ส่วนประกอบที่สำคัญ (Active Ingredient)
- Vitamin K2 (Menaquinone-7) = 13 mg./มก. หรือเทียบเท่ากับปริมาณ
สารสำคัญ 26 mcg - Vitamin D3 (Cholecalciferol) = 2 mg./มก. หรือเท่ากับ 200 IU

แนะนำให้ทานต่อเนื่องติดกันอย่างน้อย 3 เดือน
- เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
- รับประทานวันละ 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า
- 1 กระปุกมี 30 เม็ด รับประทานได้ 1 เดือน
วิตามิน D และวิตามิน K: คู่หูที่ส่งเสริมสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด
วิตามินดีและวิตามินเค เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุขภาพร่างกายหลายประการ รวมถึงสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด

วิตามิน D: สารอาหารสำคัญสำหรับสุขภาพกระดูก
วิตามินดีจำเป็นสำหรับการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าสู่ร่างกาย
ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูกที่แข็งแรง วิตามินดียังช่วยควบคุมการอักเสบและการทำงานของเซลล์กระดูก

วิตามิน K: สารอาหารสำคัญสำหรับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
วิตามินเคจำเป็นสำหรับการแข็งตัวของเลือด
ซึ่งช่วยป้องกันเลือดออกมากเกินไป วิตามินเคยังช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส และควบคุมการอักเสบ
วิตามินเคมีอยู่หลายชนิด แต่ชนิดที่มีความสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือดคือ วิตามินเค1 (phylloquinone) และวิตามินเค2 (menaquinone)
วิตามิน K1
พบได้ในผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักโขม บรอกโคลี และผักกาดหอม
วิตามิน K2
พบได้ในอาหารหมักดอง เช่น เนยแข็ง โยเกิร์ต และซาวร์ครัช
การศึกษาพบว่าวิตามินเคมีความสัมพันธ์เชิงลบกับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง
ตัวอย่างเช่น การศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ชายที่รับประทานวิตามินเคเสริมมีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองลดลง 24% เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ไม่ได้รับประทานวิตามินเคเสริม
วิตามิน D และ วิตามิน K ทำงานร่วมกันได้อย่างไร
วิตามินดีและวิตามินเคทำงานร่วมกันในหลาย ๆ ด้านเพื่อส่งเสริมสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด ตัวอย่างเช่น
วิตามินดีช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์กระดูก โดยช่วยควบคุมการเจริญเติบโตและการสลายตัวของกระดูก
วิตามินดีช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกใหม่และยับยั้งการสลายตัวของกระดูกเก่า โดยทำงานร่วมกับโปรตีนบางชนิด เช่น โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระดูก (bone morphogenetic protein) และวิตามินเค
วิตามินเค ช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูก โดยช่วยกระตุ้นการทำงานของโปรตีนบางชนิดที่จับกับแคลเซียม
วิตามินเคช่วยกระตุ้นการทำงานของโปรตีนที่เรียกว่า osteocalcin ซึ่งทำหน้าที่จับกับแคลเซียมในกระดูก
วิตามินดีและวิตามินเค ร่วมกันช่วยควบคุมการอักเสบที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกระดูก และหัวใจและหลอดเลือด
การอักเสบเรื้อรังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด โดยอาจทำให้กระดูกเปราะบางและเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด วิตามินดีและวิตามินเคช่วยควบคุมการอักเสบได้ โดยทำงานร่วมกับโปรตีนบางชนิด เช่น โปรตีนต้านการอักเสบ (anti-inflammatory protein)
English
简体中文













