เครื่องปรุงรสโลว์โซเดียมเพื่อสุขภาพ ความดันสูง โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด ทานได้หรือไม่

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

โซเดียม คืออะไร

โซเดียม

เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายและความดันโลหิต แต่หากได้รับมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพและในระยะยาวนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตเสื่อมเรื้อรัง เป็นต้น

ปริมาณโซเดียมต่อวัน

องค์กรอนามัยโลก หรือ WHO แนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนะนำให้คนไทยบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน และการจำกัดโซเดียมให้เข้มงวดขึ้นในปริมาณไม่เกินวันละ 1,500 มิลลิกรัมต่อวันอาจช่วยลดความดันโลหิตได้เพิ่มขึ้น แต่จากข้อมูลผลสำรวจปริมาณการบริโภคเกลือโซเดียมของคนไทยในปี 2563 พบว่า มีอัตราการบริโภคเฉลี่ย 3,636 มก./วัน ซึ่งเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำเกือบ 2 เท่า

ส่งผลให้คนไทยเกิดภาวะความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายหนา เกิดการสะสมของพังผืดในกล้ามเนื้อหัวใจ ไต และหลอดเลือด อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต มากขึ้น

โซเดียมในอาหาร และอาหารที่มีโซเดียมสูง ที่ควรหลีกเลี่ยง

เมื่อเราทานอาหารจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงรสใดๆ เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ อาหารทะเล ข้าว ผักและผลไม้สด นมและผลิตภัณฑ์จากนม เราจะได้รับโซเดียมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 600-800 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ปัจจุบันนี้ เรารับประทานอาหารแปรรูปที่ผ่านกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมมากขึ้น และมีการปรุงรสอาหารจัดขึ้นด้วยเครื่องปรุงรสและผงปรุงรสต่างๆ จึงทำให้แนวโน้มการบริโภคโซเดียมมากเกินไปเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

อาหารที่มีโซเดียมสูงสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆด้วยกัน

โซเดียมเค็ม

พบมากในอาหารที่มีรสเค็ม เช่น เครื่องปรุงทุกชนิด เกลือ น้ำปลา ซีอิ้ว ซอสหอยนางรม น้ำจิ้มต่างๆ น้ำจิ้มไก่ ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำจิ้มบาร์บิคิว อาหารหมักดอง ไข่เค็ม ปลาเค็ม ปลาร้า ผักดอง ผลไม้ดอง เต้าเจี๋ยว เต้าหู้ยี้ อาหารกระป๋อง

อาหารแปรรูปทุกชนิด ไส้กรอก แฮม เบคอน แหนม กุนเชียง กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง หมูแผ่น หมูหยอง หมูแดดเดียว อาหารแช่แข็ง ปลาหรือกุ้งแช่แข็ง อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน ฟาสต์ฟู้ด เบอร์เกอร์ ไก่ทอด เฟรนฟราย นักเก็ต เป็นต้น

โซเดียมหวาน

ผงชูรส ผงปรุงรสทุกชนิด ซุปก้อนต่างๆ

โซเดียมจืด

มาจากผงฟู พบมากใน ขนมปัง ขนมอบ ขนมเบเกอร์รี่ ปาท่องโก๋ โดนัท ครัวซอง เค้ก ขนมเปี๊ย พาย เป็นต้น

การเลือกซื้อเครื่องปรุงรส และ ปริมาณโซเดียมในเครื่องปรุง

ควรเลือกซื้อเครื่องปรุงรสที่ภาชนะบรรจุอยู่ในสภาพดี ฝาขวดควรปิดสนิท ไม่มีรอยแกะหรือตำหนิ ฉลากของสินค้าควรอยู่ในสภาพที่ดี บอกชนิดและส่วนประกอบของเครื่องปรุงรสอย่างครบถ้วน มีเครื่องหมายมาตรฐานทางการค้า เช่น อย.หรือ มอก. มีชื่อ ที่ตั้ง สถานที่ผลิตสินค้า และระบุวัน เวลาที่ผลิตและหมดอายุอย่างชัดเจน ไม่ควรซื้อเครื่องปรุงรสหรือซอสที่แบ่งขายตามร้านค้าหรือตลาด เพราะอาจมีสารเคมีหรือสิ่งไม่พึ่งประสงค์ปนเปื้อน เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้

ปริมาณโซเดียมในเครื่องปรุงรสแต่ละยี่ห้ออาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่มาตราฐานโดยเฉลี่ยแล้วจะมีปริมาณโซเดียมใกล้เคียงกัน

โดยเมื่อเทียบในปริมาณที่เท่ากันคือ 1 ช้อนชา จะมีโซเดียมดังนี้ เกลือ 2,000 มิลลิกรัม ผงปรุงรส 500 มิลลิกรัม ผงชูรส 490 มิลลิกรัม ซีอิ๊วขาว 460 มิลลิกรัม น้ำปลา 400 มิลลิกรัม ซอสปรุงรส 400 มิลลิกรัม ซอสหอยนางรม 150 มิลลิกรัม ซอสพริก 220 มิลลิกรัม ซอสมะเขือเทศ 140 มิลลิกรัม

เครื่องปรุงโลว์โซเดียม/เครื่องปรุงลดโซเดียม หรือ ที่หลายคนเรียกว่า เครื่องปรุงอาหารคลีน คือ

เครื่องปรุงรสที่มีลักษณะเหมือนเครื่องปรุงรสทั่วไปที่เราใช้ในการปรุงประกอบอาหาร เช่น น้ำปลา ซี้อิ้ว ซอสหอยนางรม แต่ต่างกันที่ส่วนประกอบของสารที่ให้ความเค็ม โดยปกติแล้วเครื่องปรุงทั่วไปจะใช้เกลือโซเดียมคลอไรด์เป็นสารให้รสชาติเค็ม แต่ในเครื่องปรุงโซเดียมต่ำส่วนใหญ่จะเลือกใช้ เกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ทดแทน เพื่อลดปริมาณโซเดียมในเครื่องปรุงรส และเป็นเครื่องปรุงทางเลือกในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

ความดันสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต ใช้เครื่องปรุงโลว์โซเดียมได้หรือไม่

ความดันสูง และ โรคหัวใจและหลอดเลือด

หนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจและหลอดเลือด คือ การบริโภคโซเดียมมากเกินไปในแต่ละวัน การใช้เครื่องปรุงโลว์โซเดียม หรือโซเดียมต่ำทดแทนเครื่องปรุงรสปกติจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกสุขภาพ ที่สามารถช่วยลดปริมาณโซเดียมที่บริโภคในแต่ละวันได้ เมื่อบริโภคโซเดียมลดลงก็จะส่งผลช่วยให้สามารถควบคุมความดันได้ดียิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม

โรคไต

เนื่องจากผู้ป่วยโรคไต มีการทำงานของไตที่เสื่อมและบกพร่อง ไตจะมีความสามารถในการขับของเสียและเกลือแร่ออกจากร่างกายได้น้อยลง ทำให้มีระดับของเสียในเลือดและเกลือแร่ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสในร่างกายคั่งสูงได้ เพราะไม่สามารถกำจัดเกลือแร่ส่วนเกินที่บริโภคเข้าไป และเนื่องจากเครื่องปรุงโลว์โซเดียมส่วนใหญ่ใช้ เกลือโพแทสเซียม ในการให้รสชาติเค็มแทนเกลือโซเดียม ผู้ป่วยโรคไตจึงต้องมีความระมัดระวัง ในการเลือกใช้เครื่องปรุงประเภทนี้เพราะอาจทำให้โพแทสเซียมคั่งสูงในร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม เครื่องปรุงโซเดียมต่ำก็ยังเป็นทางเลือกในการควบคุมโซเดียมในอาหารของผู้ป่วยโรคไตได้ โดยขึ้นอยู่กับระยะของโรคไตเรื้อรัง

ในผู้ป่วยโรคไตระยะต้นๆ ได้แก่ ระยะ1 – 3a (อัตราการกรองไต eGFR ≥ 45) สามารถเลือกใช้เครื่องปรุงโลว์โซเดียมที่ใช้เกลือโพแทสเซียมทดแทนได้ เนื่องจากการทำงานของไตยังอยู่ในระดับที่สามารถกรองของเสียและเกลือแร่ส่วนเกินได้อยู่ โดยเครื่องปรุงโลว์โซเดียมอาจช่วยชะลอการเสื่อมของไตได้ เนื่องจากช่วยให้ปริมาณโซเดียมที่บริโภคโดยรวมต่อวันลดลง อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ติดตามผลเกลือแร่โพแทสเซียมในเลือดเป็นประจำตามที่แพทย์แนะนำ หรือ อาจเลือกใช้เครื่องปรุงโซเดียมต่ำชนิดที่ไม่เติมเกลือโพแทสเซียมทดแทน เพื่อควบคุมระดับโพแทสเซียมในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติด้วย

ในผู้ป่วยโรคไตระยะกลางถึงปลาย ได้แก่ ระยะ 3b – 5 ทั้งก่อนฟอกไตและหลังฟอกไต (อัตราการกรองไต eGFR < 45) ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องปรุงโลว์โซเดียมประเภททีใช้เกลือโพแทสเซียมทดแทน เนื่องจากการทำงานของไตอยู่ในระดับที่อาจจะไม่สามารถกรองเกลือแร่ส่วนเกินออกได้ อาจส่งผลให้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ จึงแนะนำให้ใช้เครื่องปรุงโลว์โซเดียมประเภทที่ไม่ใช้เกลือโพแทสเซียมทดแทน โดยสามารถดูจากฉลากโภชนาการว่ามีโพแทสเซียมหรือไม่ ถ้าในฉลากโภชนาการมีส่วนประกอบของโพแทสเซียมคลอไรด์ หรือ มีปริมาณโพแทสเซียมบอกที่ฉลาก แนะนำให้หลีกเลี่ยง และเลือกใช้ยี่ห้อที่ไม่มีส่วนผสมของเกลือโพแทสเซียมทดแทน

น้ำปลาลดโซเดียม ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม น้ำมันหอยลดโซเดียม ควรเลือกใช้อย่างไร

เครื่องปรุงรสลดโซเดียมหรือโซเดียมต่ำทุกชนิด ควรเลือกใช้เพื่อทดแทนเครื่องปรุงรสทั่วไป เพื่อลดปริมาณโซเดียมในอาหาร เช่น งดการใช้เครื่องปรุงรสทั่วไปและใช้เครื่องปรุงโซเดียมต่ำทดแทนทั้งหมด หรือ ลดเครื่องปรุงรสทั่วไปลง 50% และใช้เครื่องปรุงโซเดียมต่ำทดแทนอีก 50% เป็นต้น

เครื่องปรุง Low Sodium หรือ โซเดียมต่ำ ยี่ห้อไหนดี

ในผู้ที่รักสุขภาพ ไม่มีโรคประจำตัว หรือ มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดปกติ สามารถเลือกทานได้ทุกยี่ห้อ ทั้งชนิดที่ใช้เกลือโพแทสเซียมทดแทนและไม่ใช้เกลือโพแทสเซียมทดแทน เพื่อลดปริมาณโซเดียมที่บริโภคในแต่ละวัน

แต่ในผู้ป่วยโรคไตระยะ 3b – 5 ทั้งก่อนฟอกไตและหลังฟอกไต ผู้ที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง หรือผู้ที่ทานยาบางชนิดที่อาจส่งผลให้โพแทสเซียมในเลือดสูงได้ หากต้องการลดปริมาณโซเดียมในอาหาร แนะนำให้เลือกใช้เครื่องปรุงโลว์โซเดียมชนิดที่ไม่เติมเกลือโพแทสเซียมทดแทน

เครื่องปรุงโลว์โซเดียม หรือโซเดียมต่ำ ชนิดที่ไม่เติมเกลือโพแทสเซียมทดแทน

เหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ สามารถทานได้ทั้ง หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคมะเร็ง เนื่องจากเป็นซีอิ้วขาวและซอสหอยนางรมสูตรลดโซเดียมลงถึง 70% คิดค้นสูตรโดยแพทย์เฉพาะทางด้านโภชนาการคลินิกและนักเทคโนโลยีทางอาหาร หมักบ่มด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่เติมโพแทสเซียม ไม่มีผงชูรส ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่มีน้ำตาล ไม่ใส่สี ไม่ใส่วัตถุเจือปนในอาหาร ไม่มีสารก่อมะเร็ง (3-MCPD) ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ Non GMOs ปลอดภัยเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

Related Products

101 PLUS ซีอิ๊วขาวและซอสหอยนางรม โซเดียมต่ำ | เครื่องปรุงโลโซเดียม | เครื่องปรุงโซเดียมต่ำ

฿45฿85

101 PLUS ซีอิ๊วขาวและซอสหอยนางรม โซเดียมต่ำ

ผลิตภัณฑ์ปรุงรสซีอิ๊วขาวและซอสหอยนางรมลดโซเดียม 70% ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคไต โรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง

อ่านเพิ่ม
  • https://www.thaihealth.or.th/?p=237054
  • https://www.thaihealth.or.th/?p=230984
  • https://www.thaihealth.or.th/?p=230511
  • https://www.kidney.org/atoz/content/hyperkalemia/facts
  • แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562 สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก