ไม่มีเพศสัมพันธ์นานหลายปี ยังเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกจริงไหม?

คำตอบคือ ยังมีความเสี่ยงได้ เพราะเชื้อ HPV ที่ได้รับในอดีตอาจคงอยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายปี ก่อนทำให้เซลล์ปากมดลูกเกิดความผิดปกติในภายหลัง การไม่มีเพศสัมพันธ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เหตุผลที่ควรหยุดตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน

เลือกหัวข้อที่อ่าน

Key Takeaways: สรุปเรื่องมะเร็งปากมดลูกที่ควรรู้

  • มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงแบบเรื้อรัง ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังรับเชื้อ
  • แม้ไม่มีเพศสัมพันธ์มาแล้ว 10 ปี ก็ยังตรวจพบความผิดปกติได้ หากเคยได้รับเชื้อและเชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย
  • การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่มักหายได้เอง แต่เชื้อชนิดความเสี่ยงสูงที่คงอยู่นานอาจทำให้เซลล์ปากมดลูกเปลี่ยนแปลง
  • มะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้นและรอยโรคก่อนมะเร็งมักไม่มีอาการ การรอให้มีเลือดออกหรือตกขาวผิดปกติจึงอาจช้าเกินไป
  • วัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ทดแทนการตรวจคัดกรอง เพราะวัคซีนไม่ได้ครอบคลุมเชื้อ HPV ทุกสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากอะไร?

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากเซลล์บริเวณปากมดลูกเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติและเพิ่มจำนวนจนควบคุมไม่ได้ สาเหตุสำคัญที่สุดคือการติดเชื้อ Human Papillomavirus หรือเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง

HPV เป็นไวรัสที่ติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศและการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่เท่านั้น ผู้ที่มีคู่นอนเพียงคนเดียวก็อาจได้รับเชื้อได้ และการพบเชื้อไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้แพร่เชื้อหรือเกิดขึ้นเมื่อใด

คนส่วนใหญ่ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีโอกาสได้รับ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แต่ระบบภูมิคุ้มกันมักกำจัดหรือควบคุมเชื้อได้ภายในประมาณ 1–2 ปี การติดเชื้อชั่วคราวเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่พัฒนาเป็นมะเร็ง ปัญหาสำคัญคือกรณีที่เชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงยังคงอยู่เป็นเวลาหลายปี จนทำให้เกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและอาจค่อย ๆ พัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก หากไม่ได้รับการตรวจพบและดูแลอย่างเหมาะสม (National Cancer Institute)

ไม่มีเพศสัมพันธ์มา 10 ปี ทำไมยังเสี่ยงได้?

ความเข้าใจที่ว่า “ไม่มีเพศสัมพันธ์แล้วจึงไม่ต้องตรวจ” มักเกิดจากการมองเฉพาะความเสี่ยงในปัจจุบัน แต่ความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกสัมพันธ์กับประวัติการได้รับเชื้อตลอดช่วงชีวิต

เชื้อ HPV อาจอยู่ในระดับที่ตรวจไม่พบหรือไม่ก่อให้เกิดอาการเป็นเวลานาน เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลง มีโรคประจำตัว ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีปัจจัยอื่นร่วม เชื้อเดิมอาจกลับมาตรวจพบหรือทำให้เซลล์เกิดความผิดปกติได้ ดังนั้น ผลตรวจ HPV ที่เป็นบวกในวันนี้จึงไม่ได้หมายความเสมอไปว่าเพิ่งได้รับเชื้อหรือมีการนอกใจเกิดขึ้น

ในรายการ The Check-Up: ไม่มีเพศสัมพันธ์นานหลายปี เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกจริงไหม? ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวชอธิบายว่า HPV สามารถแฝงอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี และยกตัวอย่างการตรวจคัดกรองที่ช่วยค้นพบโรคในพนักงานตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จนสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็ว

สถานการณ์ตัวอย่าง

ผู้หญิงอายุ 42 ปี ไม่มีเพศสัมพันธ์มา 8 ปี ไม่มีอาการผิดปกติ และคิดว่าตนเองไม่มีความเสี่ยง จึงเว้นการตรวจภายในมาหลายปี เมื่อเข้ารับการตรวจ HPV DNA Test กลับพบเชื้อชนิดความเสี่ยงสูง

ผลดังกล่าว ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง และไม่สามารถระบุได้ว่าได้รับเชื้อเมื่อใด แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้แพทย์วางแผนตรวจเพิ่มเติมหรือติดตามอย่างเหมาะสม ก่อนที่ความผิดปกติจะพัฒนาไปไกลกว่าเดิม

นี่คือคุณค่าที่แท้จริงของการตรวจคัดกรอง—ไม่ใช่การรอค้นหามะเร็งหลังเกิดอาการ แต่คือการค้นหาความเสี่ยงหรือเซลล์ผิดปกติในช่วงที่ยังมีโอกาสดูแลได้เร็ว

เชื้อ HPV ไม่ได้เท่ากับมะเร็งปากมดลูก

การตรวจพบ HPV อาจสร้างความกังวล แต่ต้องแยกความหมายของ “การติดเชื้อ” ออกจาก “การเป็นมะเร็ง” ให้ชัดเจน

ไม่พบ HPV ความเสี่ยงสูง

  • หมายความว่าอย่างไร: ไม่พบเชื้อเป้าหมายจากตัวอย่างในขณะตรวจ
  • แนวทางโดยทั่วไป: ตรวจซ้ำตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ

พบ HPV ความเสี่ยงสูง แต่เซลล์ปกติ

  • หมายความว่าอย่างไร: มีเชื้อที่สัมพันธ์กับความเสี่ยง แต่ยังไม่พบเซลล์ผิดปกติ
  • แนวทางโดยทั่วไป: พิจารณาชนิดเชื้อและติดตามผลตามแนวทาง

พบเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ

  • หมายความว่าอย่างไร: เซลล์มีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็ง
  • แนวทางโดยทั่วไป: อาจตรวจ HPV เพิ่ม ตรวจซ้ำ หรือส่องกล้องปากมดลูก

พบทั้ง HPV ความเสี่ยงสูงและเซลล์ผิดปกติ

  • หมายความว่าอย่างไร: ต้องประเมินระดับความผิดปกติอย่างเป็นระบบ
  • แนวทางโดยทั่วไป: แพทย์อาจแนะนำ colposcopy หรือเก็บชิ้นเนื้อ

ยืนยันมะเร็งจากชิ้นเนื้อ

  • หมายความว่าอย่างไร: พบเซลล์มะเร็งจากการตรวจทางพยาธิวิทยา
  • แนวทางโดยทั่วไป: ประเมินระยะโรคและวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล

ผล HPV เป็นบวกจึงไม่ควรถูกตีความด้วยความกลัวหรือใช้ตัดสินความสัมพันธ์ สิ่งที่ควรทำคือรับฟังคำอธิบายจากแพทย์และติดตามตามระยะเวลาที่กำหนด เพราะความต่อเนื่องของการติดตามมีความสำคัญพอ ๆ กับการตรวจครั้งแรก

สัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูกที่ไม่ควรมองข้าม

รอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ ด้วยเหตุนี้ การไม่มีอาการจึงไม่ใช่หลักฐานว่าปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากพบความเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์โดยไม่รอรอบตรวจประจำปี

1. เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ

เช่น เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกระหว่างรอบเดือน ประจำเดือนมากหรือนานกว่าปกติ หรือกลับมามีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนแล้ว

2. ตกขาวเปลี่ยนแปลง

ตกขาวอาจมีปริมาณมากขึ้น มีเลือดปน มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีลักษณะแตกต่างจากเดิม แม้สาเหตุจำนวนมากจะไม่ใช่มะเร็ง แต่ควรได้รับการประเมินเพื่อหาสาเหตุ

3. ปวดท้องน้อยหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

อาการปวดอุ้งเชิงกรานต่อเนื่อง ปวดหลัง หรือเจ็บลึกขณะมีเพศสัมพันธ์ อาจเกิดจากโรคทางนรีเวชหลายชนิด จึงไม่ควรวินิจฉัยด้วยตนเอง

4. อาการในระยะที่โรคลุกลามมากขึ้น

ผู้ป่วยบางรายอาจมีขาบวม ปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด หรือเบื่ออาหาร แต่ไม่ควรรอให้เกิดอาการเหล่านี้ก่อนเข้ารับการตรวจ

ข้อควรระวัง: หากมีเลือดออกผิดปกติ การตรวจคัดกรองเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะการคัดกรองออกแบบมาสำหรับผู้ที่ยังไม่มีอาการ ผู้มีอาการควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยตรง

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีกี่วิธี?

การตรวจแต่ละวิธีมองหาความผิดปกติคนละด้าน บางวิธีตรวจหาเซลล์ที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ขณะที่บางวิธีค้นหาเชื้อที่เป็นต้นเหตุของความเสี่ยง

Pap Smear

  • สิ่งที่ตรวจหา: รูปร่างของเซลล์ปากมดลูก
  • จุดเด่น: ใช้แพร่หลายและช่วยค้นหาเซลล์ผิดปกติ
  • สิ่งที่ควรรู้: คุณภาพตัวอย่างและการอ่านผลมีผลต่อความไว

ThinPrep Pap Test

  • สิ่งที่ตรวจหา: เซลล์ปากมดลูกในสารละลาย
  • จุดเด่น: ลดสิ่งรบกวนบนสไลด์และช่วยให้ประเมินตัวอย่างได้ชัดขึ้น
  • สิ่งที่ควรรู้: เป็นการตรวจเซลล์ ไม่ได้ระบุเชื้อ HPV โดยตรง

HPV DNA Test

  • สิ่งที่ตรวจหา: สารพันธุกรรมของ HPV ความเสี่ยงสูง
  • จุดเด่น: ตรวจหาปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกโดยตรง
  • สิ่งที่ควรรู้: ผลบวกไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง

Co-test

  • สิ่งที่ตรวจหา: ทั้งเซลล์ผิดปกติและ HPV ความเสี่ยงสูง
  • จุดเด่น: ให้ข้อมูลจากสองมุมเพื่อช่วยประเมินความเสี่ยง
  • สิ่งที่ควรรู้: ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติ และคำแนะนำแพทย์

Colposcopy

  • สิ่งที่ตรวจหา: บริเวณผิดปกติบนปากมดลูกแบบขยาย
  • จุดเด่น: ช่วยประเมินต่อเมื่อผลคัดกรองผิดปกติ
  • สิ่งที่ควรรู้: เป็นการตรวจติดตามหรือวินิจฉัย ไม่ใช่การคัดกรองทั่วไป

ผู้ที่ต้องการประเมินทั้งความผิดปกติของเซลล์และเชื้อ HPV สามารถศึกษารายละเอียดของแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ThinPrep และ HPV DNA พร้อมปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีตรวจที่สอดคล้องกับอายุ ประวัติสุขภาพ และผลตรวจเดิม

ใครควรตรวจ และควรตรวจบ่อยแค่ไหน?

แนวทางของประเทศไทยระบุให้ HPV DNA Test เป็นวิธีคัดกรองหลักในหญิงไทยช่วงอายุ 30–59 ปี ภายใต้สิทธิบริการสุขภาพ โดยทั่วไปสามารถตรวจทุก 5 ปีเมื่อผลปกติ ส่วนผู้มีอายุ 15–29 ปีอาจได้รับการตรวจเมื่ออยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์ (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เหมาะสมไม่เหมือนกันทุกคน ควรพิจารณาร่วมกับปัจจัยต่อไปนี้

  • อายุและประวัติการมีเพศสัมพันธ์
  • วิธีตรวจและผลตรวจครั้งก่อน
  • ประวัติเซลล์ผิดปกติหรือรอยโรคก่อนมะเร็ง
  • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือการติดเชื้อ HIV
  • การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ประวัติผ่าตัดมดลูกและเหตุผลของการผ่าตัด
  • อาการผิดปกติในปัจจุบัน
  • ประวัติการได้รับวัคซีน HPV

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้หญิงทั่วไปเริ่มคัดกรองด้วยการตรวจประสิทธิภาพสูงตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปี ส่วนผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับ HIV ควรเริ่มเร็วขึ้นและรับการตรวจถี่กว่า เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อ HPV แบบเรื้อรังสูงกว่า (WHO)

แนวทางเหล่านี้ใช้กับประชากรทั่วไป ไม่ควรนำมาแทนคำแนะนำเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีผลตรวจผิดปกติหรือเคยรักษารอยโรคก่อนมะเร็ง

เตรียมตัวก่อนตรวจอย่างไรให้ตัวอย่างมีคุณภาพ?

เพื่อช่วยลดสิ่งรบกวนต่อการเก็บตัวอย่าง ควรนัดตรวจในวันที่ไม่มีประจำเดือน หากไม่มีอาการเร่งด่วน และปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานพยาบาล เช่น

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนตรวจประมาณ 24–48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด
  • งดใช้ยาเหน็บ ครีม หรือผลิตภัณฑ์ภายในช่องคลอดตามระยะเวลาที่สถานพยาบาลแนะนำ
  • แจ้งแพทย์หากกำลังตั้งครรภ์ มีเลือดออกผิดปกติ หรือเคยรักษาปากมดลูก
  • เตรียมข้อมูลผล Pap Smear, HPV Test หรือการรักษาครั้งก่อน หากมี

ถ้ามีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน หรือปวดท้องน้อยมาก ไม่ควรเลื่อนการพบแพทย์เพียงเพราะมีเลือดออก แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีตรวจที่เหมาะสม

ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้อย่างไร?

ฉีดวัคซีน HPV ตามคำแนะนำ

วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อได้รับก่อนสัมผัสเชื้อ แต่ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วอาจยังได้รับประโยชน์จากการป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยได้รับ จึงควรปรึกษาแพทย์ตามอายุ ประวัติการฉีด และภาวะสุขภาพ

การได้รับวัคซีนครบไม่ได้หมายความว่าจะหยุดตรวจคัดกรองได้ เพราะวัคซีนไม่ครอบคลุม HPV ที่ก่อมะเร็งทุกสายพันธุ์ กรมควบคุมโรคจึงยังแนะนำให้ผู้ได้รับวัคซีนตรวจคัดกรองตามระยะอย่างสม่ำเสมอ (กรมควบคุมโรค)

ลดโอกาสรับและส่งต่อเชื้อ HPV

การใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด เพราะไวรัสอาจอยู่บนผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ครอบคลุม การไม่สูบบุหรี่และดูแลสุขภาพโดยรวมยังช่วยลดปัจจัยที่อาจทำให้ร่างกายควบคุมเชื้อได้ยากขึ้น

ตรวจตามนัด แม้ไม่มีอาการ

หัวใจของการป้องกันคือไม่รอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือน การตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสมสามารถพบการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ก่อนกลายเป็นมะเร็ง และเปิดโอกาสให้แพทย์ดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การดูแลแบบ Complete Care: ตั้งแต่ป้องกันถึงติดตามผล

สุขภาพผู้หญิงไม่ควรถูกดูแลเฉพาะวันที่มีอาการ แนวคิด Complete Care ให้ความสำคัญตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การฉีดวัคซีน การตรวจคัดกรอง การวินิจฉัยเมื่อพบความผิดปกติ ตลอดจนการรักษาและติดตามผลระยะยาว

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเลือกวิธีตรวจที่ละเอียด แต่รวมถึงการมีผู้เชี่ยวชาญช่วยแปลผลอย่างถูกต้อง วางแผนติดตามที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป และดูแลความกังวลของผู้รับบริการด้วยความเข้าใจ เพราะผล HPV เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทั้งในมิติสุขภาพและความสัมพันธ์

ไม่มีเพศสัมพันธ์มานาน ไม่ได้หมายความว่าต้องกังวลตลอดเวลา แต่ก็ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการละเลยการตรวจ หากถึงกำหนดหรือไม่แน่ใจว่าครั้งล่าสุดตรวจเมื่อใด การปรึกษาแพทย์คือจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก

ความเสี่ยงจาก HPV จะต่ำกว่าผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่ศูนย์ เพราะ HPV สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศได้ และมะเร็งปากมดลูกบางชนิดอาจไม่ได้สัมพันธ์กับ HPV การตัดสินใจตรวจควรพิจารณาอายุ ประวัติสุขภาพ และคำแนะนำจากแพทย์ร่วมกัน

หากเคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ยังควรตรวจตามแนวทางที่เหมาะกับอายุและประวัติ เนื่องจาก HPV ที่ได้รับในอดีตอาจคงอยู่หรือกลับมาตรวจพบภายหลังได้ ระยะเวลาที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ไม่สามารถใช้ยืนยันว่าปลอดเชื้อหรือไม่มีเซลล์ผิดปกติ

ไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ HPV อาจตรวจพบหลังได้รับเชื้อมาหลายปี และไม่มีการตรวจที่ระบุได้อย่างแน่นอนว่าเชื้อมาจากใครหรือได้รับเมื่อใด ควรใช้ผลตรวจเพื่อวางแผนดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ตัดสินความสัมพันธ์

ไม่ใช่ ผลบวกหมายถึงตรวจพบเชื้อ HPV ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย การประเมินขั้นต่อไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ผลตรวจเซลล์ อายุ และประวัติสุขภาพ บางรายเพียงติดตามซ้ำ ขณะที่บางรายอาจต้องส่องกล้องปากมดลูก

ยังต้องตรวจตามคำแนะนำ เพราะวัคซีนไม่ครอบคลุมเชื้อ HPV ก่อมะเร็งทุกสายพันธุ์ และอาจได้รับวัคซีนหลังเคยสัมผัสเชื้อบางชนิดมาแล้ว วัคซีนกับการตรวจคัดกรองจึงเป็นมาตรการที่เสริมกัน ไม่ได้ทดแทนกัน

Pap Smear และ ThinPrep ตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ ส่วน HPV DNA Test ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง ThinPrep เป็นการเตรียมตัวอย่างเซลล์ในสารละลายเพื่อช่วยลดสิ่งรบกวน ขณะที่ Co-test คือการตรวจเซลล์ร่วมกับ HPV

ไม่ควรรอ แม้อาการนี้อาจเกิดจากการอักเสบ แผล หรือภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุ การมีอาการถือเป็นการตรวจเพื่อวินิจฉัย ไม่ใช่เพียงการตรวจคัดกรองตามรอบปกติ

SALE
Price range: ฿10,900 through ฿77,900
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก