คำตอบของผู้ที่ต้องการบำรุงสมอง มีความเครียด นอนไม่หลับ มีอารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียว มีภาวะซึมเศร้า หรือต้องการป้องกันตนเองจาก โรคอัลไซเมอร์ และโรคสมองเสื่อม

เริ่มต้นจาก ความเครียด จากการใช้ชีวิตในแต่ละวันที่ทำให้เกิด

ภาวะสมองเหนื่อยล้า”
(Brain Fatigue) 

ภาวะสมองเหนื่อยล้านี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ เช่น

  • โรคไขมันสูง
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหัวใจ
  • โรคมะเร็ง
  • โรคซึมเศร้า
  • โรคอัลไซเมอร์
  • โรคพาร์กินสัน

เราสามารถสังเกตอาการเหนื่อยล้าของสมองได้ หากมีอาการต่อไปนี้มากกว่า 2 ข้อ อาจเป็นข้อบ่งชี้ว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการสมองเหนื่อยล้าได้

  • ลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึก นอนไม่ค่อยหลับ
  • ไม่รู้สึกว่าอาหารมีความอร่อย ไม่อยากอาหาร
  • ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรแต่ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า
  • หงุดหงิดบ่อยครั้ง
  • มีความเครียด กังวล ไม่มีเรี่ยวแรง
  • ลืมนัดหมายสำคัญ
  • ปวดท้อง ท้องผูก
  • มีสิว มีอาการภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ งูสวัด
  • จิตใจหดหู่ ไม่มีความหวัง

จากการวิจัยพบว่า “อัลไซเมอร์” เกิดได้จาก

  • อายุ
  • กรรมพันธุ์
  • การอักเสบของสมอง
  • การติดเชื้อหวัด หรือการที่มีสารต่างๆเข้าไปในร่างกาย
  • และ ความเครียด” ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดอาการสมองเสื่อมได้

“ความเครียด” ทำให้ฮอร์โมนต่อต้านโรคอัลไซเมอร์อ่อนแอลง และทำให้สมองเกิดความเหนื่อยล้า ซึ่งความชุกของโรคอัลไซเมอร์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความผิดปกติของระบบประสาทนี้เกิดจากการสะสมของคราบโปรตีนที่ชื่อว่า เบต้าอะมีลอยด์ (β-Amyloid)

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease: AD)

เป็นหนึ่งในรูปแบบของภาวะสมองเสื่อม(Dementia) ที่รักษาไม่หาย และพบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มคนสูงอายุ คิดเป็นร้อยละ 60-80 ของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทั้งหมด

(Source: Alzheimer’s Disease International)

  • ในปี 2558 พบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ประมาณ 6 แสนคน​
  • โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 100,000 รายต่อปี​
  • คาดการณ์ว่าในปี 2573 จะมีผู้สูงอายุป่วยเป็นอัลไซเมอร์เพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,177,000 คน​
  • โดยผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนในการเป็นโรคนี้ประมาณร้อยละ 5 -8
  • และเมื่อมีอายุ 80 ปี สัดส่วนของการเป็นโรคอัลไซเมอร์สูงถึงร้อยละ 50

นายแพทย์ทาเคฮิโกะ ฟูจิโนะ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งมหาวิทยาลัยคิวชู

1.BOOCS (BRAIN ORIENTED ONESELF CARE SYSTEM)

เป็นนวัตกรรมใหม่จากประเทศญี่ปุ่นเพื่อการบำบัดความเหนื่อยล้าของสมอง (Brain Fatigue) และฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมอง ช่วยแนะนำวิธีการผ่อนคลายความเครียด การป้องกันก่อนการเกิดโรคอัลไซเมอร์ รวมถึงการรักษาเมื่อเกิดโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งนวัตกรรมนี้ได้มีการวิจัยมาอย่างยาวนานกว่า 18 ปี

BOOCS Medical Group เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งและค้นคว้าวิจัยโดยนายแพทย์ทาเคฮิโกะ ฟูจิโนะ ศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งมหาวิทยาลัยคิวชู และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

2.พลาสมาโลเจน (Plasmalogen Supplement) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดจากหอยเชลล์ญี่ปุ่น

พลาสมาโลเจน (Plasmalogen) เป็นสารที่พบเห็นโดยทั่วไปในโครงสร้างของสัตว์ต่างๆ และจะพบมากในเซลล์ประสาทสมองของมนุษย์ มีบทบาทสำคัญในกระบวนการสื่อสารของเซลล์และป้องกันการอักเสบ จากการศึกษาพบว่าระดับพลาสมาโลเจนที่ลดลงนั้นสัมพันธ์กับการเสื่อมของระบบการรับรู้ เกิดความเหนื่อยล้าของสมอง และก่อให้เกิดโรคต่างๆ อาทิเช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และโรคซึมเศร้า  เป็นต้น รวมไปถึงปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้น การอักเสบของสมอง การติดเชื้อหวัด และ/หรือ ความเครียด ล้วนส่งผลให้ระดับพลาสมาโลเจนในร่างกายลดลง

ผลการศึกษาในคนยืนยันว่าการบำบัดด้วยการเพิ่มระดับของพลาสมาโลเจน ช่วยให้อาการของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ดีขึ้นถึง 52%ในผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองเสื่อมระดับกลาง(Moderated Cognitive impairment) หลังจากให้ผู้ป่วยรับประทานพลาสมาโลเจนวันละ 2 เม็ดติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน

ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่การรักษาในโลกปัจจุบันนี้มีอยู่อย่างจำกัด พลาสมาโลเจนเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยผู้ที่มีอาการทางสมองเสื่อมแล้วมีอาการดีขึ้นจากการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น และอาจจะช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้ที่ยังไม่มีอาการแต่ใช้สมองในการทำงานอย่างหนักหรือมีภาวะความเครียดร่วมด้วย

พลาสมาโลเจน PLASMALOGEN และ การประเมินภาวะสมองเสื่อม 2 ครั้ง

฿14,000

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลาสมาโลเจนจากหอยเชลล์
สำหรับผู้กังวลเรื่อง อัลไซเมอร์และภาวะสมอง

  • ซื้อ 4 กล่อง รับฟรี การประเมินภาวะสมองเสื่อม 2 ครั้ง
    (แอดไลน์ @MBRACE  http://nav.cx/cUtztpg เพื่อทำนัดหมาย)
  • อย.เลขที่ 10-3-34160-5-0001 / 1 กล่องมี 60 แคปซูล
อ่านเพิ่ม
สอบถามกับเจ้าหน้าที่

ผลการวิจัยที่ ได้รับการตีพิมพ์ใน EBioMedicine 17 (2017) เผยให้เห็นประสิทธิภาพของ Plasmalogen 
CLICK ดูผลการวิจัย