คลอด & แคร์ : แพ็กเกจคลอดเหมาจ่ายที่บีเอ็นเอชใส่ใจ

โรงพยาบาลบีเอ็นเอชให้บริการดูแลคุณแม่ครบวงจร…
ตั้งแต่ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ คลอดบุตร และดูแลสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยหลังคลอด

การดูแลสุขภาพของคุณแม่ตั้งแต่เริ่มต้นการฝากครรภ์นั้นมีความสำคัญอย่างมากทั้งต่อตัวคุณแม่เองและทารกในครรภ์ เพื่อให้เป็นการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ที่สุด แพทย์จะช่วยดูแลสุขภาพคุณแม่และทารกให้ปลอดภัย ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการตรวจคัดกรองเพื่อหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ด้วย เช่น โรคทางพันธุกรรม โรคธาลัสซีเมีย และดาวน์ซินโดรม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการตรวจหาโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์เพื่อให้สามารถหาแนวทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
การฝากครรภ์ยังเป็นการติดตามพัฒนาการของทารกในครรภ์ด้วยว่ามีการเจริญเติบโตตามปกติหรือไม่ ซึ่งหากคุณแม่เข้ารับการฝากครรภ์และเข้าพบแพทย์ตามที่นัดหมายไว้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แพทย์ตรวจพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ในช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสม ที่สำคัญคุณแม่ยังได้รับคำแนะนำจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญสำหรับการดูแลตนเองและทารกในครรภ์อย่างถูกวิธีด้วย

ทำไมคุณแม่ถึงวางใจในการคลอดบุตรที่บีเอ็นเอช?

โรงพยาบาลบีเอ็นเอชมีชื่อเสียงโดดเด่นและมีประสบการณ์การดูแลแม่และเด็กมายาวนานกว่า 123 ปี รักษาพยาบาลด้วยมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากล ทีมสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วิสัญญีแพทย์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารก พร้อมทีมพยาบาลวิชาชีพชำนาญการให้บริการดูแลคุณแม่และลูกน้อยอย่างใกล้ชิดปลอดภัยที่บีเอ็นเอช

  • เตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ให้คำปรึกษาวางแผนมีบุตรอย่างมีคุณภาพ ภายใต้กรอบเวลาที่เหมาะสม
  • ดูแลครอบคลุมระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมพร้อมให้ทารกเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ จวบจนวันที่ให้กำเนิดลูกน้อย และการดูแลบุตรหลังคลอด
  • ห้องคลอด ห้องผ่าตัด ครบครันด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล สะอาดปลอดเชื้อ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการคัดกรองที่จำเป็นสำหรับมารดาและทารก
  • ส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 100% โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรับรองประกาศนียบัตรตามมาตรฐาน IBLCE (International Board of Lactation Consultant Examiners) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณแม่จะมีน้ำนมหยดแรกให้ลูกน้อย
  • ส่งเสริมคุณค่าอาหารและโภชนาการ เมนูคัดสรรอย่างหมาะสมสำหรับคุณแม่เพื่อกระตุ้นน้ำนมและบำรุงสุขภาพระหว่างพักฟื้น
  • เตรียมความพร้อมให้คุณแม่พร้อมดูแลลูกน้อยอย่างถูกวิธีก่อนกลับบ้าน ให้คำแนะนำการเลี้ยงลูกด้วยตนเอง เช่น การอาบน้ำลูก การให้นม นำลูกเข้าเต้า แก้ไขปัญหาเต้านมคัด เป็นต้น
  • มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่องและพิถีพิถัน ด้วยทีมบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลซึ่งมีความชำนาญสูง ใส่ใจในคุณภาพอย่างแท้จริง เพราะความสมบูรณ์ ปลอดภัยของคุณแม่และทารกเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของเรา
  • แนะนำบริการอื่นๆ ที่จำเป็น สำหรับคุณแม่และลูกน้อย เช่น โปรแกรมดูแลคุณแม่หลังคลอด การตรวจประเมินพัฒนาการเด็ก การฉีดวัคซีนสำหรับทารกแรกเกิด เป็นต้น

คลอดบุตรในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ปลอดภัยอย่างไร ?

คุณแม่ที่มาฝากครรภ์และคลอดบุตร มั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างคลอดที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ด้วยมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

  • คุณแม่ทุกรายต้องได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ก่อนคลอด
  • คุณพ่อที่ต้องการเข้าห้องคลอดหรือห้องผ่าตัดต้องได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19
  • คุณแม่และคุณพ่อสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาระหว่างการคลอด เพื่อความปลอดภัย
  • ประเมินความปลอดภัยของมารดาและทารกตั้งแต่แรกรับจนถึงหลังคลอด เช่น Central Fetal Monitor และ Central Patient Monitor
  • ห้องคลอด ห้องผ่าตัด ครบครันด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐาน สะอาดปลอดภัย ปลอดเชื้อ
  • บุคลากรทางการแพทย์สวมชุดป้องกันและหน้ากากอนามัยระหว่างการทำคลอด
  • สูติแพทย์และพยาบาลให้การดูแลตลอดการคลอดอย่างใกล้ชิด
  • จำกัดจำนวนผู้มาเยี่ยมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

เลือกคลอดแบบใด อย่างไรดี?

หัวใจสำคัญของการคลอดคือ “แม่และลูกปลอดภัย” ดังนั้นการเลือกวิธีจึงต้องขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าการคลอดมี 2 แบบ ได้แก่ การคลอดเองตามธรรมชาติ (Normal Labour) และการผ่าตัดคลอด (Caesarean Section) ซึ่งการคลอดแต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน คุณแม่มีสิทธิเลือกว่าจะคลอดแบบใด ซึ่งแพทย์จะให้คําแนะนําโดยคํานึงถึงพื้นฐานของความปลอดภัย เมื่อคุณแม่เริ่มมาฝากครรภ์ แพทย์จะทําการตรวจครรภ์ และซักประวัติเพื่อตรวจหาโรคประจําตัว รวมไปถึงการวินิจฉัยว่ามีภาวะความจําเป็นที่จะต้องทําการผ่าตัดคลอดหรือไม่ เช่น ครรภ์เป็นพิษ เด็กตัวใหญ่เกินไป อุ้งเชิงกรานของคุณแม่เล็ก ความดันโลหิตสูง เด็กเจริญเติบโตช้าในครรภ์ น้ำคร่ำน้อย ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนดเป็นเวลานานๆ หรือแม้กระทั่งมีภาวะการคลอดผิดปกติอย่างปากมดลูกเปิดช้า ฯลฯ ก่อนถึงกำหนดคลอดคุณแม่จึงควรศึกษาหาข้อมูลให้รอบด้าน นอกจากนี้สิ่งที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญคือ การวางแผนการคลอด (Birth Plan) กับสูติแพทย์ล่วงหน้า เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือความรู้กัน ซึ่งจะส่งผลให้การคลอดลูกน้อยสมบูรณ์และปลอดภัยที่สุด

Click!
Click!
Click!

กรณีฝากครรภ์ที่อื่น และต้องการคลอดบุตรที่บีเอ็นเอช มีข้อกำหนดดังนี้

  1. มารดาต้องมีประวัติการฝากครรภ์ยืนยัน ในช่วงไตรมาสแรก (First trimester) แพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจโครโมโซม (Prenatal Chromosome Screening) ตรวจเลือด เพื่อคัดกรองโรคและประเมินความเสี่ยงโรคที่อาจมีผลต่อทารกในครรภ์ ในกรณีคนไข้ปฏิเสธการตรวจต้องให้คนไข้ลงนามยืนยันในเอกสารปฏิเสธการตรวจทุกครั้ง
  2. มารดาจะต้องได้รับการตรวจตั้งครรภ์ก่อนการคลอด ดังนี้

    ● อายุครรภ์ 17-22 สัปดาห์ มารดาต้องเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ครรภ์ (Ultrasound Mid-trimester) และแปลผลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (Maternal-Fetal Medicine Specialist) หรือนำผลการตรวจจากโรงพยาบาลอื่นมาให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเพื่อยืนยันความปกติของทารกในครรภ์

    ● อายุครรภ์ก่อน 35 สัปดาห์ ต้องเข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่โรงพยาบาลบีเฮ็นเอช ดังนี้
    – ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด Complete Blood Count (CBC)
    – ไวรัสตับอักเสบบี HBsAg
    – ตรวจหาเชื้อเอชไอวี HIV Antibody
    – ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ Type and Screen (T/S)
    – ตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิส VDRL

  3. มารดาต้องไม่มีปัญหาทางสุขภาพและโรคประจำตัวตามเงื่อนไขที่โรงพยาบาลกำหนด

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ดังนี้

  • ชุดของขวัญสําหรับทารก
  • ชุดสวยลูกน้อย แต่งตัวกลับบ้าน
  • บริการจัดทําสูติบัตร (ภาษาไทย)
  • การให้บริการใช้เครื่องปั้มนมเพื่อสนับสนุนการให้นมแม่
  • ส่วนลด 10% สำหรับโปรแกรมดูแลคุณแม่หลังคลอด MOM Health 1 & 2
  • ส่วนลด 20% สำหรับซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ The Mbrace
  • ส่วนลด 30% สำหรับรายการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม ตามที่โรงพยาบาลกำหนด

คุณสมบัติของผู้ที่ไม่สามารถใช้แพ็กเกจเหมาจ่าย

  • มารดาอายุครรภ์น้อยกว่า 36 สัปดาห์ (นับตามจำนวนวัน) / มารดาที่ตั้งครรภ์ทารกมากกว่า 1 คน อายุครรภ์น้อยกว่า 35 สัปดาห์ (นับตามจำนวนวัน)
  • มารดาไม่ได้ฝากครรภ์ (ANC) ครบตามเงื่อนไขที่โรงพยาบาลกำหนด
  • มารดาที่มีปัญหาทางสุขภาพ หรือมีภาวะแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ที่อาจก่อให้เกิดภาวะเสี่ยงสูงในการคลอดบุตร จะไม่สามารถใช้โปรแกรมการคลอดแบบเหมาจ่ายได้ โรงพยาบาลจะคิดค่าใช้จ่ายทั้งส่วนของมารดาและทารก ทั้งหมดในอัตราปกติ ซึ่งได้แก่

    – มารดามีภาวะรกเกาะต่ำกว่าปกติ (Placenta Previa Partialis, Placenta Previa Totalis)
    – มารดามีภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental Abruption)
    – ภาวะครรภ์เป็นพิษรุนแรง (Severe Preeclampsia) และภาวะความดันโลหิตสูงในหญิงตั้งครรภ์ (HELLP Syndrome)
    – ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ต้องใช้อินซูลินฉีด
    – มารดามีประวัติไทรอยด์เป็นพิษที่ยังไม่สามารถหยุดยาได้นานเกิน 1 ปี หรือมีผลตรวจไทรอยด์ก่อนคลอดผิดปกติ
    – ภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือดผิดปกติ เช่น ภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง (Pulmonary hypertension), โรคลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ (Mitral stenosis), โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic stenosis)
    – มารดามีภาวะเสี่ยงโรคติดต่อ เช่น โรคเอดส์ หรือโรคระบาด Zika, MERS-CoV, Avian flu, Covid-19 etc.
    – มารดามีภาวะความผิดปกติอื่นๆ ที่แพทย์เฉพาะทางสาขานั้นๆ ลงความเห็นว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หากทำหัตการ

  • การคลอดทางช่องคลอดในมารดาที่เคยมีประวัติการคลอดบุตรโดยการผ่าตัดมาก่อน (Vaginal Birth After Cesarean Section – VBAC)
    หมายเหตุ ในกรณีพิเศษอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ทางโรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์พิจารณาใช้แพ็กเกจเป็นกรณี

เงื่อนไขต่างๆ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  1. กรณีลงทะเบียนจองแพ็กเกจคลอด ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564
    หากมารดาและทารกมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอดอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อขั้นตอนการคลอดและหลังคลอด ยังคงสามารถใช้บริการคลอดแบบเหมาจ่ายได้ แต่หากทำการรักษาเพิ่มเติมจากภาวะแทรกซ้อน โรงพยาบาลจะคิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการรักษาจริง

  2. กรณีลงทะเบียนจองแพ็กเกจคลอด หลังวันที่ 30 มิถุนายน 2564
    หากมารดาและทารกมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอดอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อขั้นตอนการคลอดและหลังคลอด จะไม่สามารถใช้บริการคลอดแบบเหมาจ่ายได้ โดยทางโรงพยาบาลจะประเมินค่าใช้จ่าย และคิดค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง

  3. ค่าบริการแบบเหมาจ่ายไม่สามารถใช้ร่วมกับการเรียกเก็บบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกัน รวมถึงส่วนลดในฐานะบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกันและสิทธิพิเศษอื่นๆ

  4. ส่วนต่างค่าห้องพักจากราคาเหมาจ่าย (Room upgrade) และค่าใช้จ่ายส่วนตัวภายในห้องพัก คิดตามราคาปกติ เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารตามสั่ง เป็นต้น

  5. โปรแกรมคลอดเหมาจ่ายนี้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการโปรโมชั่น บัตรสมาชิก และบัตรส่วนลดอื่นๆได้

  6. ญาติสามารถเข้าไปในห้องคลอดได้ หลังจากวิสัญญีแพทย์ให้ยาระงับปวดทางไขสันหลังเรียบร้อย และได้รับความยินยอมจากสูติแพทย์

  7. ชำระค่าบริการคลอดเต็มจำนวน ก่อนวันนอนโรงพยาบาล

  8. โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ งดการบันทึกภาพเคลื่อนไหว ขณะคลอดธรรมชาติและผ่าตัดคลอด

  9. โรงพยาบาลอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เป็นผู้ถ่ายภาพนิ่งเท่านั้น

  10. โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงใดๆ ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

  11. ค่าบริการแปลสูติบัตรจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ คิดค่าใช้จ่าย 3,000 บาท

  12. ระหว่างรอคลอดสามารถเปลี่ยนโปรแกรมเป็นการคลอดปกติโดยการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง (ราคาเหมาจ่าย 100,000 บาท) ได้ทันที