
สังกะสี (Zinc) เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขาดสังกะสีอาจนำไปสู่ภาวะ ภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย เช่น หวัดบ่อย หรือแผลหายช้า โดยเฉพาะในคนไทยที่อาจขาดสังกะสีจากรูปแบบการกินและสภาพแวดล้อม
บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุ อาการ สัญญาณเตือน และวิธีแก้ไขภาวะภูมิคุ้มกันต่ำจากการขาดสังกะสี พร้อมคำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับคนไทย
สังกะสีและบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน
สังกะสีคืออะไร:
- สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่จำเป็น (Essential Mineral) พบในเซลล์ทั่วร่างกาย มีบทบาทในการทำงานของเอนไซม์กว่า 300 ชนิด
- จำเป็นต่อการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ รวมถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
บทบาทต่อภูมิคุ้มกัน:
- กระตุ้นการทำงานของ T-cells และ B-cells ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการต่อสู้กับเชื้อโรค
- ช่วยควบคุมการอักเสบและป้องกันการตอบสนองภูมิคุ้มกันที่มากเกินไป
- ส่งเสริมการผลิตแอนติบอดีและการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว
งานวิจัย:
- การศึกษาใน The American Journal of Clinical Nutrition (2019) พบว่าการขาดสังกะสีเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ
- ในประเทศไทย การวิจัยจาก Thai Journal of Public Health (2020) ระบุว่าเด็กและผู้สูงอายุในเขตเมืองมักมีระดับสังกะสีต่ำ
สาเหตุของการขาดสังกะสี
รูปแบบการกินอาหาร:
- อาหารไทยมักเน้นข้าว ผัก และแป้ง ซึ่งมีสังกะสีต่ำเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล
- การบริโภคอาหารแปรรูปหรือฟาสต์ฟูดในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ลดการได้รับสังกะสีจากธรรมชาติ
- ผู้ที่กินมังสวิรัติหรือเจอาจขาดสังกะสี เนื่องจากแหล่งสังกะสีจากพืช (เช่น ถั่ว) มีไฟเตตที่ลดการดูดซึม
สภาพแวดล้อม:
- มลพิษ เช่น ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพิ่มความต้องการสังกะสีเพื่อซ่อมแซมเยื่อบุที่เสียหาย
- การสัมผัสแสงแดดน้อยในกลุ่มคนทำงานในอาคาร อาจกระทบการดูดซึมสังกะสี (ผ่านการทำงานร่วมกับวิตามิน D)
ปัจจัยด้านสุขภาพ:
- โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคทางเดินอาหาร (Celiac Disease, IBD) ลดการดูดซึมสังกะสี
- การตั้งครรภ์หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มความต้องการสังกะสี
กลุ่มเสี่ยงในคนไทย:
- เด็กเล็ก (1-5 ปี) ที่กินอาหารไม่หลากหลาย
- ผู้สูงอายุที่มีการดูดซึมลดลง
- ผู้ที่มีความเครียดสูงหรือออกกำลังกายหนัก
- ผู้ป่วยที่ใช้ยาขับปัสสาวะหรือยาคุมกำเนิด ซึ่งอาจลดระดับสังกะสี
อาการของภูมิคุ้มกันต่ำจากการขาดสังกะสี
อาการเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน:
- ติดเชื้อบ่อย เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง
- การติดเชื้อเรื้อรัง เช่น หูชั้นกลางอักเสบในเด็ก
- แผลหายช้าผิดปกติ
อาการทั่วไปจากการขาดสังกะสี:
- ผิวแห้ง ผื่น หรือสิวเรื้อรัง
- ผมร่วง หรือเล็บเปราะ
- อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
- รู้สึกชา หรือสูญเสียรสชาติ/กลิ่น
อาการในเด็ก:
- การเจริญเติบโตช้า (เตี้ยหรือน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน)
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ป่วยบ่อย
อาการในผู้ใหญ่:
- อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง
- ภาวะซึมเศร้า หรือความเครียดสูง
ความเกี่ยวข้องกับคนไทย:
- ในช่วงฤดูฝนหรือหน้าหนาว อาการติดเชื้อทางเดินหายใจพบมากในเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการขาดสังกะสี
การวินิจฉัยภาวะขาดสังกะสี
การตรวจร่างกาย:
- แพทย์ประเมินอาการ เช่น การติดเชื้อบ่อย ผิวแห้ง หรือแผลหายช้า
การตรวจในห้องปฏิบัติการ:
- ตรวจระดับสังกะสีในเลือด (Serum Zinc Level) ค่าปกติ: 70-120 µg/dL
- อาจตรวจร่วมกับระดับวิตามิน D ธาตุเหล็ก หรือแร่ธาตุอื่นเพื่อประเมินภาวะขาดสารอาหาร
คำแนะนำสำหรับคนไทย:
- โรงพยาบาลในไทย เช่น BNH Hospital มีบริการ ตรวจวิตามินและแร่ธาตุในเลือด (Basic Nutrients Blood Test) ซึ่งช่วยระบุภาวะขาดสังกะสีได้อย่างแม่นยำ
- ควรตรวจในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอาการป่วยบ่อย

วิธีแก้ไขและเสริมสังกะสีสำหรับคนไทย
แหล่งอาหารที่มีสังกะสีสูง:
- อาหารทะเล: หอยนางรม (สูงสุด: 70 มก./100 กรัม), กุ้ง, ปู (เช่น ต้มยำกุ้ง, ปูผัดพริกไทยดำ)
- เนื้อสัตว์: เนื้อวัว, หมู, ไก่ (เช่น ผัดกะเพราไก่, หมูย่าง)
- ถั่วและธัญพืช: เมล็ดฟักทอง, ถั่วลิสง, งาดำ (เช่น ขนมงาดำ, ถั่วคั่ว)
- นมและผลิตภัณฑ์: นมวัว, โยเกิร์ต, ชีส (เหมาะสำหรับเด็ก)
- เมนูไทยแนะนำ:
- ต้มยำทะเล (กุ้ง, ปลาหมึก)
- ผัดผักรวมกับเนื้อสัตว์
- ข้าวกล้องผสมถั่วหรืองา
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (RDA สำหรับคนไทย):
- เด็ก 1-8 ปี: 3-5 มก./วัน
- ผู้ใหญ่: 8-11 มก./วัน (ชาย 11 มก., หญิง 8 มก.)
- หญิงตั้งครรภ์หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: 11-12 มก./วัน
อาหารเสริมสังกะสี:
- ใช้ในกรณีที่ขาดมาก โดยทั่วไปแนะนำ 10-25 มก./วัน ตามคำแนะนำจากแพทย์
- รูปแบบที่นิยม: Zinc Gluconate, Zinc Picolinate (ดูดซึมดี)
- ข้อควรระวัง: การกินเกิน 40 มก./วันอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ท้องเสีย หรือรบกวนการดูดซึมทองแดง
คำแนะนำสำหรับคนไทย:
- เพิ่มเมนูอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์ในมื้ออาหาร เช่น ผัดพริกไทยดำ หรือต้มจืดหมูสับ
- ผู้ที่กินมังสวิรัติควรเสริมด้วยถั่วและเมล็ดพืช หรือพิจารณาอาหารเสริม
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไฟเตตสูง (เช่น ข้าวกล้อง, ธัญพืชไม่ขัดสี) พร้อมอาหารที่มีสังกะสี เพราะอาจลดการดูดซึม
การป้องกันภูมิคุ้มกันต่ำจากการขาดสังกะสี
การเสริมสารอาหารอื่น:
- สังกะสีทำงานร่วมกับ วิตามิน C และ วิตามิน D เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
- เพิ่มการกินผลไม้รสเปรี้ยว (เช่น ส้ม, มะนาว) และรับแสงแดดยามเช้า 10-15 นาที
ปรับวิถีชีวิต:
- ลดการสัมผัสสารก่อการติดเชื้อ เช่น ฝุ่น PM2.5 โดยใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้าน
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือควันบุหรี่มือสอง ซึ่งลดระดับสังกะสีในร่างกาย
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
การตรวจสุขภาพเป็นประจำ:
- ตรวจระดับสังกะสีและวิตามิน D ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ป่วยบ่อย
- ใช้บริการ ตรวจวิตามินและแร่ธาตุในเลือด เช่น ที่ Mbrace by BNH Hospital
คำแนะนำสำหรับคนไทย:
- ในช่วงฤดูฝนหรือหน้าหนาวที่การติดเชื้อทางเดินหายใจพบบ่อย ควรเพิ่มอาหารที่มีสังกะสี เช่น อาหารทะเล
- ผู้ที่อยู่ในเมืองที่มีมลพิษสูง เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ ควรตรวจระดับสังกะสีเป็นประจำ
คำถามที่พบบ่อย
การขาดสังกะสีทำให้ป่วยบ่อยแค่ไหน?
- การขาดสังกะสีเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น หวัดหรือปอดบวม โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ
อาหารเสริมสังกะสีจำเป็นสำหรับทุกคนหรือไม่?
- ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ควรตรวจระดับสังกะสีก่อน และใช้ตามคำแนะนำจากแพทย์
เด็กสามารถกินอาหารเสริมสังกะสีได้หรือไม่?
- ได้ แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมตามวัย (3-5 มก./วัน) และอยู่ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์
อาหารไทยชนิดใดเพิ่มสังกะสีได้ดี?
- เมนูเช่น ต้มยำกุ้ง, ปูผัดพริกไทยดำ, หรือผัดผักรวมกับเนื้อสัตว์ มีสังกะสีสูงและเหมาะกับรสชาติคนไทย
สรุป
ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำจากการขาดสังกะสีเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ด้วยการบริโภคอาหารที่หลากหลายและเหมาะสม โดยเฉพาะในคนไทยที่อาจขาดสังกะสีจากอาหารประจำวันหรือสภาพแวดล้อม การเพิ่มอาหารที่มีสังกะสี เช่น อาหารทะเล, เนื้อสัตว์, และถั่ว รวมถึงการพิจารณาอาหารเสริมในกลุ่มเสี่ยง จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดการติดเชื้อ การตรวจระดับสังกะสีในเลือดเป็นประจำ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ จะช่วยระบุและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
คำแนะนำ:
หากสงสัยว่ามีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ควรปรึกษาแพทย์และใช้บริการ ตรวจวิตามินและแร่ธาตุในเลือด เช่น ที่ Mbrace BNH Hospital เพื่อวางแผนการเสริมสังกะสีอย่างเหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- The American Journal of Clinical Nutrition (2019): Zinc and Immune Function
- Thai Journal of Public Health (2020): Zinc Deficiency in Urban Thai Population
- Ministry of Public Health, Thailand: Nutritional Guidelines for Thais
- National Institutes of Health (NIH): Zinc and Immune Health
English
简体中文




BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช