะตื่นทันที ไม่มีอาการงัวเงีย

2. ช่วงการนอนหลับแบบลูกตากรอกตัวอย่างรวดเร็ว (Rapid eye movement sleep หรือ REM sleep)

จะเป็นช่วงหลับลึก ร่างกายจึงจะตอบสนองต่อสิ่งภายนอกช้า ถ้าถูกปลุก จะตื่นลำบากและมีอาการง่วงซึม
ช่วงนี้ ร่างกายจะได้รับการฟื้นฟูและซ่อมแซมมากที่สุดจากฮอร์โมนแห่งการชะลอวัย (Anti-aging hormone) หรือ Growth hormone ที่ถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมาในปริมาณมากที่สุดในช่วงนี้

Growth hormone หรือ ฮอร์โมนชะลอความแก่

คือสารที่ร่างกายหลั่งออกมาจากต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง รวมไปถึงพัฒนาการด้านสมอง และคงความหนุ่มสาว ดังนั้นยิ่งมีฮอร์โมนตัวนี้เยอะร่างกายจะยิ่งแข็งแรง ถ้ามีน้อยร่างกายเราก็เสื่อมเร็วขึ้น กระดูกจะบางลง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน กล้ามเนื้อเล็กลงและขาดความทนทาน ริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น ผมหงอกเร็วขึ้น เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
สารนี้จะหลั่งออกมาจากต่อมใต้สมองเมื่อเราหลับลึกเท่านั้น โดยจะหลั่งออกมามากที่สุดในช่วง 24:00-1.30 น.
ดังนั้น ถ้าเราอยากจะคงความอ่อนเยาว์ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรเข้านอนคือเวลา 22.00 น.
อย่างช้าที่สุดไม่ควรเกิน 23.30 น. เพื่อที่จะได้รับ Growth hormone มากขึ้น

วิตามินหรืออาหารเสริมเรื่องการนอนหลับที่แนะนำ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก