
การแพ้อาหาร (Food Allergy) เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเมื่อร่างกายได้รับอาหารที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ ถือเป็นภาวะที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งอาการแพ้อาหารสามารถเกิดได้จากการบริโภคสารก่อภูมิแพ้หลัก 9 ชนิด เช่น นมวัว, ถั่วเหลือง, ไข่, และแป้งสาลี รวมถึงสารก่อภูมิแพ้รองอื่น ๆ ที่มีโอกาสก่อให้เกิดอาการแพ้ในผู้ป่วยบางราย เช่น มะพร้าว, ข้าวโพด และกล้วย ผู้ป่วยบางรายอาจแพ้หลายชนิดร่วมกันได้ (Multiple Food Allergy)
อาการของการแพ้อาหารที่ควรรู้จัก
อาการแพ้อาหารมีหลายรูปแบบและอาจเกิดกับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยอาจเกิดขึ้นทันทีหลังรับประทาน (Immediate Reaction) เช่น ผื่นลมพิษ บวม คัดจมูก หรือหายใจลำบาก (หอบ) หรือในบางกรณีเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ อาจมีอาการแบบเรื้อรัง (Delayed Reaction) เช่น ท้องเสียเรื้อรัง ไอเรื้อรัง หรือผิวหนังอักเสบ ผู้ป่วยควรสังเกตอาการและเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อระบุชนิดของอาการแพ้อาหาร
การตรวจและวินิจฉัยการแพ้อาหาร
การวินิจฉัยการแพ้อาหารต้องอาศัยการซักประวัติและการตรวจร่างกายจากแพทย์เฉพาะทาง ในบางกรณีอาจมีการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ เช่น การทดสอบสะกิดผิวหนัง (Skin Prick Test) หรือการตรวจหา IgE ที่เฉพาะต่ออาหารชนิดที่สงสัยว่าแพ้ อย่างไรก็ตามการตรวจทางห้องปฏิบัติการบางอย่างอาจไม่แนะนำสำหรับการแพ้อาหารเรื้อรัง เนื่องจากอาจได้ผลที่ไม่สอดคล้องกับอาการจริง
แนวทางการรักษาและป้องกันอาการแพ้อาหาร
เมื่อสงสัยว่าแพ้อาหารควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือในกรณีที่แพ้เฉียบพลันอาจมีการรักษาด้วยการฝึกการทนอาหาร (Oral Immunotherapy) อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการงดอาหารโดยไม่มีข้อบ่งชี้เพื่อป้องกันการขาดสารอาหารและการเจริญเติบโตช้า
English
简体中文


BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช