3 เช็ค แก้ปัญหาการมีบุตร

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

1. ตรวจเช็คภาวะรังไข่เสื่อม (Premature Ovarian Insufficiency)

โดยปกติแล้วความสามารถในการมีบุตรของผู้หญิงจะลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุประมาณ 40 ปี ซึ่งอาจทราบได้จากเริ่มมีประจำเดือนมาผิดปกติ แต่สำหรับผู้หญิงที่มีภาวะรังไข่เสื่อม ประจำเดือนจะมาผิดปกติและความสามารถในการมีบุตรจะลดลงก่อนอายุ 40 ปี บางครั้งอาจเริ่มเร็วเท่าช่วงวัยรุ่น เนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน 
 
ภาวะรังไข่เสื่อมจะแตกต่างจากภาวะหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร (Premature Menopause) ซึ่งภาวะหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร ประจำเดือนจะหยุดก่อนอายุ 40 ปี และไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก สาเหตุอาจเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติหรืออาจเกิดจากโรค การผ่าตัด การได้รับยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสง แต่สำหรับภาวะรังไข่เสื่อม ผู้หญิงบางคนยังมีประจำเดือนเป็นครั้งคราว และอาจตั้งครรภ์ได้ 
 
การฟื้นฟูระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงที่มีภาวะรังไข่เสื่อมจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่เกิดขึ้นจากภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ เช่น โรคกระดูกพรุนได้

อาการ

สัญญาณและอาการแสดงของภาวะรังไข่เสื่อมมีความคล้ายคลึงกับอาการในหญิงวัยหมดประจำเดือนหรือขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ได้แก่

– ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือข้ามเดือนไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นนานหลายปี หรือเกิดขึ้นหลังจากการตั้งครรภ์หรือหลังจากหยุดยาคุมกำเนิด
– ตั้งครรภ์ยาก
– ร้อนวูบวาบ
– เหงื่อออกตอนกลางคืน
– ช่องคลอดแห้ง
– ตาแห้ง
– หงุดหงิดหรือขาดสมาธิ
– ความต้องการทางเพศลดลง

สาเหตุ

สาเหตุของรังไข่เสื่อมอาจเกิดจาก

การเปลี่ยนแปลงของโครโมโซม มีความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับภาวะรังไข่เสื่อม เช่น ในผู้หญิงที่มีโครโมโซม X ขาดหายไป 1 แท่ง เป็นต้น
การได้รับสารพิษ การได้รับยาเคมีบำบัดและการฉายรังสี เป็นสาเหตุก่อให้เกิดภาวะรังไข่เสื่อม ซึ่งสามารถทำลายสารพันธุกรรมในเซลล์ได้ สารพิษอื่นๆ เช่น ควันบุหรี่ สารเคมี ยาฆ่าแมลง และไวรัส อาจเร่งการเกิดภาวะรังไข่เสื่อม
การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเนื้อเยื่อรังไข่ โรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune diseases) เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีต่อเนื้อเยื่อรังไข่ ทำให้ไข่เสียหาย ซึ่งสาเหตุของสิ่งที่กระตุ้นที่ทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่การได้รับเชื้อไวรัสก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งได้
ไม่ทราบสาเหตุ สาเหตุของรังไข่เสื่อมมักไม่ทราบสาเหตุ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม แต่หลายครั้งพบว่า สาเหตุยังไม่ชัดเจน

ใครบ้างที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะรังไข่เสื่อม

ปัจจัยบางอย่างสามารถเพิ่มความเสี่ยงภาวะรังไข่เสื่อมในผู้หญิงได้ เช่น

มีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะนี้ เช่น มีแม่หรือพี่สาวมีภาวะนี้
ยีน มีความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับภาวะรังไข่เสื่อม
โรคบางชนิด เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเองและการติดเชื้อไวรัส
การรักษามะเร็ง เช่น การได้รับยาเคมีบำบัด และการฉายแสง
อายุ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากมีอายุระหว่าง 35 ถึง 40 ปี แม้ว่าผู้หญิงก่อนอายุ 30 ปีจะพบได้น้อย แต่ภาวะรังไข่เสื่อมอาจพบได้ในผู้หญิงอายุน้อยและแม้แต่ในวัยรุ่น

ปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะรังไข่เสื่อม

เนื่องจากภาวะรังไข่เสื่อมทำให้ระดับฮอร์โมนบางชนิดลดต่ำลง จึงอาจส่งผลต่อภาวะด้านสุขภาพอื่นๆ ด้วย เช่น

 – โรควิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดจากภาวะรังไข่เสื่อม สามารถทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้
โรคตาแห้งและโรคภาวะผิวตาผิดปกติ ผู้หญิงที่มีภาวะรังไข่เสื่อมอาจจะมีปัญหาโรคตาอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าว ซึ่งทั้งสองอย่างนี้อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตาและอาจทำให้มองเห็นภาพซ้อนได้ หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ดวงตาเสียหายถาวรได้
โรคหัวใจ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ต่ำลงอาจส่งผลต่อหลอดเลือดแดง และเพิ่มการสะสมของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดแดงได้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรือตีบตันได้
ภาวะมีบุตรยาก
ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำผิดปกติ (hypothyroidism) ไทรอยด์เป็นต่อมที่สร้างฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญและควบคุมระดับพลังงานของร่างกาย ฮอร์โมนไทรอยด์ในระดับที่ต่ำเกินไปอาจส่งผลต่อการเผาผลาญที่ลดลงและอาจทำให้รู้สึกหมดแรง เฉื่อยชา และมีอาการอื่นๆ ตามมา
โรคกระดูกพรุน ฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยให้กระดูกแข็งแรง หากไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงพอ ผู้หญิงที่มีภาวะรังไข่เสื่อมมักจะเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งทำให้กระดูกเปราะ อ่อนแอและแตกหักง่าย

การตรวจวินิจฉัยภาวะรังไข่เสื่อม

แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับรอบเดือน ประวัติการตั้งครรภ์ หรือการคุมกำเนิด รวมถึงตรวจร่างกายและปากมดลูก

นอกจากนี้ แพทย์อาจสั่งตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนบางชนิดในร่างกาย เช่น follicle stimulating hormone (FSH), เอสโตรเจน (estrogen) และโปรแลคติน
การตรวจอื่นๆ ได้แก่:
– การตรวจเลือดเพื่อค้นหาความผิดปกติทางพันธุกรรม
– การตรวจอัลตราซาวด์ภายใน (เพื่อตรวจรังไข่และมดลูก)
– การทดสอบการตั้งครรภ์
เป็นต้น

การรักษาภาวะรังไข่เสื่อม

แพทย์อาจรักษาด้วยวิธีต่างๆ ขึ้นอยู่กับอายุ อาการ และความต้องการตั้งครรภ์
การรักษาภาวะรังไข่เสื่อมเบื้องต้น ยกตัวอย่างเช่น
– การทดแทนฮอร์โมนที่รังไข่ไม่ผลิตแล้ว
– การรักษาอาการหรือผลข้างเคียงของภาวะรังไข่เสื่อม เช่น เหงื่อออกตอนกลางคืน ช่องคลอดแห้ง เป็นต้น
– ลดความเสี่ยงของภาวะที่เกิดขึ้นจากรังไข่เสื่อม
– การรักษาภาวะอื่นๆ ที่ส่งผลให้อาการรังไข่เสื่อมแย่ลง
ดังนั้น หากสงสัยว่ามีภาวะรังไข่เสื่อม หรือปัญหาในการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช

2. ตรวจเช็ค ความผิดปกติของมดลูก

ภาวะมีบุตรยากจากความผิดปกติของมดลูกเป็นภาวะที่ผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เนื่องจากไม่มีมดลูกหรือมดลูกทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิดหรือไม่ก็ได้ 
 
สาเหตุของความผิดปกติของมดลูกที่ไม่ได้เป็นแต่กำเนิด มีได้หลายสาเหตุ เช่น เนื้องอกในมดลูก ติ่งเนื้อ การได้รับรังสีรักษา การบาดเจ็บที่มดลูก การติดเชื้อ การขูดมดลูก หรือการผ่าตัดเอามดลูกออก เป็นต้น

ภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากความผิดปกติของมดลูกพบได้บ่อยแค่ไหน

ภาวะมีบุตรยากจากปัจจัยจากมดลูกอาจพบถึง 3% ในผู้หญิงที่ยังไม่ถึงวัยหมดประจำเดือน

สัญญาณหรืออาการแสดงของภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากมดลูก

อาการจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น บางคนไม่เคยมีประจำเดือนเลย บางคนอาจรู้สึกปวดหรือหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือบางคนไม่แสดงอาการ

สาเหตุที่เกิดจากมดลูกมีอะไรบ้างที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก

สาเหตุบางอย่างจากมดลูกหรือปากมดลูกอาจรบกวนการฝังตัวของไข่หรือเพิ่มความเสี่ยงการแท้งบุตร:
– การพบติ่งเนื้อ หรือเนื้องอกในมดลูกมักเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย ซึ่งอาจปิดกั้นท่อนำไข่หรือรบกวนการฝังตัวของไข่ อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงหลายคนที่มีเนื้องอกหรือติ่งเนื้อในมดลูกสามารถตั้งครรภ์ได้
– ปัญหาเกี่ยวกับมดลูกตั้งแต่แรกเกิด เช่น มดลูกมีรูปร่างผิดปกติ อาจทำให้เกิดปัญหาในการตั้งครรภ์หรือระหว่างตั้งครรภ์ได้
– การตีบของปากมดลูก อาจเกิดจากความผิดปกติที่เกิดจากพันธุกรรมหรือปากมดลูกได้รับความเสียหาย
– ปากมดลูกไม่สามารถผลิตเยื่อเมือกที่เหมาะสมเพื่อให้สเปิร์มเดินทางผ่านจากปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูกได้
– ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) อาจพบเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูก เช่น รังไข่ ซึ่งสามารถทำให้รังไข่หรือท่อรังไข่เสียหาย ส่งผลต่อการมีลูกได้

การวินิจฉัยทำอย่างไร

“แพทย์จะทำการซักประวัติ และอาจพบว่าเมื่ออยู่ในช่วงวัยรุ่น ผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีประจำเดือนเหมือนวัยรุ่นผู้หญิงทั่วไป ซึ่งแพทย์อาจจะตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อดูมดลูก และอาจสั่งตรวจวินิจฉัยด้วย MRI เพื่อสังเกตว่ามดลูกมีขนาดหรือรูปร่างผิดปกติหรือไม่

มดลูกผิดปกติทำให้มีบุตรยากได้หรือไม่?

การมีมดลูกผิดปกติอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีภาวะมีบุตรยากได้ มีสาเหตุต่างๆ มากมายที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

3. ตรวจเช็คคุณภาพของอสุจิ

“เกือบ 1 ใน 7 คู่ของผู้หญิงและผู้ชายที่แม้ว่าจะมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอโดยไม่มีการป้องกันเป็นเวลาหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น พบว่าผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ อีกทั้งยังพบว่าสาเหตุของภาวะมีบุตรยากเกิดจากผู้ชายถึงจำนวนครึ่งหนึ่งของคู่รักเหล่านี้ 
 
ภาวะมีบุตรยากในเพศชายอาจเกิดจากการผลิตสเปิร์มน้อยกว่าปกติ การทำงานของสเปิร์มผิดปกติ หรือมีสิ่งอุดตันที่ขัดขวางการเดินทางของสเปิร์ม การเจ็บป่วย การบาดเจ็บ ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง พฤติกรรมการดำเนินชีวิต และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้ผู้ชายมีบุตรยากได้”

การที่เพศชายอยู่ในช่วงภาวะเจริญพันธุ์และสามารถทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ มีหลายองค์ประกอบที่ซับซ้อน ดังนี้:

ร่างกายต้องผลิตสเปิร์มที่แข็งแรง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์เพศชายในช่วงวัยรุ่น ลูกอัณฑะอย่างน้อยหนึ่งข้างต้องทำงานปกติ รวมถึงร่างกายจะต้องผลิตฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนอื่นๆ ที่กระตุ้นและยังคงการผลิตสเปิร์ม
สเปิร์มต้องถูกนำเข้าไปในน้ำอสุจิ เมื่อสเปิร์มถูกผลิตขึ้นในลูกอัณฑะ ท่อที่บอบบางจะนำพาสเปิร์มไปผสมกับน้ำอสุจิและหลั่งออกมาจากองคชาต
จำนวนสเปิร์มต้องมีปริมาณที่เหมาะสม หากจำนวนสเปิร์มในน้ำอสุจิต่ำ จะลดโอกาสที่สเปิร์มตัวใดตัวหนึ่งจะเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ จำนวนสเปิร์มต่ำคือมีสเปิร์มน้อยกว่า 15 ล้านตัวต่อน้ำอสุจิ 1 มิลลิลิตร หรือน้อยกว่า 39 ล้านตัวต่อการหลั่ง 1 ครั้ง
สเปิร์มจะต้องสามารถเคลื่อนไหวได้ดีและปฏิสนธิได้ หากการเคลื่อนไหวหรือการทำงานของสเปิร์มผิดปกติ สเปิร์มอาจไม่สามารถเข้าถึงไข่หรือเจาะไข่ได้

การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ

การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิคืออะไร?
การวิเคราะห์น้ำอสุจิ หรือที่เรียกว่าการนับจำนวนสเปิร์ม เป็นการวัดปริมาณและคุณภาพของน้ำอสุจิและตัวสเปิร์ม เพื่อค้นหาปัญหาการมีบุตรยากว่าเกิดจากน้ำอสุจิหรือสเปิร์มหรือไม่ นอกจากนี้ยังใช้ในการทดสอบเพื่อดูว่าการทำหมันประสบความสำเร็จหรือไม่

การวิเคราะห์น้ำอสุจิทำอย่างไร

แพทย์จะให้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิ และต้องรีบตรวจก่อนที่สเปิร์มจะเริ่มตาย เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำ แพทย์จึงมักให้เก็บตัวอย่างน้ำอสุจิโดยการช่วยตัวเองที่ึคลินิกหรือโรงพยาบาล และเก็บน้ำเชื้อในภาชนะที่ปลอดเชื้อ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ:
– อย่าใช้สารหล่อลื่นหรือน้ำลายเพราะอาจเป็นอันตรายต่อสเปิร์ม
– ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เก็บน้ำอสุจิทั้งหมด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดความผิดพลาดเก็บได้บางส่วน

การเตรียมตัวสำหรับการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ

ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางเพศทั้งหมดที่ทำให้สเปิร์มถูกหลั่งออกมาเป็นเวลา 2-7 วันก่อนที่จะเก็บตัวอย่าง เพราะจะช่วยให้มั่นใจว่าจำนวนสเปิร์มจะอยู่ในระดับสูงที่สุด

การวิเคราะห์น้ำอสุจิมีความเสี่ยงอะไรหรือไม่

ไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพใดๆ ในการวิเคราะห์น้ำอสุจิ

การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิมีการเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

การวิเคราะห์น้ำอสุจิจะวัดค่าต่างๆ ของน้ำอสุจิและสเปิร์ม ดังนี้:
1. ปริมาณของน้ำอสุจิ ปริมาณที่ต่ำอาจส่งผลให้มีบุตรยาก
2. จำนวนสเปิร์มในตัวอย่างทั้งหมด จำนวนสเปิร์มน้อยอาจทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ยาก
3. ความเข้มข้นของสเปิร์ม ความเข้มข้นต่ำอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการมีบุตรยาก
4. การเคลื่อนไหวของสเปิร์ม บ่งบอกถึงเปอร์เซ็นต์ของตัวสเปิร์มที่ว่ายไปข้างหน้า สเปิร์มจะต้องสามารถว่ายไปข้างหน้าได้อย่างดีเพื่อปฏิสนธิกับไข่
5. รูปร่างของสเปิร์ม คือจำนวนตัวสเปิร์มที่มีรูปร่างปกติ สเปิร์มที่มีรูปร่างผิดปกติอาจไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้
6. ค่าความเป็นกรดของน้ำอสุจิ ความเป็นกรดที่ผิดปกติสามารถฆ่าสเปิร์มหรือส่งผลต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวของสเปิร์มได้
7. จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำอสุจิ จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในเพศชาย
 
หากผลการวิเคราะห์น้ำอสุจิผิดปกติ ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ได้ แต่อาจแสดงว่าปัญหานี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ยากขึ้น

เพศชายอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสเปิร์ม ยกตัวอย่างเช่น

หลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele) คือภาวะหลอดเลือดดำที่ลูกอัณฑะบวมหรือขอด เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย แม้ว่าจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่อาจเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือดผิดปกติ ทำให้ปริมาณและคุณภาพของสเปิร์มลดลง
การติดเชื้อ การติดเชื้อบางอย่างอาจรบกวนการผลิตสเปิร์มหรือคุณภาพของสเปิร์ม หรืออาจทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินของสเปิร์ม เช่น การอักเสบของหลอดเก็บอสุจิหรืออัณฑะ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์รวมถึงหนองในหรือเอชไอวี ถึงแม้ว่าการติดเชื้อบางอย่างอาจทำให้อัณฑะเสียหายอย่างถาวร แต่สเปิร์มมักสามารถทำหน้าที่ตามปกติได้
– ระบบภูมิคุ้มกันที่ต่อต้านสเปิร์ม การพบแอนติบอดีที่ต่อต้านสเปิร์ม ซึ่งเป็นผลจากเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันที่เข้าใจผิดว่าสเปิร์มเป็นสิ่งบุกรุกที่เป็นอันตรายและพยายามกำจัดออกไป
ความบกพร่องของท่อขนส่งสเปิร์ม ท่อขนส่งสเปิร์มมีหลายท่อซึ่งอาจถูกอุดกั้นได้จากหลายสาเหตุ รวมถึงอาจเกิดผลกระทบโดยบังเอิญจากการผ่าตัด การติดเชื้อ การบาดเจ็บ หรือพัฒนาการที่ผิดปกติ เช่น โรคซิสติกไฟโบรซิสหรือโรคที่เกิดจากพันธุกรรมอื่นๆ โดยการอุดตันสามารถเกิดขึ้นได้หลายระดับ เช่น ภายในลูกอัณฑะ ในหลอดเก็บน้ำอสุจิ ในท่อนำอสุจิ หรือในท่อปัสสาวะ เป็นต้น
 
สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในเพศชาย นอกจากจะพบสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับน้ำอสุจิแล้ว ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ เช่น ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ปัญหาการหลั่งผิดปกติ เนื้องอก ความผิดปกติของโครโมโซม การรับประทานยาบางชนิด ปัญหาจากการผ่าตัด เป็นต้น ดังนั้น หากสงสัยว่าอาจมีภาวะผิดปกติที่ส่งผลให้ฝ่ายหญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยาก

แพ็กเกจคัดกรอง
ปัญหาการมีบุตร

โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Hospital

3,900 – 7,100 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม

Ref.

1. medlineplus.gov/primaryovarianinsufficiency
2. mayoclinic.org/diseases-conditions/
3. my.clevelandclinic.org/health/diseases/17963
4. my.clevelandclinic.org/health/diseases/17963
5. my.clevelandclinic.org/health/diseases/17738
6. mayoclinic.org/diseases-conditions/female-infertility/
7. mayoclinic.org/diseases-conditions/male-infertility/
8. medlineplus.gov/lab-tests/semen-analysis/

ข้อมูลโดย

ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

฿2,500฿7,500
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
฿680฿4,860
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก