รู้หรือไม่ สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง

สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง

อย่างที่รู้กันว่าคนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีน้ำตาลมากขึ้น เนื่องจากนำ้ตาลเป็นสาเหตุหลักของโรคที่จะตามมามากมาย  สารให้ความหวาน จึงเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้ที่ทุกคนจะหันมาบริโภคและแน่นอนว่า สารให้ความหวาน จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญสำหรับกลุ่มคนที่รักสุขภาพ

แต่รู้หรือไม่ว่า สารให้ความหวานนั้น เมื่อบริโภคมากจนเกินไปมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้

ที่นิยมใช้เพิ่มความหวานให้กับอาหารและเครื่องดื่มแทนน้ำตาล กันอย่างแพร่หลาย มีทั้งแบบให้พลังงานและไม่ให้พลังงาน โดยนิยมใช้ในผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลและพลังงาน อย่าง ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดสารให้ความหวานอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อมะเร็งได้ รวมถึงหน่วยงานวิจัยโรคมะเร็งของ WHO ได้จัดให้

Aspartame อยู่ในกลุ่ม 2B คือ “สารที่อาจก่อมะเร็งในมนุษย์” ซึ่ง Aspartame นับว่าเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มีรสชาติใกล้เคียงน้ำตาลทรายมากที่สุด จึงเป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีความหวานประมาณ 200-300 เท่าของน้ำตาลทรายในปริมาณเดียวกัน

งานวิจัยใน PLOS Medicine

ได้เปิดเผยว่า คนที่บริโภคสารให้ความหวานในปริมาณที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย อาจนำไปสู่ความเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น ไม่ต่างจากการบริโภคน้ำตาล

งานวิจัยดังกล่าวเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลการกินอาหารจากผู้ใหญ่ชาวฝรั่งเศส จำนวน 102,865 คน ในระยะเวลากว่า 8 ปี ก่อนนำไปเปรียบเทียบกับอัตราการเกิดมะเร็งของกลุ่มคนเหล่านั้น ซึ่งนักวิจัยพบว่าคนที่บริโภคสารให้ความหวานทดแทนในปริมาณมากมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่าคนที่ไม่บริโภค เฉลี่ยถึง 13 %

สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง

โดยเฉพาะสารให้ความหวานอย่าง Aspartame หรือ Acesulfame K  ที่หากบริโภคสูงเกินกว่าค่าเฉลี่ย จะได้รับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งโดยรวมเพิ่มขึ้น 15 %  และความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นถึง 22 % แต่ถึงอย่างไรงานวิจัยชิ้นนี้ก็ไม่ได้ให้หลักฐานแน่ชัดถึงสาเหตุโดยตรง  เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่พุ่งสูงขึ้นเสียมากกว่า

Dr. Donald Hensrud แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวานและโภชนาการจาก Mayo Clinic กล่าวว่า

ความเสี่ยงจากการบริโภค aspartame นั้นต่ำมาก

จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่มี พบว่าปริมาณ Aspartame ที่คนทั่วไปบริโภคในแต่ละวันนั้นต่ำกว่าระดับที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ

ถ้าหากใครมีความกังวลก็มีสารให้ความหวานอื่นๆ อย่างเช่น Sucralose หรือ Stevioside ที่สามารถใช้แทนได้

แต่ถึงอย่างไรทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่ควรบริโภคสารให้ความหวานในระดับมากจนเกินไป

ควรบริโภคสารเหล่านี้ในปริมาณที่กำหนดซึ่งขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและจำนวนการบริโภค โดยสภากาชาดไทย ได้แนะนำการบริโภคน้ำตาล รวมถึงสารให้ความหวานแทนน้ำตาลว่า ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เพราะถึงแม้เป็นสารให้ความหวานจะปลอดภัย แต่ก็มีความเสี่ยงเมื่อมีการบริโภคในปริมาณที่มาก

อยากแนะนำว่าให้หมั่นตรวจสุขภาพเบื้องต้นกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายแรงใน อนาคต ซึ่งทางโรงพยาบาล บีเอ็นเอช ก็มีแผนกมะเร็งในการดูแลรักษาเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม , มะเร็งลำไส้ใหญ่ , มะเร็งปอด ฯลฯก โดยมีความบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญโดยเฉพาะ ในการให้คำปรึกษาวินิจฉัยไปจนถึงการรักษาที่เหมาะสมตามอาการของโรคนั้นๆ

สุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใครๆก็สามารถเข้าถึงสุขภาพที่ดีได้ อยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต

อ้างอิง

  1. newsnetwork.mayoclinic.org/discussion/mayo-clinic-expert-weighs-in-on-who-labeling-aspartame-sweetener-as-low-but-possible-cancer-risk/

Personalized Vitamin

วิตามินเฉพาะบุคคล
เหมาจ่าย
2,800 บาท/เดือน

รายละเอียดเพิ่มเติม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก