นอนไม่หลับ หรือหลับก็ไม่สนิท ตื่นมาไม่สดชื่น แก้ได้ที่สมอง คนวัยทำงานโดยเฉพาะระดับผู้บริหารส่วนมากมักจะเจอกับปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับก็ไม่สนิท ตื่นมาไม่สดชื่น เพลียระหว่างวัน บ้างก็แก้ปัญหาด้วยการทานยานอนหลับ อาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทางไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยก็พอช่วยให้ได้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าสาเหตุหลัก ๆ ของการนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิทนั้นเกิดจาก “อาการสมองเหนื่อยล้า” (Brain Fatique) ที่กิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมองเหนื่อยล้า ได้อย่างไร? แค่ลืมตาตื่นขึ้นมาเริ่มต้นวันใหม่ สมองก็เริ่มทำงานทันที อันที่จริงสมองคนเราทำงานตลอด 24 ชั่วโมงแม้กระทั่งยามหลับ ไม่ว่าจะเป็นภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่ได้รับ หรือความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ได้พบเจอระหว่างวันล้วนเกิดจากการสั่งการของสมองทั้งสิ้น หากลองรวบรวมความรู้สึกหรือกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ๆ ลงในหน้ากระดาษ คุณอาจจะได้ลิสต์ที่ยาวเป็นหางว่าวเลยก็เป็นได้ ดังนั้นการที่สมองเราเหนื่อยล้าก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่าเรารู้ตัวและจัดการกับความเหนื่อยล้าของสมองได้หรือไม่ หากยังคงจัดการไม่ได้และปล่อยให้เรื้อรังต่อไปจนกลายเป็นความเคยชิน ก็อาจทำให้ต้องเจอกับปัญหาการนอนหลับอยู่เรื่อยและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว จะรู้ได้อย่างไรว่าสมองเหนื่อยล้า? เวลาที่สมองเหนื่อยล้า จะมีอาการที่แสดงออกได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท มีความวิตกกังวลตลอดเวลา อารมณ์แปรปรวน รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไร ทานอะไรก็ไม่อร่อย ความจำสั้นหรือจำได้ไม่ดี ไม่สามารถคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สมองไม่แล่น) รู้สึกหดหู่ หมดหวัง เป็นต้น นอกจากอาการที่กล่าวมานี้ความเครียดยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการนอนหลับเช่นเดียวกันยิ่งไปกว่านั้นความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและทำให้สมองเกิดความเหนื่อยล้าซึ่งภาวะสมองเหนื่อยล้านี้เองที่เป็นประตูเปิดเข้าไปในโลกของโรคอัลไซเมอร์โรคพาร์กินสันโรคหัวใจโรคซึมเศร้าหรือโรคมะเร็งได้อีกด้วยที่น่าเป็นห่วงคือปัจจุบันมีคนจำนวนมากมายที่กำลังเผชิญกับอาการสมองเหนื่อยล้าแต่ไม่รู้ตัว
ไทย
简体中文


