วิธีลดอาการอ่อนเพลีย ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรงระหว่างวัน

ความเหนื่อยล้าเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกาย วิถีชีวิตในแต่ละวันก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน คุณสามารถลองใช้ 5 เคล็ดลับต่อไปนี้ เพื่อลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรงระหว่างวันเพื่อแก่ไขและฟื้นฟูอาการอ่อนเพลียของคุณให้กระฉับกระเฉง เพิ่มพลังในแต่ละวันของคุณได้

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญปัญหาจากความอ่อนเพลียซึ่งไม่มีท่าที่จะดีขึ้นแม้จะนอนหลับพักผ่อนเพียงพอแล้ว คุณอาจมีอาการป่วยแฝงอยู่ในอาการเหนื่อยล้า เราขอแนะนำให้คุณปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

1. เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ

แม้ว่าเวลาที่ผู้คนเหนื่อย การออกกำลังกายจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คนเรานึกถึง แต่จากการศึกษางานวิจัย ได้แสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายช่วยทำให้รู้สึกตื่นตัว ลดความง่วงนอน อ่อนล้าได้
ไม่จำเป็นจะต้องเป็นการออกกำลังกายที่หนัก เพียงคุณหาเวลาหยุดพักและลุกจากโต๊ะทำงานชั่วโมงละครั้งเพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว เช่น ขึ้นลงบันไดแทนใช้ลิฟต์ เดินไปเติมน้ำหรือชงชา กาแฟ หรือเพียงแค่ยืดเส้นยืดสายที่โต๊ะทำงานของคุณ
เพราะการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในทุกวันจะช่วยให้คุณต่อสู้กับความเหนื่อยล้าได้ในระยะยาว

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญปัญหาจากความอ่อนเพลียซึ่งไม่มีท่าที่จะดีขึ้นแม้จะนอนหลับพักผ่อนเพียงพอแล้ว คุณอาจมีอาการป่วยแฝงอยู่ในอาการเหนื่อยล้า เราขอแนะนำให้คุณปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

2. ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ

ภาวะขาดน้ำมีบทบาทอย่างมากที่ทำให้คนเรารู้สึกไม่มีแรง อ่อนเพลีย จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการขาดน้ำทำให้ความตื่นตัวและสมาธิลดลง

โดยทั่วไปแล้วจะแนะนำให้ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับ 2 ลิตร ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถปรับเปลี่ยนปริมาณการดื่มน้ำต่อวันให้เทียบเท่ากับ 2 ลิตรได้ในทันที ดังนั้นสามารถเริ่มจากก้าวเล็กๆเช่น ดื่มน้ำเมื่อคุณเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าหรือหมดแรง

3. กินถี่ขึ้น โดยแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยเล็กๆระหว่างวัน

การกินถี่ขึ้น สำหรับบุคคลบางกลุ่ม อาจได้รับประโยชน์จากการรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ บ่อยขึ้นในระหว่างวัน เนื่องจาก สามารถช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณคงที่ ทำให้คุณรู้สึกมีแรงหรือพลังงานได้

การมีของว่าง/อาหารมื้อเล็กๆ ทุกๆ 2 ชั่วโมงนั้นดีต่อสุขภาพหากเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผักและผลไม้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสีเป็นยาบำรุงที่ดีสำหรับร่างกายอ่อนเพลีย

4. เข้านอนเร็ว

การอดนอนถือเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หรือง่วงนอน ระหว่างวัน แต่ละช่วงวัยนั้นมีจำนวนชั่วโมงที่ควรใช้สำหรับการนอนหลับพักผ่อนแตกต่างกัน ซึ่งผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องการการนอนหลับโดยเฉลี่ย 7 – 9 ชั่วโมงเพื่อให้รู้สึกพักผ่อนเพียงพอ

นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่คุณใช้สำหรับนอนหลับอยู่เป็นประจำยังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่สดชื่นและพักผ่อนอย่างเต็มที่หลักตื่นนอนอีกด้วย โดยสิ่งนี้เรียกว่า “นาฬิกาชีวิต” ร่างกายของคุณจะเคยชินกับตารางการนอน ดังนั้นหากคุณเข้านอนและตื่นในเวลาที่แตกต่างกันตลอดทั้งสัปดาห์ก็จะรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น ดังนั้นจึงควรที่จะเข้านอนในเวลาเดิมทุกครั้ง

วิธีเพิ่มความสดชื่นในเวลาเร่งด่วน หากคุณนอนหลับไม่เต็มอิ่มก่อนเริ่มงาน ลองงีบหลับสัก 10 นาทีในช่วงพักกลางวันเพื่อช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่สมอง อย่างไรก็ตามไม่ควรงีบเกิน 30 นาทีเพราะอาจมีปัญหาในการนอนในคืนนั้นเอาได้

5. คลายเครียด

การอดนอนถือเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หรือง่วงนอน ระหว่างวัน แต่ละช่วงวัยนั้นมีจำนวนชั่วโมงที่ควรใช้สำหรับการนอนหลับพักผ่อนแตกต่างกัน ซึ่งผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องการการนอนหลับโดยเฉลี่ย 7 – 9 ชั่วโมงเพื่อให้รู้สึกพักผ่อนเพียงพอ

นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่คุณใช้สำหรับนอนหลับอยู่เป็นประจำยังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่สดชื่นและพักผ่อนอย่างเต็มที่หลักตื่นนอนอีกด้วย โดยสิ่งนี้เรียกว่า “นาฬิกาชีวิต” ร่างกายของคุณจะเคยชินกับตารางการนอน ดังนั้นหากคุณเข้านอนและตื่นในเวลาที่แตกต่างกันตลอดทั้งสัปดาห์ก็จะรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น ดังนั้นจึงควรที่จะเข้านอนในเวลาเดิมทุกครั้ง

วิธีเพิ่มความสดชื่นในเวลาเร่งด่วน หากคุณนอนหลับไม่เต็มอิ่มก่อนเริ่มงาน ลองงีบหลับสัก 10 นาทีในช่วงพักกลางวันเพื่อช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่สมอง อย่างไรก็ตามไม่ควรงีบเกิน 30 นาทีเพราะอาจมีปัญหาในการนอนในคืนนั้นเอาได้

ทำได้ไม่สม่ำเสมอ
ยังคงรู้สึกไม่มีแรงระหว่างวัน?
วิธีไหนเห็นผลเร็วที่สุด?

เนื่องจากชีวิตประจำที่เร่งรีบ อาจทำให้หลงลืมที่จะดูแลรักษาสุขภาพของตนเองได้ หากคุณต้องการตัวช่วยที่จะทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปล่า มีพลัง ไม่ง่วงหรือหมดแรง เหนื่อยล้าระหว่างวัน เราขอแนะนำการรับประทานอาหารเสริม ‘กระเทียมไข่แดง‘ จากประเทศญีุ่ปุ่น ซึ่งโด่งดังเรื่องเพิ่มพลัง

ตัวช่วยอาการอ่อนเพลีย สำหรับผู้มีเวลาจำกัด


“แตกต่างจากเครื่องดื่มชูกำลัง ตรงที่คือการดูแลสุขภาพระยะยาวเพื่อสุขภาพที่ดีและเพิ่มภูมิคุ้มกัน สามารถรับประทานเป็นประจำ ต่อเนื่องได้อย่างไร้กังวล”

ประเทศญี่ปุ่นนั้น มีประวัติยาวนานเกี่ยวกับการกินกระเทียมและไข่แดงเพื่อสุขภาพที่ดี โดยมากกว่า 150 ปีที่ทั้งกระเทียมและไข่แดงนั้นเป็นส่วนผสมของอาหารซึ่งซามูไรญี่ปุ่นในอดีตใช้เพื่อส่งเสริมพลังกายในการเดินเท้ากว่า 35 กิโลเมตรต่อวัน

แม้แต่ตอนนี้ ทั้ง ’กระเทียมและไข่แดง‘ ยังคงถือเป็นอาหารที่ชาวญี่ปุ่นนิยมทานเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของทั้งกระเทียมและไข่แดงในรูปแบบของแคปซูล จึงถูกคิดค้นขึ้น เพื่อนำภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวญี่ปุ่นนี้มาปรับเข้ากับยุคสมัยซึ่งผู้คนรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียมากขึ้นจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ

โดยรับประกันคุณภาพจากยอดขาย 46 ล้านซอง จากผู้บริโภค 1.92 ล้านคนในประเทศญี่ปุ่นและประวัติการขายที่ยาวนานมากว่า 20 ปี! 

บทความที่เกี่ยวข้อง

  1. กระเทียม ส่วนผสมชั้นยอดที่ชาวออฟฟิศและผู้สูงวัยไม่ควรมองข้าม!
  2. Shopee Page 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก