วัคซีนไข้เลือดออก (Dengue vaccine)
การฉีดวัคซีนไข้เลือดออก: การฉีดวัคซันวิธีหนึ่งในการป้องกันไข้เลือดออก โดยวัคซีน ไข้เลือดออกจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสได้ และวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกรุ่นใหม่มี
วัคซีนไข้เลือดออก – ใครที่ควรฉีด
- เด็กตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ทุกช่วงอายุ
- ฉีดได้ทั้งผู้ที่เคยติดเชื้อ และไม่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อน
- ไม่จำเป็นต้องตรวจภูมิก่อนฉีดวัคซีน
- บุคคลที่อาศัยในพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้เลือดออก
- บุคคลที่มีการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด
- แนะนำให้คนที่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกแล้ว ให้รับวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่รุนแรงยิ่งขึ้นในครั้งถัดไป
วัคซีนไข้เลือดออก – ผลข้างเคียง
วัคซีนนี้มีความปลอดภัย ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนไข้เลือดออกส่วนใหญ่จะเป็นอาการที่ไม่รุนแรงและชั่วคราว เช่น ปวดหรือบวมที่จุดฉีด ไข้เล็กน้อย หรืออาการเหนื่อยล้า ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นภายในหนึ่งหรือสองวัน
วัคซีนไข้เลือดออก – ข้อควรระวัง
- หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนนี้ในสตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ในผู้ที่หายจากไข้เลือดออกแล้ว แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนมารับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก เนื่องจากหลังจากติดเชื้อร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคซึ่งจะลดน้อยลงตามเวลาผ่านไป การฉีดวัคซีนในช่วงที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคสูง อาจลดประสิทธิภาพของวัคซีนได้
วัคซีนไข้เลือดออก ที่ BNH Hospital
- เป็นวัคซีนรุ่นใหม่
- ฉีดเพียง 2 เข็ม (ห่างกัน 3 เดือน)
- ฉีดได้ตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป
- ฉีดได้แม้จะไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน
- ป้องกันการติดเชื้อไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ ได้ถึง 80.2%
- ลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและความรุนแรงของโรคได้ถึง 90.4%
โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)
โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) คือ โรคติดเชื้อไวรัสที่ถ่ายทอดผ่านการกัดของยุงลาย (Aedes) ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกีและเป็นสาเหตุของโรคระบาดในระดับโลก โดยเฉพาะในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศเป็นเขตร้อนและชื้น อย่างประเทศไทย เป็นต้น
ในประเทศไทย ไข้เลือดออกเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่มีอัตราการระบาดสูง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน การระบาดของโรคนี้สามารถเกิดขึ้นทั้งในพื้นที่ชนบทและในเมือง และมีผลกระทบต่อทุกช่วงอายุ รวมถึงเด็กและผู้ใหญ่
อาการ ไข้เลือดออก
ไข้เลือดออกมีอาการหลากหลายระดับ เป็นโรคที่สามารถนำไปสู่อาการที่รุนแรงและเป็นอันตรายถ้าไม่ได้รับการรักษาทันทีและถูกต้อง อาการไข้เลือดออกในผู้ใหญ่และอาการไข้เลือดออกในเด็กไม่ได้ต่างกัน แต่อาการจะแตกต่างไปตามระดับความรุนแรงและสถานะสุขภาพของผู้ป่วย โดยทั่วไปอาการที่พบได้มีดังนี้:
อาการ ไข้เลือดออก ระยะ แรก:
- ไข้สูง: ไข้ขึ้นอย่างเฉียบพลันและสูงมาก
- ปวดศีรษะ: ศีรษะรู้สึกหนักและปวด
- อ่อนเพลีย: ความรู้สึกของความอ่อนเพลียและไม่มีพลังงาน
- เจ็บ ตาแดง: ตาแดงและรู้สึกเจ็บ
- ปวดเมื่อยข้อและกล้ามเนื้อ: ข้อและกล้ามเนื้อมีอาการปวดและรู้สึกเหนื่อย
- ผื่น: ผื่นขึ้นบนผิวหนัง โดยเฉพาะที่แขนและขา
อาการ ไข้เลือดออก ระยะที่เป็นอันตราย:
- ไข้ลดลง: หลังจาก 3-7 วัน ไข้จะลดลง แต่อาจมีอาการอื่นที่รุนแรงขึ้น
- อาการเลือดออก: อาจมีเลือดออกจากจมูก เยื่อเมือก ผิวหนัง หรือเลือดออกภายใน
- ลดลงของความดันโลหิต: ความดันโลหิตต่ำลงอย่างรวดเร็ว อาจนำไปสู่ช็อก
- อาการทางกระเพาะและลำไส้: อาการอาเจียนและท้องเสีย
- การทำงานของอวัยวะสำคัญลดลง: อาจมีปัญหาในการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น ไต หัวใจ และตับ
การรักษา โรคไข้เลือดออก
- ยังไม่มียาที่สามารถรักษาไข้เลือดออกโดยตรง การรักษามักเน้นที่การบรรเทาอาการและอาจรวมถึงการให้น้ำและอิเล็กโทรไลท์ผ่านทางหลอดเลือด
- ในกรณีที่รุนแรง การรักษาอาจต้องใช้การให้น้ำและอิเล็กโทรไลท์ในปริมาณมาก และอาจต้องใช้การรักษาเพิ่มเติมเช่น การถ่ายเลือด
English
简体中文



