
Key Takeaways (สรุปประเด็นสำคัญ)
รู้ผลไว มั่นใจได้: ทราบผลการทดสอบภูมิแพ้สัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำภายในเวลาเพียง 15-20 นาที ในวันที่เข้ารับการตรวจ
มาตรฐานการแพทย์ระดับสากล: เป็นวิธีคัดกรอง (Skin Prick Test) ที่ปลอดภัย เจ็บน้อย สามารถหาสาเหตุจากโปรตีนในขน รังแค หรือน้ำลายของสุนัขและแมวได้อย่างตรงจุด
วินิจฉัยครอบคลุม: สามารถทำการทดสอบสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ ที่มักพบร่วมกัน เช่น ไรฝุ่น หรือละอองเกสรดอกไม้ ได้ในคราวเดียวกัน
การเตรียมตัวที่สำคัญ: เพื่อให้ผลลัพธ์เที่ยงตรง ผู้รับบริการจำเป็นต้องงดยาแก้แพ้ (Antihistamines) อย่างน้อย 5-7 วันก่อนเข้ารับการตรวจ
แพ้ขนแมว ขนสุนัขเกิดจากอะไร
อาการแพ้สัตว์เลี้ยงเป็นอย่างไร
- หายใจไม่สะดวก
- ไอ จาม คัดจมูก
- มีน้ำมูก น้ำมูกไหล
- น้ำตาไหล ตาแดง คันตา
- มีอาการเจ็บปวดบริเวณใบหน้า
- ใต้ตาช้ำบวม
- คันบริเวณริมฝีปาก จมูก และลำคอ
- มีเสมหะในลำคอ
อาจมีอาการรุนแรงทางผิวหนังร่วมด้วย โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ เช่น มีอาการคัน กลาก ลมพิษ ตุ่มขึ้น ผื่นขึ้น
จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณแพ้สัตว์เลี้ยง?
ใครควรตรวจภูมิแพ้
ตรวจได้มากกว่าแพ้ขนสัตว์
ขั้นตอนทดสอบด้วยวิธี Skin Prick Test
- ทำความสะอาดผัวหนังบริเวณที่จะตรวจสะกิดด้วยแอลกอฮอล์ (ท้องแขนหรือแผ่นหลังส่วนบน)
- แพทย์กำหนดจุดทดสอบสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิด
- หยดน้ำยาทดสอบแต่ละชนิดลงตามตำแหน่งจุดทดสอบที่กำหนด
- จากนั้นใช้ปลายเข็ม สะกิดผิวหนังชั้นกำพร้าเบา ๆ จนครบทุกจุด
- ระหว่างรอทำปฏิกริยา ใน รอ15-20 นาทีเพื่อสังเกตปฏิกิริยาที่ผิวหนัง
- แพทย์อ่านค่าที่ได้ พร้อมให้คำแนะนำสำหรับคนไข้
คืนความสุขให้คนรักสัตว์ ด้วยการวินิจฉัยอย่างตรงจุด
อาการจาม คัดจมูก น้ำตาไหล หรือมีผื่นคันทุกครั้งที่เล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคภูมิแพ้สัตว์เลี้ยง (Pet Allergy) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีปฏิกิริยาไวต่อโปรตีนที่พบในรังแค น้ำลาย หรือปัสสาวะของสัตว์ ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เราเข้าใจถึงความผูกพันระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยง และพร้อมดูแลคุณด้วยความเชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ทำไม Skin Prick Test จึงเป็น “มาตรฐาน” ในการตรวจภูมิแพ้?
การทดสอบด้วยวิธีสะกิดผิวหนัง ถือเป็นมาตรฐานที่แพทย์โรคภูมิแพ้ทั่วโลกให้การยอมรับ เนื่องจากมีขั้นตอนที่ง่าย ปลอดภัย และเจ็บน้อยมาก โดยมีกระบวนการดังนี้:
ทำความสะอาดและทดสอบ: แพทย์จะทำความสะอาดผิวหนังบริเวณท้องแขน จากนั้นหยดน้ำยาสกัดสารก่อภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยงลงไป
สะกิดผิวเบาๆ: ใช้ปลายเข็มขนาดเล็กสะกิดผิวหนังชั้นบนเบาๆ เพื่อให้น้ำยาซึมลงไป (ไม่มีการเจาะเลือดหรือแทงทะลุเส้นเลือด)
อ่านผลรวดเร็ว: หากร่างกายมีปฏิกิริยาแพ้ จะปรากฏรอยนูนแดงและรู้สึกคันคล้ายถูกยุงกัด ภายในเวลาเพียง 15-20 นาที
หากคุณมีข้อจำกัดด้านผิวหนัง มีผื่นอักเสบรุนแรง หรือไม่สามารถหยุดรับประทานยาแก้แพ้ได้ตามกำหนด ทีมแพทย์เฉพาะทางอาจให้คำแนะนำในการเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกอื่น เช่น โปรแกรมตรวจภูมิแพ้เชิงลึกระดับโมเลกุล (https://mbrace.bnhhospital.com/product/alex2-allergy-explorer/) ผ่านการเจาะเลือด เพื่อให้การวินิจฉัยเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
รักษาได้ด้วยวัคซีนภูมิแพ้
การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
Immunotherapy หรือ การรักษาโดยภูมิคุ้มกันบำบัดต่อสารก่อภูมิแพ้ คือการให้สารที่ผลิตจากสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยค่อยๆ สร้างภูมิต้านทาน (Tolerance) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ ปัจจุบันในประเทศไทยมีสองวิธี คือ การฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (subcutaneous immunotherapy, SCIT) และการอมใต้ลิ้น (sublingual immunotherapy, SLIT)
การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้ มีประสิทธิภาพเท่าใดและผลอยู่นานแค่ไหน
วัคซีนภูมิแพ้สามารถช่วยลดอาการแพ้และการใช้ยาที่ใช้ควบคุมโรค ป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้อื่นๆใหม่ และ ป้องกันการพัฒนาจากโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบไปเป็นหอบหืดได้
นอกจากนี้ผลการศึกษาติดตามผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนในช่วงเวลา 10 ปี ยังพบผลการป้องกันการเกิดโรคหอบหืดได้ 2-3 เท่าหลังการฉีด ลดอาการหรือการใช้ยาจากโรคภูมิแพ้ได้ ประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนสัมพันธ์กับระยะเวลาที่ฉีด
สำหรับวัคซีนชนิดอมใต้ลิ้นไรฝุ่น พบว่าสามารถลดอาการและการใช้ยาได้และลดการเกิดโรคหอบหืดกำเริบในช่วงลดยาพ่นสเตียรอยด์ และยังสามารถลดปริมาณการใช้ยาพ่นสเตียรอยด์ได้
FAQ
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็น
- ภาวะภูมิแพ้
- โรคภูมิแพ้ทางตา
- ระบบทางเดินหายใจ
- ผื่นผิวหนัง
- แพ้อาหาร
- หอบหืด
- ไซนัสอักเสบ
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความรู้ความเข้าใจ ตั้งแต่แนวทางการรักษา พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามารับการปรึกษา อันเป็นเป้าหมายของการรักษาอย่างแท้จริง การันตีด้วยชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติของ BAAC
- ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยาของ BAAC เป็นแพทย์ผู้ที่มีประสบการณ์สูง มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วย ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ รวมถึงโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งครอบคลุมทั้งเด็กและผู้ใหญ่
- เรามีที่พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ของ BAAC ที่ได้ผ่านการฝึกอบรมทางด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะ จนเชี่ยวชาญ
- ที่ BAAC เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลผู้ป่วย สู่ความเป็นเลิศในการดูแลผู้ป่วยหอบหืดและภูมิแพ้อย่างแท้จริง

English
简体中文










