ให้โรงพยาบาลบีเอ็นเอชเป็น “คำตอบสุดท้าย” ของผู้ที่มีบุตรยาก
ที่อยากมีเจ้าตัวน้อยมาเติมเต็มครอบครัว
รวมไปถึงคู่รักที่ต้องการเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ และอยากมีลูกน้อยน่ารักที่มีสุขภาพดี

ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เปิดให้บริการศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากมายาวนานกว่า 15 ปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับความไว้วางใจจากชาวไทยและชาวต่างชาติ มีผู้เข้ามารับบริการและผ่านการกระตุ้นไข่สูงถึง 4,000 Cycles ที่ศูนย์แห่งนี้ เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเปี่ยมด้วยประสบการณ์อันยาวนานในศาสตร์การแพทย์แขนงนี้ รวมทั้งเรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่พร้อมให้บริการอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การวางแผนการมีบุตร ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ การตรวจสุขภาพครรภ์ ไปจนถึงช่วงเวลาคลอดและการดูแลหลังคลอด รวมทั้งเรายังมีห้องผ่าตัดที่มีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับจัดวางเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นทุกชิ้น ห้องพักฟื้นที่สะอาดและสะดวกสบาย ห้องปฏิบัติการ (laboratory) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน รวมทั้งทางเรามีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ ให้ลูกรักมาเป็นส่วนเติมเต็มความเป็นครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นับได้ว่าศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นศูนย์รักษาเฉพาะทางที่มีประสิทธิภาพในการดูแลรักษาคู่สามีภรรยาที่ประสบปัญหาในการมีบุตร

ทำไมผู้ที่ได้รับการรักษาจึงวางใจใช้บริการกับเรา

  1. เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเปี่ยมด้วยประสบการณ์อันยาวนาน ในศาสตร์การแพทย์รักษาภาวะมีบุตรยาก
  2. เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่พร้อมให้บริการอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การวางแผนการมีบุตร ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ การตรวจสุขภาพครรภ์ ไปจนถึงช่วงเวลาคลอดและการดูแลหลังคลอด
  3. ความตั้งใจของเรา คือการได้มีโอกาสดูแลลูกของคุณ รวมถึงได้ดูแลหลานรักของคุณด้วย เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างและดูแลสุขภาพของสมาชิกทุกคนในครอบครัวคุณ
  4. เราใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ให้คุณได้รับความสะดวกสบายตั้งแต่เริ่มต้นใช้บริการ จนกระบวนการสุดท้ายของการรักษา ให้คุณได้อุ่นใจ รู้สึกปลอดภัย โดยไม่ต้องรอคิวนาน
  5. ฮอร์โมนและตัวยาที่ทีมแพทย์ของเราเลือกใช้ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจากองค์กรชั้นนำมากมาย โดยเลือกใช้สิ่งที่ดีที่สุด ดูตามความต้องการเฉพาะบุคคลมากที่สุด ดังนั้นผู้เข้ารับการรักษาสามารถวางใจได้ว่า ฮอร์โมนและยาที่ได้รับมีคุณภาพสูง เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตัวเองจริงๆ และราคาขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้เข้ารับบริการจริงๆ
  6. ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากของเรา มีทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์ในการดูแลทารก เด็กวัยเจริญเติบโต การดูแลสุภาพสตรีที่มีปัญหาสุขภาพ สุภาพสตรีตั้งครรภ์ รวมทั้งการผดุงครรภ์ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า ทุกกระบวนการการรักษาเรามีทีมงานที่มีประสบการณ์และมีความศักยภาพอย่างสูงสุด

การให้บริการ

ผู้ที่ได้เข้ารับการรักษาจะได้รับการตรวจวินิจฉัยสาเหตุของปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ โดยขึ้นอยู่กับประวัติทางการแพทย์ ซึ่งอาจประกอบไปด้วยวิธีการเหล่านี้ :

  • การตรวจเชื้ออสุจิ
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด
  • การตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด
  • การส่องกล้องทางหน้าท้องเพื่อการวินิจฉัย
  • การส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก

ภายหลังจากการตรวจวินิจฉัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจเสนอทางเลือกในการรักษาที่ทางศูนย์แห่งนี้มีให้บริการเช่น

  • การผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อของสามี
  • IVF, ICSI & ET (การปฏิสนธินอกร่างกาย, การฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่และการถ่ายฝากตัวอ่อน)
  • PESA หรือ TESE (การใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังบริเวณอัณฑะเข้าไปในท่อพักน้ำเชื้อแล้วดูดตัวอสุจิออกมาหรือการดูดตัวอสุจิจากอัณฑะ)
  • NGS (การตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก)
 

แพทย์ประจำแผนก

นพ. วิวรรธน์ ชินพิลาศ

แผนก : ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก, ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ : ภาวะผู้มีบุตรยาก
ภาษาที่ใช้ : ไทย, อังกฤษ
ความเชี่ยวชาญ

ประวัติการศึกษา:

– แพทยศาสตรบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525

วุฒิบัตร:

– Diplomate Thai Board of Obstetric and Gynecology, Chulalongkorn University
– Observation and training on Vitro Fertilization for infertility, Monash IVF Centre, Melbourne, Australia
– Observation and training on Vitro Fertilization for infertility, Westmead Hsopital, Sydney, Australia
– Training on Vitro Fertilization for infertility, Sydney IVF Centre, Sydney, Australia

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง:

Infertility treatment: IVF Pelvic endometriosis, Endoscopic surgery: Laparoscope and Hysteroscope, Surgical correction for Myoma uteri (Fibroids)

นพ. องอาจ บวรสกุลวงศ์

แผนก : ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก
ความชำนาญพิเศษ : InfertilityTreatment / IVF ,Endoscopic Surgery ,Reproductive Hormone / Endocrinology
ภาษาที่ใช้ : ไทย, อังกฤษ
 
ความเชี่ยวชาญ

ประวัติการศึกษา:

– Medical school : M.D. , Thammasat University , Thailand

วุฒิบัตร:

– First Class Honors Gold medal Medical students at Thammasat hospital , Thammasat university
– Diploma of Thai Board of Obstetrics and Gynecology ,
Ramathibodi hospital , Mahidol university
– Diploma of Thai Sub-board in Reproductive medicine ,
Ramathibodi hospital , Mahidol university
– Special Instructor of Reproductive- Endocrine- Infertile
(REI) Unit , Ramathibodi hospital , Mahidol University

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง:

– Infertility Treatment (IVF/ICSI/IUI)
– Gynecological endoscopic surgery (Laparoscopy, Hysteroscopy)
– Reproductive Hormone / Endocrinology

พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์

แผนก : ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก, ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ : ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา
ภาษาที่ใช้ : ไทย, อังกฤษ
ความเชี่ยวชาญ

Special Clinical Trainings:
– Certificate of Clinical Observership Training Program in Male infertility and In Vitro Fertilization (IVF), Massachusetts General Hospital, USA.

ประวัติการศึกษา:

– แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2542

วุฒิบัตร:

– สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2548
– อนุสาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2553
– Certificate of Clinical Observership Training Program in Male infertility and In Vitro Fertilization (IVF), Massachusetts General Hospital, USA.

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง:

– การรักษาผู้มีบุตรยากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
– การทำเด็กหลอดแก้วและฉีดเชื้อผสมเทียม (IVF/ICSI, IUI)
– ภาวะรังไข่เสื่อม (Diminish ovarian reserve)
– ภาวะแท้งบุตรซ้ำ (Recurrent miscarriages)
– การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (Laparoscopy, Hysteroscopy)
– การเก็บอสุจิด้วยการผ่าตัด (PESA/micro TESE)

นพ. พิพัฒน์ จงกลศิริ

แผนก : ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก
ความชำนาญพิเศษ : Infertility treatment/IVF, Endoscopic surgery
ภาษาที่ใช้ : ไทย, อังกฤษ
ความเชี่ยวชาญ

ประวัติการศึกษา:

Midical school : M.D.,Chulalongkorn University , Thailand

วุฒิบัตร:

– Diploma of Thai Board of Obsterics and Gynecology
– Diploma of Thai Sub-board in Reproductive Medicine,
The Royal Thai Collage of Obstetricians and Gynecology

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง:
: Infertility treatment/IVF
: Endoscopic surgery

ด้วยประสบการณ์ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในศาสตร์การแพทย์รักษาภาวะมีบุตรยาก

ภาวะมีบุตรยาก คืออะไร

หมายถึง การที่คู่สมรสไม่สามารถมีการตั้งครรภ์ได้ โดยที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันอย่างสม่ำเสมอและไม่ได้คุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลา 1 ปี หรือระยะเวลา 6 เดือน แต่ก็ยังไม่ตั้งครรภ์ ตามธรรมชาติ ซึ่งอาการนี้ทางการแพทย์จะเรียกว่า ” การมีบุตรยาก” โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

การมีบุตรยากแบบปฐมภูมิ (Primary infertility) คือ สามีภรรยาไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน

การมีบุตรยากแบบทุติยภูมิ (Secondary infertility) คือ สามีภรรยาที่เคยตั้งครรภ์มาก่อนหน้านี้แล้ว มีกิจกรรมทางเพศสม่ำเสมอและไม่ได้คุมกำเนิดแต่ก็ยังไม่มีการตั้งครรภ์เป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป

จะรู้ได้อย่างไรว่าเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก

ภาวะมีบุตรยาก มีตั้งแต่ปัจจัยจากฝ่ายหญิง ปัจจัยจากฝ่ายชาย ปัจจัยจากทั้ง 2 ฝ่าย และยังมีอีกหนึ่งกลุ่มประมาณ 5-10% คือกลุ่มที่หาสาเหตุไม่พบในขณะนี้ ยกตัวอย่าง

ปัจจัยจากฝ่ายชาย เช่น เคยมีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ มีประวัติการติดเชื้อของอัณฑะอักเสบ มีประวัติการเป็นคางทูมในวัยเด็ก มีประวัติผ่าตัดไส้เลื่อน มีประวัติการผ่าตัดบริเวณถุงอัณฑะ หรือโรคประจำตัวอะไรบ้างอย่าง เช่น โรคมะเร็งในวัยเด็กที่เคยได้รับเคมีบำบัด หรือการฉายแสงบริเวณท้องหรืออัณฑะ ถ้ามีประวัติเหล่านี้ มีโอกาสที่จะมีบุตรยากแน่นอน ในกรณีนี้ควรจะมาปรึกษาคุณหมอก่อนเลย โดยที่ไม่ต้องรอระยะเวลาผ่านพ้นไปหลายๆปี เพราะว่าจะทำให้เสียโอกาสในการรักษา

ส่วนปัจจัยจากฝ่ายหญิง เนื่องจากฝ่ายหญิงมีอวัยวะสืบพันธุ์ภายในหลายอย่าง เช่น รังไข่ มดลูก ผนังมดลูกต่างๆ เพราะฉะนั้นปัญหาจะค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งปัจจัยจากฝ่ายหญิงเจอได้มากกว่าฝ่ายชาย

ปัจจัยที่สำคัญจากฝ่ายหญิง ได้แก่ ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนที่ปกติควรจะมาทุก 21-35 วัน ใช้ผ้าอนามัยวันนึงก็ควรใช้สักประมาณ 2-3 แผ่น ระยะเวลาไม่ควรจะเกิน 7 วัน มีอาการปวดท้องน้อยหรือปวดประจำเดือนได้บ้างเล็กน้อย แต่ว่าอาการที่ผิดปกติไปจากสิ่งที่กล่าวมานี้ เช่น ประจำเดือนไม่มา นานๆมาครั้งนึง ปวดประจำเดือนรุนแรง หรือว่าประจำเดือนออกมากผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้ส่งสัญญาณของการตกไข่ หรือการทำงานของรังไข่ที่ผิดปกติไป เพราะฉะนั้นมันจะส่งผลกับภาวะมีบุตรยากแน่นอน ถ้ามีประจำเดือนที่ผิดปกติไป อันนี้ก็แนะนำพบแพทย์ หรือประวัติอื่นๆ เช่น มีประวัติการผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน หรือประวัติปวดท้องน้อย เป็นอุ้งเชิงกรานอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อในอดีต อาจจะมีปัญหาที่ทำให้ท่อนำไข่ตัน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็มีภาวะมีบุตรยากได้เช่นเดียวกัน หรือประวัติอย่างที่กล่าวไป คือ ปวดประจำเดือนรุนแรง มีเลือดออกผิดปกติ หรือปริมาณมากๆในช่องคลอด ก็อาจจะมีเรื่องของภาวะพังผืด เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไปฝังตัวที่บริเวณกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งเรียกว่า อะดีโนไมโอซิส (Adenomyosis) ก็จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ยาก หรือมีก้อนเนื้องอก ติ่งเนื้อในผนังมดลูกหรือโพรงมดลูก ล้วนทำให้ตัวอ่อนยากต่อการฝังตัวเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นปัจจัยเหล่านี้ จึงต้องพบแพทย์เฉพาะทางด้านมีบุตรยากเลยทันที โดยที่ไม่ต้องรอให้ระยะเวลาผ่านพ้นไป 1 ปี หรือ 6 เดือน เพราะว่าคนไข้ในกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะมีบุตรยากแน่นอน ยิ่งปรึกษาก่อน ยิ่งปรึกษาไว โอกาสการรักษาหรือโอกาสความสำเร็จยิ่งสูงที่สุด เพราะฉะนั้นอย่ากลัวที่จะเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านมีบุตรยาก สำหรับคนไข้ที่กำลังจะลังเลว่าเราใช่กลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยากรึเปล่า สามารถที่ส่งข้อมูลหรือคำถามเข้ามาปรึกษาได้ก่อน

การตรวจน้ำเชื้อ ด้วยการตรวจลึกลงไปถึง DNA FRAGMENTATION TEST (DFI) หรือ DNA ในอสุจิแตกหัก

ผู้ชายก็มีภาวะมีบุตรยากได้นะ

ในสเปิร์ม ที่มี DNA fragmentation หรือ DNA ในอสุจิแตกหัก (DNA Fragmentation) ส่งผลต่อการพัฒนาการของตัวอ่อน สเปิร์มที่มี DNA fragmentation อาจมีรูปร่าง (morphology) ปกติได้ แต่หลังจากที่มีการปฎิสนธิกับไข่ (Oocyte) ไปแล้วจะส่งผลต่อคุณภาพของตัวอ่อน เช่น การพัฒนาเป็นบลาสโตซิสต่ำกว่าปกติ (low blastocyst development rate), อัตราการตั้งครรภ์ต่ำและโอกาสแท้งสูง

สาเหตุที่ทำให้ DNA ในอสุจิแตกหัก (Sperm DNA Fragmentation) มีหลายประการด้วยกัน เช่น การเกิดภาวะเครียดออกซิเดชั่น (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นภาวะที่อสุจิมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปร่างและการทำงานของอสุจิ จนเกิดการแตกหักของ DNA ในที่สุด นอกจากนี้อายุที่เพิ่มขึ้น การสูบบุหรี่ และมลพิษในสิ่งแวดล้อม ก็สามารถทำให้ DNA เกิดความเสียหายและแตกหักได้

ทำไมต้องตรวจคุณภาพของอสุจิถึงระดับ DNA?

การตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อเบื้องต้น (Semen Analysis) นั้นเป็นการหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากของคุณผู้ชายได้บางปัจจัยเท่านั้น แต่การตรวจนี้ไม่สามารถบอกการทำงานหรือช่วยให้คุณหมอวิเคราะห์หาอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์ได้ทั้งหมด แต่การตรวจ Sperm DNA fragmentation นั้นสามารถตรวจหาความเสียหายหรือแตกหักของ DNA ที่บ่งบอกได้ถึงโอกาสในการปฏิสนธิและโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

แล้ว DNA FRAGMENTATION TEST (DFI) คืออะไร

เป็นการตรวจความผิดปกติของฝ่ายชายเบื้องต้น คือ การตรวจเชื้ออสุจิ ดูความเข้มข้น (จำนวนตัวอสุจิต่อหนึ่งมิลลิลิตร) ความเคลื่อนไหว และรูปร่างของตัวอสุจิ ซึ่งบางคนผลการตรวจอาจจะปกติ แต่ก็เวลาทำเด็กหลอดแก้วกลับได้ผลตัวอ่อนที่ไม่ค่อยดี

ปัจจุบันมีการตรวจเพิ่มเติมนอกจากอสุจิพื้นฐานทั่วไป ก็คือ Sperm DNA Fragmentation Index (DFI) ซึ่งเป็นวิธีการตรวจการแตกหักของ DNA ของอสุจิ ซึ่งถ้าผลออกมาสูงกว่า ร้อยละ 30 แปลว่าโอกาสในการทำเด็กหลอดแก้วจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร คนที่มีค่า DFI ที่สูงอาจมีสาเหตุเนื่องมากจากภาวะเครียด นอนน้อย สูบบุหรี่ เป็นต้น

ดังนั้นถ้าคนที่ตรวจ Sperm Analysis พื้นฐานปกติในปัจจุบันไม่ได้แปลว่าอสุจิยังดีอยู่ ทางแพทย์จะแนะนำว่าต้องมีการตรวจเพิ่มเติมในลำดับต่อไป

การฉีดเชื้อผสมเทียม IUI

IUI คืออะไร

เป็นวิธีการรักษาโดยการใช้ยาเพื่อช่วยในการกระตุ้นไข่ให้มีขนาดตามความต้องการและใช้การอัลตราซาวน์เพื่อกำหนดระยะเวลาตกไข่ โดยทำการคัดเลือกน้ำเชื้อที่มีคุณภาพที่ดีและแข็งแรงในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานและทำการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่งโพรงมดลูกในวันที่ไข่ตกของฝ่ายหญิง เพื่อให้ฟองไข่และน้ำอสุจิปฎิสนธิภายในร่างกาย จากข้อมูลพบว่าการทำ IUI มีโอกาสตั้งครรภ์มากกว่าวิธีการธรรมชาติถึง 2 เท่า

ขั้นตอนการรักษา

  1. เมื่อฝ่ายหญิง เริ่มมีประจำเดือนในวันที่ 2 หรือวันที่ 3 ของรอบเดือน ใช้ยากระตุ้นไข่โดยการรับประทานหรือการฉีดยา หรือ ใช้ทั้งสองชนิดร่วมกันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้รับการรักษาและแพทย์
  2. เมื่อถุงไข่ได้ขนาดโตพอดีตามที่แพทย์ต้องการแล้วแพทย์จะให้ยากระตุ้นการตกไข่
  3. หลังจากฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตกประมาน 1-2 วัน แพทย์จะนัดหมายคู่สมรสมาเตรียมตัวฉีดเชื้อผสมเทียมโดยเริ่มจากฝ่ายชายทำการเก็บน้ำอสุจิและทำการตรวจคัดอสุจิที่คุณภาพที่แข็งแรงใช้เวลา ประมาน 1-2 ชั่วโมง
  4. ขั้นตอนการฉีดน้ำเชื้อใช้เวลาประมาน 20-30 นาที ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ ความสำเร็จของการรักษาขึ้นอยู่กับจำนวนและคุณภาพของไข่และอสุจิ อายุของฝ่ายหญิงและสุขภาพทั่วไป อัตราความสำเหร็จต่อการทำหนึ่งขึ้นอยู่ที่ 10-15%

การฉีดเชื้อเหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีปัญหามีบุตรยากโดยที่สาเหตุไม่รุนแรง เช่น ฝ่ายหญิงประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ,ความผิดปกติของอุ้งเชิงกราน, ฝ่ายชายมีปัญหาเรื่องคุณภาพของน้ำเชื้ออสุจิไม่ดีเท่าที่ควร

การทำเด็กหลอดแก้วIVF

IVF/ICSI คืออะไร

กระบวนการทำ IVF คือการนำ เซลส์ไข่ และอสุจิออกมาปฎิสนธิภายนอกร่างกายและเลี้ยงตัวอ่อนภายในห้องปฎิบัติการที่ได้รับการควบคุมสภาพแวดล้อมที่ได้มาตราฐาน ICSI คือการคัดเลือกเชื้ออสุจิที่แข็งแรงที่สุด 1ตัว ต่อใครหนึ่งใบ และทำการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะผ่านชั้นเปลือกไข่ ฉีดเชื่อเข้าไปสู่เซลส์ไข่โดยตรง

วิธีการ ICSI สามารถเพิ่มโอกาสปฎิสนธิ และช่วยลดโอกาสการปฏิสนธิที่ผิดปกติ

  • การแช่แข็งไข่ Oocyte Freezing

การแช่แข็งไข่หรือการฝากไข่เป็นนวัตกรรมในการเก็บรักษาไข่ด้วยความเย็น เพื่อนำมาปฏิสนธิกับอสุจิในภายหลัง ไข่ที่ถูกแช่แข็งไว้ เปรียบเสมือนโดนหยุดเวลา ซึ่งคุณภาพของไข่จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

  • Ovarian Rejuvenation by PRP Treatment

Ovarian Rejuvenation เป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นการฉีดสารสกัดพลาสมาจากเลือดเข้าในรังไข่ทั้ง 2 ข้าง เหมาะสำหรับผู้ที่มีการทำงานของรังไข่ลดลง หรือรังไข่เสื่อม

เทคโนโลยีนี้เหมาะกับใคร?

  • อายุมากกว่า 40 ปี หรือสตรีที่เคยมีประวัติผ่าตัดรังไข่
  • AMH < 1.1 ng/ml
  • เคยกระตุ้นไข่ และเก็บไข่จากการะบวนการเด็กหลอดแก้ว ได้ไข่จำนวนน้อยกว่า 3 ใบ

แล้วช่วยแก้ไขภาวะมีบุตรยากได้อย่างไร

      สารสกัดพลาสมาจากเลือดที่มีคุณสมบัติที่สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพของรังไข่ที่เสื่อมได้ ฟื้นฟูการทำงานของรังไข่ รวมถึงปริมาณของจำนวนไข่ที่เก็บได้การกระบวนการกระตุ้นไข่เพื่อทำเด็กหลอดแก้วได้ หลังจากกระบานการฉีดสารสกัดพลาสมาจากเลือดเข้ารังไข่ไปแล้วเป็นระยะเวลา 2- 3 เดือน และมีผลเป็นระยะเวลา 6-7 เดือนหลังฉีด

การตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อนด้วยเทคโนโลยี NGS

เพิ่มโอกาสท้อง ลดโอกาสแท้ง ด้วยการตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน

การตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน เป็นการป้องกันและและลดความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ได้ แน่นอนว่าการสูญเสียลูกน้อยกระทันหันทำให้คุณแม่หัวใจสลาย โดยส่วนใหญ่การแท้งจะเกิดขึ้นในระยะเวลา 13สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์

การแท้งในช่วงสามเดือนแรกมักมีมาจากความผิดปกติของทารกในครรภ์ โดยการที่ตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมมากกว่าหรือน้อยกว่าปกตินั้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ไม่ประสบความสำเร็จ

       ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เราได้นำเทคโนโลยี NGS (Next generation sequencing) เป็นเทคโนโลยีการหาลำดับเบสที่พัฒนาขึ้นใหม่ มาใช้ในการตรวจคัดกรองวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อหาตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ เป็นการเพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์อีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยี NGS มีความแม่นยำสูงในการตรวจคัดกรองตัวอ่อนได้อย่างน่าเชื่อถือ รวมถึงตรวจการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างโครโมโซมที่ผิดปกติ เช่น ความผิดปกติของโครงสร้างโครโมโซม ความผิดปกติของชิ้นส่วนโครโมโซม และภาวะโมเซอิก (Mosaic) ระหว่าง 30-70%ได้ ด้วยเทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้ประสบความสำเร็จและลดโอกาสแท้งที่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลังอีกด้วย

ข้อบ่งชี้: ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองโครโมโซม

  • มีประวัติตั้งครรภ์ที่ทารกมีความผิดปกติอันเนื่องจากความผิดปกติของโครโมโซม
  • เพื่อรักษาบุตรที่ป่วยเป็นโรคด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดในสายสะดือของทารกแรกคลอดที่มีเนื้อเยื่อเข้ากันได้ ( HLA matched)
  • มีประวัติแท้งบุตรก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป หรือผลการตรวจยืนยันว่าการแท้งครั้งก่อนเกิดจากทารกมีพันธุกรรมผิดปกติ
  • อายุมากกว่า 35 ปี และมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่าตัวอ่อนอาจมีความเสี่ยงต่อความผิดปกติทางพันธุกรรม
  • ไม่ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปติดต่อกันจากการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์