
ใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) เป็นสมุนไพรจีนที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ginkgo biloba L. พบมากในแถบเอเชียตะวันออก มีถิ่นกำเนิดในจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ใบแปะก๊วยมีรูปร่างคล้ายพัด สีเขียวเข้ม มีลักษณะเป็นใบเดี่ยว ออกดอกในฤดูใบไม้ผลิ ผลแปะก๊วยมีเปลือกแข็ง ลักษณะกลมรี ออกผลในฤดูใบไม้ร่วง
ต้นแปะก๊วย เป็นต้นไม้พื้นเมืองขนาดใหญ่ เป็นพืชที่ปลูกมานานนับพันปีที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์หลากหลาย มีลักษณะใบเป็นรูปพัด ใบแปะก๊วยมีสารสำคัญมากกว่า 40 ชนิด แต่มีเพียง 2 ชนิดที่นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ คือ ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) และเทอร์พีนอยด์ (terpenoids) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ในสมัยโบราณ ใบและเมล็ดของต้นแปะก๊วยมักจะถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนจีน ส่วนในปัจจุบันการวิจัยจะมุ่งเน้นไปที่สารสกัดสำคัญจากใบแปะก๊วยเป็นหลัก
สารสกัดจากใบแปะก๊วยมีความเกี่ยวข้องกับการนำมาใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพหลายประการ ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การทำงานของสมองและการไหลเวียนเลือด
ใบแปะก๊วย กับคุณประโยชน์ที่ใช้ในทางการแพทย์
ใบแปะก๊วยอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสามารถช่วยลดการอักเสบได้ มีหลายการศึกษาทั้งในห้องปฏิบัติการและในการทดลองแสดงให้เห็นว่า ฟลาโวนอยด์ในใบแปะก๊วยช่วยปกป้องเส้นประสาท กล้ามเนื้อหัวใจ หลอดเลือด และจอประสาทตาของร่างกายจากการถูกทำลาย ส่วนสารเทอร์พีนอยด์ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดโดยการขยายหลอดเลือดและลดความข้นเหนียวของเกล็ดเลือด
นอกจากนี้ยังอาจเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของหัวใจ สารสื่อประสาทในสมอง สุขภาพดวงตา รวมถึงประโยชน์อื่นๆ อีกหลายประการ
จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการ ในสัตว์ และในมนุษย์ มีการใช้ประโยชน์จากใบแปะก๊วยดังต่อไปนี้:

1. โรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์
มีการใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยกันอย่างแพร่หลายในยุโรปเพื่อรักษาภาวะสมองเสื่อม ซึ่งในเบื้องต้นแพทย์คิดว่าอาจเกิดจากสารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น แต่ในปัจจุบัน การวิจัยชี้ให้เห็นว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจช่วยปกป้องเซลล์ประสาทที่ได้รับความเสียหายจากโรคอัลไซเมอร์ มีหลายการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยมีผลดีต่อความจำและการนึกคิดในผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์หรือโรคหลอดเลือดสมองเสื่อม
จากการศึกษาพบว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจช่วยผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้โดย:
– ช่วยให้การนึกคิด การเรียนรู้ และความจำดีขึ้น
– ช่วยให้ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น
– มีพฤติกรรมทางสังคมดีขึ้น
– รู้สึกซึมเศร้าน้อยลง
มีหลายการศึกษาพบว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจใช้ได้ผลพอๆ กับยารักษาโรคอัลไซเมอร์บางชนิดเพื่อชะลออาการของโรคสมองเสื่อม
2. อาการปวดขาหรือน่องเป็นพักๆ (Intermittent claudication)
เนื่องจากสารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด จึงได้รับการศึกษาในผู้ที่มีอาการปวดขาหรือน่องเป็นพักๆ หรือมีอาการปวดที่เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปที่ขาลดลง ผู้ที่มีอาการปวดขาหรือน่อง มักเดินลำบากเนื่องจากมักรู้สึกเจ็บและปวดมาก มี 8 การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ที่รับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยจะเดินได้ไกลกว่าผู้ที่รับประทานยาหลอกประมาณ 34 เมตร ที่จริงแล้ว พบว่าการได้รับสารสกัดจากใบแปะก๊วยได้ผลในการช่วยบรรเทาความเจ็บปวดเช่นเดียวกับการรับประทานยา แต่อย่างไรก็ตาม การเดินออกกำลังกายเป็นประจำจะได้ผลดีกว่า
3. ภาวะวิตกกังวล
มีการศึกษาพบว่าผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลและมีปัญหาเรื่องการปรับตัว เมื่อรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยจะมีอาการวิตกกังวลน้อยกว่าผู้ที่ได้รับยาหลอก
4. ต้อหิน
มีการศึกษาเล็กๆ ที่พบว่าผู้ที่เป็นโรคต้อหินเมื่อรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย 120 มก. ทุกวันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จะมีการมองเห็นที่ดีขึ้น
5. ความทรงจำ และการคิด
แปะก๊วยได้รับการขนานนามว่าเป็น “สมุนไพรบำรุงสมอง” มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยเพิ่มความจำในผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าช่วยในเรื่องความจำในผู้สูญเสียความทรงจำตามวัยหรือไม่ มีบางการศึกษาพบว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยเพิ่มความจำและการนึกคิดในคนหนุ่มสาวและวัยกลางคนที่มีสุขภาพปกติดี
6. จอประสาทตาเสื่อม
สารฟลาโวนอยด์ที่พบในใบแปะก๊วยอาจทำให้การมองเห็นดีขึ้นโดยช่วยหยุดหรือลดปัญหาเกี่ยวกับเรตินาของดวงตา หรือที่เรียกว่า age-related macular degeneration หรือ AMD ซึ่งโรคสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการตาบอดของคนในสหรัฐอเมริกา
7. กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน หรือ Premenstrual syndrome (PMS)
มีการศึกษาที่พบว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยลดอาการ PMS ได้ โดยเริ่มรับประทานสารสกัดในวันที่ 16 ของรอบประจำเดือน และหยุดรับประทานหลังจากประจำเดือนมา 5 วัน และรับประทานอีกครั้งในวันที่ 16 ของรอบเดือนแบบนี้ต่อเนื่องไป
8. โรคหลอดเลือดผิดปกติเรเนาด์ (Raynaud Disease)
มีการศึกษาที่พบว่าผู้ที่เป็น Raynaud Disease ที่รับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยเป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์จะมีอาการน้อยกว่าผู้ที่รับประทานยาหลอก อย่างไรก็ตามยังควรมีการศึกษาเพิ่มเติม
สารสำคัญในสารสกัดจากใบแปะก๊วย
ข้อควรระวังในการรับประทานใบแปะก๊วย
– การใช้สมุนไพรเป็นวิธีเก่าแก่ในการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและรักษาโรค อย่างไรก็ตาม สมุนไพรสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงและมีปฏิกิริยากับสมุนไพรอื่นๆ อาหารเสริม หรือยาอื่นๆ ได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงควรระมัดระวังในการรับประทานสมุนไพรอื่นๆ ร่วมกับสารสกัดจากใบแปะก๊วยและอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เช่น แพทย์ เภสัชกร เป็นต้น
– โดยปกติแล้ว สารสกัดจากใบแปะก๊วยจะพบผลข้างเคียงน้อย แต่ในบางคน อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ ปฏิกิริยาทางผิวหนัง และเวียนศีรษะได้
– มีรายงานการพบเลือดออกมากผิดปกติในอวัยวะภายใน ในผู้ที่รับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสาเหตุที่เลือดออกผิดปกติเกิดจากสารสกัดจากใบแปะก๊วยหรือสาเหตุอื่น เช่น การรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหากจะใช้ยากลุ่มนี้
– หยุดรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย 1 ถึง 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัดหรือการทำหัตถการทางทันตกรรม เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อเลือดออกมากผิดปกติ และควรแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่ารับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยอยู่
– ผู้ที่เป็นโรคลมบ้าหมูไม่ควรรับประทานเนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการชักได้
– สตรีมีครรภ์และให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
– ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อน
– ห้ามรับประทานผลหรือเมล็ดของต้นแปะก๊วยเนื่องจากมีพิษ
ใบแปะก๊วยเลือกรับประทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ควรตรวจสอบส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากใบแปะก๊วยอย่างละเอียด มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีสาร ginkgo biloba บริสุทธิ์คุณภาพสูง ปราศจากสารปรุงแต่งที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมใดๆ ที่แพ้ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนกรณีมียาที่รับประทานประจำอยู่ เนื่องจากยาอาจเกิดปฏิกิริยากับสารสกัดจากใบแปะก๊วยได้
ปริมาณที่แนะนำในการรับประทานใบแปะก๊วย
ปริมาณที่ปลอดภัยคือ สารสกัดจากใบแปะก๊วยในขนาด 120–160 มก. ต่อวันโดยอาจแบ่งเป็นหลายมื้อ
ไม่มีขนาดยาสูงสุดที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน อาจเริ่มต้นด้วยขนาดต่ำๆ ก่อนและค่อยๆ เพิ่มปริมาณ
ยังไม่มีการศึกษาที่ใช้ขนาดสารสกัดที่มากกว่า 600 มก. ต่อวัน ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานเกินปริมาณนี้
หมายเหตุ: อาจใช้ระยะเวลาหลายสัปดาห์หลังการรับประทานสารสกัดถึงจะเริ่มเห็นผล

ใบแปะก๊วย สรรพคุณเด่นๆ ที่ช่วยบำรุงสมอง ลดอาการโรคอัลไซเมอร์ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ
การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับใบแปะก๊วย
ในแง่ของการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้ใบแปะก๊วยในโรคสมอง
ในแง่ของการรักษาโรคสมองเสื่อม มีการศึกษาในผู้ป่วย 309 ราย เป็นเวลา 52 สัปดาห์ ในปี พ.ศ. 2540 สรุปว่า สารสกัดจากใบแปะก๊วยมีความปลอดภัย และปรับปรุงประสิทธิภาพสมองพอๆ กับการให้ผู้ป่วยเข้ากลุ่มสังคมเป็นเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี อีกการศึกษาที่ใช้ระยะเวลา 24 สัปดาห์ ในผู้ป่วย 410 ราย พบว่า การรักษาด้วยสารสกัดจากใบแปะก๊วยในขนาด 240 มก. วันละครั้งมีความปลอดภัย เพิ่มการรับรู้ รวมถึงเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคสมองและผู้ดูแลได้อย่างมีนัยสำคัญ
สรุปเนื้อหาสำคัญและประโยชน์ของใบแปะก๊วย
เหตุใดจึงควรเสริมสารสกัดจากใบแปะก๊วย
สารสกัดจากใบแปะก๊วยเป็นอาหารเสริมสมุนไพรที่ทำจากต้นแปะก๊วย เป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์แผนจีนมานานหลายศตวรรษ ใบของมันนำมารักษาปัญหาที่เกี่ยวกับสมอง ระบบไหลเวียนเลือดและระบบทางเดินหายใจ
ในปัจจุบันสารสกัดจากใบแปะก๊วยนำมาสกัดเป็นอาหารเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำและบำรุงสมองเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนี้ ยังนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่อง:
– ภาวะสมองเสื่อม
– ปัญหาสายตา เช่น โรคต้อหิน
– Intermittent claudication (อาการปวดขาที่เกิดจากหลอดเลือดแดงตีบ)
– หูอื้อ (มีเสียงในหู)
– ปัญหาเกี่ยวกับความดันเลือด
เป็นต้น
Ref.
1. healthline.com/nutrition/ginkgo-biloba-benefits
2. healthline.com/health/ginkgo-biloba-benefits#health-benefits
3. mountsinai.org/health-library/herb/ginkgo-biloba
4. mayoclinic.org/drugs-supplements-ginkgo/
5. healthline.com/nutrition/ginkgo-biloba-benefits
6. buoyhealth.com/blog/supplements/best-ginkgo-biloba-supplement
7. webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-333/ginkgo
8. Nguyen T, Alzahrani T. Ginkgo Biloba. [Updated 2023 Jul 3]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024 Jan-. Available from: ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK541024/
9. webmd.com/vitamins-and-supplements/benefits-ginkgo-biloba
English
简体中文


BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช