Phthalates คืออะไร? เลือกของเล่นและภาชนะอาหารอย่างไรให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ของเล่นพลาสติกนิ่ม ๆ ขวดน้ำ ภาชนะใส่อาหาร หรือของใช้รอบตัวลูก อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยว่า “พลาสติกแบบไหนปลอดภัย?” และสารที่มักถูกพูดถึงอย่าง Phthalates คืออะไร จำเป็นต้องกังวลมากแค่ไหน?

Phthalates เป็นกลุ่มสารเคมีที่ถูกนำมาใช้เป็นสารเพิ่มความยืดหยุ่น หรือ Plasticizer โดยเฉพาะในพลาสติกบางประเภท เช่น PVC หรือ Vinyl เพื่อทำให้วัสดุนิ่ม ยืดหยุ่น และไม่เปราะง่าย สารกลุ่มนี้สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น พลาสติกบางชนิด ของเล่น วัสดุสัมผัสอาหาร กาว สารเคลือบ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ Phthalates บางชนิดสามารถมีคุณสมบัติรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมน จึงถูกศึกษาในกลุ่ม Endocrine-Disrupting Chemicals หรือสารรบกวนฮอร์โมน อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ ไม่ได้หมายความว่าพลาสติกทุกชนิดมี Phthalates หรือของใช้พลาสติกทุกชิ้นเป็นอันตราย ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดสาร วัสดุ ปริมาณการสัมผัส อายุของเด็ก และรูปแบบการใช้งาน

Phthalates คืออะไร?

Phthalates คือกลุ่มสารเคมีที่มักใช้เป็นสารเพิ่มความยืดหยุ่นในพลาสติก โดยเฉพาะ PVC หรือ Vinyl เพื่อทำให้วัสดุนิ่มและยืดหยุ่นขึ้น

Phthalates ไม่ใช่สารชนิดเดียว แต่เป็นสารเคมีหลายชนิดในกลุ่มเดียวกัน เช่น

  • DEHP
  • DINP
  • DBP
  • BBP
  • DIDP
  • DCHP

แต่ละชนิดมีคุณสมบัติ การใช้งาน และข้อมูลด้านความปลอดภัยแตกต่างกัน จึงไม่ควรเหมารวมว่า Phthalates ทุกชนิดมีความเสี่ยงในระดับเดียวกัน

สารรบกวนฮอร์โมน หรือ EDC คืออะไร?

EDC ย่อมาจาก Endocrine-Disrupting Chemicals

หมายถึงสารจากภายนอกร่างกายที่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือรบกวนระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งเป็นระบบที่ควบคุมการทำงานของฮอร์โมน

สารบางชนิดอาจ

  • เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน
  • ขัดขวางการจับของฮอร์โมนกับตัวรับ
  • เปลี่ยนการสร้างหรือการสลายฮอร์โมน
  • รบกวนสัญญาณของระบบต่อมไร้ท่อ

สารที่ถูกศึกษาในบริบทนี้มีหลายกลุ่ม เช่น Phthalates, Bisphenol A หรือ BPA และสารเคมีสิ่งแวดล้อมชนิดอื่น

สิ่งสำคัญคือคำว่า “สารรบกวนฮอร์โมน” ไม่ได้แปลว่าการสัมผัสเพียงครั้งเดียวจะทำให้ฮอร์โมนผิดปกติทันที ความเสี่ยงจริงต้องพิจารณาทั้งชนิดสาร ระดับและระยะเวลาการสัมผัส รวมถึงช่วงวัยที่ได้รับสาร

Phthalates พบได้ที่ไหนบ้าง?

Phthalates ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความนิ่มหรือยืดหยุ่นของพลาสติก

อาจพบได้ใน

  • ผลิตภัณฑ์จาก PVC หรือ Vinyl บางชนิด
  • ของเล่นพลาสติกนิ่มบางประเภท
  • สายหรือวัสดุพลาสติกยืดหยุ่น
  • กาวและสารเคลือบบางชนิด
  • ผลิตภัณฑ์ Personal Care บางประเภท
  • วัสดุสัมผัสอาหารบางชนิด
  • วัสดุทางการแพทย์บางประเภท

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ที่ขายในปัจจุบันจำนวนมากมีการปรับสูตรหรือควบคุมการใช้ Phthalates บางชนิดแล้ว จึงไม่ควรเหมารวมว่าสินค้าทุกประเภทจะมีสารกลุ่มนี้

ทำไมเด็กจึงเป็นกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ?

เด็กมีรูปแบบการสัมผัสสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มัก

  • หยิบของเข้าปาก
  • กัดหรืออมของเล่น
  • คลานและสัมผัสพื้น
  • สัมผัสฝุ่นในบ้าน
  • ใช้ของเล่นและภาชนะที่มีวัสดุหลายประเภท

น้ำหนักตัวของเด็กยังต่ำกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นเมื่อพิจารณาปริมาณสารสัมผัสต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว การได้รับสารในบางสถานการณ์อาจมีความสำคัญมากขึ้น

Phthalates ส่งผลต่อฮอร์โมนเด็กจริงไหม?

Phthalates บางชนิดมีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการรบกวนระบบต่อมไร้ท่อ และมีงานวิจัยจำนวนมากศึกษาความสัมพันธ์กับระบบสืบพันธุ์ การเจริญเติบโต และช่วงเวลาการเข้าสู่วัยรุ่น

แต่ข้อมูลในมนุษย์ยังมีความซับซ้อน และผลการศึกษายังไม่สม่ำเสมอทั้งหมด

ดังนั้นคำที่เหมาะสมกว่าคือ

Phthalates บางชนิดเป็นสารที่มีศักยภาพรบกวนระบบฮอร์โมน และกำลังถูกศึกษาเรื่องผลต่อพัฒนาการและช่วงเวลาการเข้าสู่วัยรุ่น

ไม่ควรสรุปว่า

“สัมผัส Phthalates แล้วจะเป็นสาวหรือเป็นหนุ่มก่อนวัยแน่นอน”

Phthalates ในของเล่นเด็ก ต้องระวังอะไร?

ของเล่นพลาสติกนิ่มเป็นหนึ่งในแหล่งที่พ่อแม่มักกังวล เพราะเด็กเล็กอาจกัด อม หรือเอาของเล่นเข้าปาก

สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ง่ายที่สุดคือ

  • เลือกของเล่นจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ
  • เลือกสินค้าที่มีมาตรฐานความปลอดภัย
  • ตรวจฉลากและคำแนะนำตามช่วงอายุ
  • หลีกเลี่ยงของเล่นพลาสติกนิ่มที่ไม่ระบุแหล่งผลิตหรือมาตรฐาน
  • ไม่ใช้ของเล่นที่แตก เปื่อย เหนียว หรือเสื่อมสภาพแล้ว
  • ล้างมือเด็กหลังเล่นของเล่นและก่อนรับประทานอาหาร

ไม่จำเป็นต้องทิ้งของเล่นพลาสติกทั้งหมด แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเด็กและใช้งานตามวัตถุประสงค์ของผู้ผลิต

ของเล่นที่เขียนว่า Phthalate-Free ดีกว่าไหม?

คำว่า Phthalate-Free หมายถึงผลิตภัณฑ์นั้นถูกผลิตโดยหลีกเลี่ยง Phthalates ตามเกณฑ์หรือคำกล่าวอ้างของผู้ผลิต

สำหรับของเล่นหรือผลิตภัณฑ์ที่เด็กต้องอม กัด หรือสัมผัสเป็นเวลานาน การเลือกสินค้าที่ระบุ Phthalate-Free จากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือสามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดการสัมผัส

แต่ไม่ควรดูเพียงคำว่า Phthalate-Free อย่างเดียว

ยังควรพิจารณา

  • มาตรฐานความปลอดภัย
  • อายุที่เหมาะสม
  • การใช้งาน
  • สภาพของผลิตภัณฑ์
  • แหล่งผลิตและผู้จัดจำหน่าย

ภาชนะอาหารแบบไหนควรเลือกสำหรับเด็ก?

หลักง่าย ๆ คือเลือกภาชนะที่ ผลิตมาเพื่อสัมผัสอาหารโดยเฉพาะ และใช้งานตามคำแนะนำของผู้ผลิต

สำหรับอาหารหรือเครื่องดื่มร้อน สามารถพิจารณาวัสดุที่ไม่ใช่พลาสติก เช่น

  • แก้ว
  • สแตนเลส
  • เซรามิกหรือพอร์ซเลนที่เหมาะสำหรับอาหาร

ส่วนภาชนะพลาสติก หากต้องการใช้ ก็ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับอาหารและเหมาะกับอุณหภูมิที่ใช้งาน

ภาชนะพลาสติกใส่อาหารร้อนปลอดภัยไหม?

คำตอบไม่ได้ขึ้นกับคำว่า “พลาสติก” เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรพิจารณาคือ

  • เป็นพลาสติกชนิดใด
  • ผลิตมาเพื่อสัมผัสอาหารหรือไม่
  • รองรับความร้อนหรือไม่
  • ผู้ผลิตอนุญาตให้เข้าไมโครเวฟหรือไม่
  • ภาชนะมีการเสื่อมสภาพหรือไม่

จึงไม่ควรนำภาชนะพลาสติกที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับความร้อนไปใส่อาหารร้อนหรือใช้ในไมโครเวฟ

หากไม่แน่ใจ การย้ายอาหารไปใส่ภาชนะแก้วหรือเซรามิกก่อนอุ่นเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย

BPA กับ Phthalates เหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน

BPA หรือ Bisphenol A และ Phthalates เป็นสารเคมีคนละกลุ่ม

แม้ทั้งสองมักถูกพูดถึงในบริบทของพลาสติกและสารรบกวนฮอร์โมน แต่มีการใช้งานและคุณสมบัติแตกต่างกัน

Phthalates มักถูกใช้เป็น Plasticizer เพื่อเพิ่มความนิ่มและความยืดหยุ่นให้กับพลาสติกบางประเภท เช่น PVC

BPA เคยถูกใช้ในการผลิตพลาสติก Polycarbonate และวัสดุ Epoxy บางประเภท

ดังนั้น

BPA-Free ไม่ได้แปลว่า Phthalate-Free

และ

Phthalate-Free ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีสารเคมีชนิดอื่นทั้งหมด

การอ่านฉลากและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับประเภทการใช้งานจึงสำคัญกว่าเลือกจากคำโฆษณาเพียงคำเดียว

ต้องเลิกใช้พลาสติกทั้งหมดไหม?

ไม่จำเป็น

เป้าหมายไม่ใช่การสร้างความกลัวต่อพลาสติกทุกชนิด แต่คือ ลดการสัมผัสที่ไม่จำเป็นและใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม

พ่อแม่สามารถเริ่มจากพฤติกรรมที่ทำได้จริง เช่น

  • เลือกผลิตภัณฑ์เด็กที่ได้มาตรฐาน
  • ไม่ใช้ของเล่นพลาสติกเสื่อมสภาพ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งผลิต
  • ไม่ใช้ภาชนะพลาสติกผิดประเภท
  • หลีกเลี่ยงการให้ความร้อนกับพลาสติกที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับความร้อน
  • ใช้แก้วหรือสแตนเลสกับอาหารร้อนเมื่อสะดวก
  • ล้างมือเด็กเป็นประจำ
  • ลดฝุ่นสะสมในบ้าน

การลดการสัมผัสแบบค่อยเป็นค่อยไปมีความเป็นจริงมากกว่าการพยายามทำบ้านให้ “ปลอดสารเคมี 100%”

เลือกของเล่นและภาชนะอาหารอย่างไรให้ลดการสัมผัส Phthalates?

สิ่งที่เลือกสิ่งที่ควรพิจารณา
ของเล่นเด็กเลือกสินค้ามีมาตรฐาน ระบุผู้ผลิตและช่วงอายุชัดเจน
ของเล่นพลาสติกนิ่มพิจารณาฉลาก Phthalate-Free โดยเฉพาะของที่เด็กนำเข้าปาก
จุกนม / ขวดนมเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับทารกจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือและทำตามวิธีใช้
ภาชนะใส่อาหารใช้ผลิตภัณฑ์ Food Contact ที่เหมาะกับอุณหภูมิ
อาหารร้อนพิจารณาแก้ว สแตนเลส หรือเซรามิก
ไมโครเวฟใช้เฉพาะภาชนะที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถเข้าไมโครเวฟได้
พลาสติกเก่าเปลี่ยนเมื่อแตก บิดงอ เหนียว หรือเสื่อมสภาพ

สารตกค้างจากผักผลไม้เกี่ยวกับ EDC ไหม?

สารกำจัดศัตรูพืชบางชนิดได้รับการศึกษาในเรื่องคุณสมบัติที่อาจรบกวนระบบต่อมไร้ท่อเช่นกัน

แต่ไม่ควรตีความว่า “กินผักผลไม้แล้วได้รับสารรบกวนฮอร์โมน จึงควรหลีกเลี่ยง”

ประโยชน์ทางโภชนาการของผักและผลไม้ยังมีความสำคัญต่อเด็ก

วิธีที่เหมาะสมกว่าคือ

  • ล้างผักและผลไม้ก่อนรับประทาน
  • เลือกอาหารหลากหลาย
  • ปอกเปลือกในชนิดที่เหมาะสม
  • เลือกแหล่งอาหารที่เชื่อถือได้

แทนการตัดผักและผลไม้ออกจากอาหารของเด็ก

แล้วหน้าจอก่อนนอนเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนอย่างไร?

ประเด็นหน้าจอใน The Check-Up เป็นอีกกลไกหนึ่ง และ ไม่ใช่ Endocrine-Disrupting Chemical แบบ Phthalates

หน้าจอมือถือ แท็บเล็ต และทีวีสามารถส่งผลต่อการนอนผ่านแสงและการกระตุ้นจากกิจกรรมก่อนเข้านอน

แสงในช่วงเย็นสามารถรบกวนการหลั่ง Melatonin ซึ่งมีบทบาทในระบบนาฬิกาชีวภาพและการเตรียมร่างกายเข้าสู่การนอน

เมื่อนอนดึก หลับไม่เพียงพอ หรือคุณภาพการนอนไม่ดี ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตโดยรวมของเด็ก

ดังนั้น Phthalates กับหน้าจอจึงมีสิ่งที่เหมือนกันเพียงว่า ทั้งสองเป็นปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ควรจัดการอย่างเหมาะสม

Phthalates → การสัมผัสสารเคมีและระบบฮอร์โมน

หน้าจอก่อนนอน → แสงและพฤติกรรม → Melatonin → การนอน

ต้องงดหน้าจอก่อนนอนกี่ชั่วโมง?

แทนที่จะยึดตัวเลขแบบตายตัวสำหรับเด็กทุกคน สิ่งสำคัญคือสร้างกิจวัตรก่อนนอนที่ลดการกระตุ้นจากหน้าจอ

ตัวอย่างเช่น

  • หยุดเล่นเกมก่อนนอน
  • ลดมือถือหรือแท็บเล็ตช่วงก่อนเข้านอน
  • ไม่วางทีวีไว้ในห้องนอนเด็ก
  • ปรับแสงในห้องให้นุ่มลง
  • กำหนดเวลานอนให้สม่ำเสมอ
  • ใช้กิจกรรมสงบ เช่น อ่านหนังสือ ก่อนนอน

ใน The Check-Up คุณหมอเสนอการลดหน้าจอก่อนนอนประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นแนวทางเชิงพฤติกรรม ซึ่งสามารถนำไปปรับตามบริบทของแต่ละครอบครัวได้

ถ้าสงสัยว่าลูกได้รับสารรบกวนฮอร์โมน ต้องตรวจเลือดไหม?

โดยทั่วไปไม่มีการตรวจเลือด Routine เพื่อค้นหา “สารรบกวนฮอร์โมนทุกชนิด” ในเด็กทั่วไป

สิ่งสำคัญกว่าคือสังเกต ผลต่อสุขภาพหรือการเจริญเติบโต

ควรปรึกษากุมารแพทย์หากพบว่า

  • เด็กหญิงเริ่มมีหน้าอกก่อนอายุ 8 ปี
  • เด็กชายมีการเปลี่ยนแปลงทางเพศก่อนอายุ 9 ปี
  • ส่วนสูงพุ่งเร็วผิดจากแนวเดิม
  • การเจริญเติบโตช้าลงผิดปกติ
  • มีประจำเดือนเร็วผิดปกติ
  • มีอาการที่สงสัยความผิดปกติทางฮอร์โมน
  • มีปัญหาการนอนต่อเนื่อง
  • พฤติกรรมการนอนเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน

แพทย์จะประเมินจากประวัติ Growth Chart การตรวจร่างกาย และอาจตรวจ Bone Age หรือฮอร์โมนเพิ่มเติมเมื่อมีข้อบ่งชี้

7 วิธีลดการสัมผัสสารจากพลาสติกในชีวิตประจำวัน

1. เลือกของเล่นให้ได้มาตรฐาน

หลีกเลี่ยงของเล่นที่ไม่ทราบผู้ผลิต ไม่มีฉลาก หรือวัสดุเสื่อมสภาพง่าย

2. ของที่เข้าปากต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

เช่น จุกนม ของเล่นกัดเล่น และอุปกรณ์สำหรับทารก ควรเลือกจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้และใช้ตามช่วงอายุที่ระบุ

3. ไม่ใช้ภาชนะพลาสติกผิดประเภท

ไม่ควรนำกล่องที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับอาหารหรือความร้อนมาใส่อาหารร้อน

4. ลดการให้ความร้อนกับพลาสติกโดยไม่จำเป็น

หากไม่แน่ใจว่าภาชนะรองรับไมโครเวฟหรือไม่ ให้ย้ายอาหารไปใส่แก้วหรือเซรามิกก่อน

5. เปลี่ยนของที่เสื่อมสภาพ

พลาสติกที่แตก เป็นรอยมาก บิดงอ หรือเหนียวผิดปกติควรเปลี่ยน

6. ล้างมือและลดฝุ่นในบ้าน

สารเคมีจากผลิตภัณฑ์หลายชนิดสามารถสะสมในฝุ่นได้ การทำความสะอาดและล้างมือจึงช่วยลดการสัมผัสโดยไม่จำเป็น

7. อย่าให้ความกังวลกลายเป็นความกลัว

การลด Exposure ไม่จำเป็นต้องทำให้เด็กใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ “ปลอดพลาสติก 100%”

เป้าหมายคือ ลดการสัมผัสที่ป้องกันได้ โดยไม่สร้างภาระหรือความวิตกกังวลเกินจำเป็น

สรุป: Phthalates ควรรู้จัก แต่ไม่จำเป็นต้องกลัวพลาสติกทุกชนิด

หากถามว่า Phthalates คืออะไร

คำตอบคือ Phthalates เป็นกลุ่มสารเคมีที่ถูกใช้เพื่อเพิ่มความนิ่มและความยืดหยุ่นให้กับพลาสติกบางประเภท โดยเฉพาะ PVC และสารบางชนิดในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติที่ได้รับการศึกษาในฐานะ สารรบกวนฮอร์โมน

เด็กเป็นกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ เพราะมีพฤติกรรมการสัมผัสสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากผู้ใหญ่ เช่น การกัดหรืออมของเล่น และการสัมผัสพื้นหรือฝุ่น

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่า

“พลาสติกทุกชนิดอันตราย”

หรือ

“สัมผัส Phthalates แล้วฮอร์โมนผิดปกติทันที”

สิ่งที่พ่อแม่ทำได้คือเลือกของเล่นและภาชนะจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ใช้ผลิตภัณฑ์ให้ถูกประเภท หลีกเลี่ยงการให้ความร้อนกับพลาสติกที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับความร้อน และเลือกแก้วหรือสแตนเลสในสถานการณ์ที่เหมาะสม

เพราะการดูแลสิ่งแวดล้อมของเด็กไม่จำเป็นต้องเกิดจากความกลัว แต่ควรเกิดจาก การรู้ว่าอะไรลดได้ แล้วลดอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Phthalates และสารรบกวนฮอร์โมน

Phthalates คืออะไร?

Phthalates คือกลุ่มสารเคมีที่มักใช้เป็น Plasticizer เพื่อเพิ่มความนิ่มและความยืดหยุ่นให้กับพลาสติกบางชนิด โดยเฉพาะ PVC หรือ Vinyl และ Phthalates บางชนิดได้รับการศึกษาเรื่องการรบกวนระบบฮอร์โมน

Phthalates พบในของเล่นเด็กไหม?

สามารถพบได้ในพลาสติกนิ่มบางประเภท แต่หลายประเทศมีการจำกัด Phthalates บางชนิดในของเล่นและผลิตภัณฑ์เด็กแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและมีแหล่งผลิตชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงได้

Phthalate-Free หมายความว่าปลอดภัย 100% หรือไม่?

ไม่จำเป็น คำว่า Phthalate-Free หมายถึงหลีกเลี่ยงสารกลุ่ม Phthalates ตามมาตรฐานหรือคำกล่าวอ้างของผลิตภัณฑ์ แต่ยังต้องพิจารณามาตรฐาน วัสดุอื่น และวิธีใช้งานร่วมด้วย

BPA-Free กับ Phthalate-Free เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน BPA และ Phthalates เป็นสารคนละกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า BPA-Free จึงไม่ได้หมายความว่า Phthalate-Free โดยอัตโนมัติ

ภาชนะอาหารแบบไหนเหมาะกับอาหารร้อน?

สามารถเลือกแก้ว สแตนเลส หรือเซรามิกที่เหมาะสำหรับอาหาร ส่วนภาชนะพลาสติกควรใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับอาหารและรองรับอุณหภูมิที่ต้องการ

Phthalates ทำให้เด็กเป็นสาวก่อนวัยจริงไหม?

มีงานวิจัยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสารรบกวนฮอร์โมนบางชนิด รวมถึง Phthalates กับช่วงเวลาการเข้าสู่วัยรุ่น แต่หลักฐานในมนุษย์ยังไม่สม่ำเสมอเพียงพอที่จะสรุปว่า Phthalates เป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะเป็นสาวก่อนวัยในเด็กทุกคน

ต้องตรวจ Phthalates ในเลือดของลูกไหม?

โดยทั่วไปไม่ได้มีการตรวจ Phthalates เป็น Routine ในเด็กทั่วไป หากเด็กมีปัญหาการเจริญเติบโตหรือเข้าสู่วัยรุ่นผิดปกติ ควรให้แพทย์ประเมินจากอาการ Growth Chart และการตรวจที่เหมาะสมกับภาวะนั้น

SALE
Price range: ฿10,900 through ฿77,900
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก