อาการบ้านหมุน

“ทันทีที่ลืมตาก็พบกับอาการบ้านหมุน ซึ่งมันหมุนอย่างแรงมาก ตอนนั้นตกใจมาก ความรู้สึกแรกคือ เอ๊ะ นี่แผ่นดินไหวหรือเกิดอะไรรึเปล่า …”

“นอนตะแคงแล้วบ้านหมุนแรงมากจนอาเจียนต้องแอทมิท บางทีเช็ดผมหลังสระเอียงคอก็หมุน กินยาอยู่หลายเดือน ไม่หาย ทรมานมากๆ”

“อาการเริ่มจาก เวียนหัวเล็กน้อยแต่มีอาการตลอดทั้งวัน เวลาเดินจะเดินไม่ตรงทาง คลายๆ คนเมาเลย เซตลอดทาง ปล่อยไว้เป็นเดือน จนวันนึงตื่นเช้ามาจะลุกจากเตียง รู้สึกเวียนหัวพอลุกยืน ทรงตัวไม่อยู่ล้มเลย ดีที่หัวไม่ฟาดขอบเตียง”

“อาการรุนแรงประมาณ 3 – 4 ปีเป็นครั้งนึง แต่เป็นแบบนิดหน่อยประปรายอยู่เรื่อยๆ  ตอนเป็นมากๆ  จะเวียนหัวมาก ลืมตาไม่ได้เลยเพราะทุกอย่างจะหมุนติ้วไปหมด บางครั้งรุนแรงมากขึ้นจนอาเจียน ต้องนอนทั้งวันแทบขยับตัวไม่ได้เลย”

“ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปหมด ทั้งๆตัวเราอยู่นิ่ง ครั้งแรก ตกใจกลัวมาก นอนนิ่งๆ ไม่ขยับตัวสักพัก ลองลุกขึ้นนั่ง ก็เป็นอีกลักษณะหมุนโคลงเคลงในหัว ปวดหัวมาก รู้สึกถึงนัยย์ตากระตุกตามภาพที่หมุนเลย เวียนหัวมาก พอพลิกไปทางซ้าย หนักเลยเหมือนจะตกเตียงกำขอบเตียง เหงื่อแตก ทั้งๆ ที่อากาศหนาว”

“ตอนที่เป็นกลัวมาก ถ้าไม่หายจะทำยังไง ใช้ชีวิตลำบากแน่ เดินไปไหนก็กลัว เกิดวืดล้มตึงไป“

“เป็นมาเกือบอาทิตย์แล้วไม่ดีขึ้นเลย หมอฉีดยาให้ ดีได้พักนึงก็เป็นใหม่”

อาการบ้านหมุนแบบนี้บางทีอาจดูไม่อันตราย สาเหตุอาจมาจากร่างกายอ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเป็นบ่อย มีอาการรุนแรง หรือ ระยะเวลาที่เป็นนานเกินไป อาจเรื้อรังก่อความรำคาญ หรือมีสาเหตุจากโรคอื่นที่แอบแฝงอยู่ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ที่ควรต้องระวังคือ การหกล้ม ศีรษะกระแทก หรือเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ดังนั้น การรักษาอาการบ้านหมุนที่ถูกต้อง จำเป็นที่จะต้องให้แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุของโรค หรือ ตรวจหาโรคที่แอบแฝงอยู่เพื่อรักษาอย่างทันท่วงที จึงช่วยให้สามารถหายขาดจากโรค ทั้งยังช่วยในการวางแผนป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำขึ้นอีกได้

BNH Hearing and Balance Clinic ศูนย์การฟังและการทรงตัว โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับโรคทางหูและการทรงตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบ้านหมุน แพทย์จะวิเคราห์ปัญหาและแนะแนวทางการดูแลรักษาอย่างตรงจุด เพื่อไม่ให้อาการบ้านหมุนเป็นปัญหารบกวนการใช้ชีวิตของคุณอีกต่อไป

ตอนนี้เป็นอะไรแปลกๆ ต้องไปหาหมอก่อนเลย โรคสมัยนี้น่ากลัวกว่าที่คิดค่ะ

FAQ

เวียนศีรษะ บ้านหมุนอาการน่ารำคาญที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน  เป็นโรคใกล้ตัวที่เกิดได้กับทุกคนโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ  และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน เป็นๆ หายๆ ซึ่งสามารถป้องกันได้หากรู้สาเหตุหรือต้นตอของปัญหา

อาการบ้านหมุนเป็นอย่างไร ?

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน หรืออาการบ้านหมุน คือความรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเรามีการเคลื่อนไหว หรือ ความรู้สึกว่าตัวเองหมุนไปทั้งที่อยู่เฉย ๆ  เช่น เห็นเพดานเคลื่อน ผ้าม่านไหล หรือรู้สึกโคลงเคลง โยกเยก สูญเสียการทรงตัว มักมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อาจประกอบกับการเสียการได้ยิน หูอื้อ มีเสียงดังในหู  หรือการเคลื่อนไหวผิดปกติของลูกตา(ตากระตุก)

บ้านหมุนถือเป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ?

อาการบ้านหมุนไม่ได้เกิดจากสาเหตุโรคร้ายแรง ส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราวและมักจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน แต่มักไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด บางคนเป็นไม่กี่ชั่วโมง บางคนเป็นอยู่หลายๆ วันหรือเป็นๆ หายๆ  เมื่อเกิดอาการขึ้น ท่านควรสังเกตอาการ พฤติกรรมและช่วงเวลาที่เป็น เพื่อช่วยให้แพทย์วิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงได้ง่ายขึ้น

บ้านหมุนเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

บ้านหมุนเป็นลักษณะของกลุ่มอาการที่เกิดเมื่อระบบควบคุมการทรงตัวทำงานผิดปกติ สาเหตุอาจแบ่งได้เป็น

  1. ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Vertigo)

ประมาณ 50% ของผู้ป่วยที่มาด้วยอาการเวียนศีรษะ มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของหูชั้นใน เกิดจากอวัยวะที่ทำหน้าที่รับการทรงตัวในหูชั้นในทำงานผิดปกติ ที่พบได้บ่อยคือ

  • โรคหินปูนหลุดลอยในหูชั้นใน หรือโรคตะกอนในหูเคลื่อน ( Benign Paroxysmal Positional Vertigo – BPPV)
  • โรคมีเนียร์ ( Meniere ’s Disease ) หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
  • การติดเชื้อของเส้นประสาทการทรงตัวหูชั้นใน (Vestibular neuritis)
  • การติดเชื้อ เช่น ภาวะหูน้ำหนวกเรื้อรัง หรือ การติดเชื้อไวรัสของหูชั้นใน
  • ภาวะขาดเลือดมาเลี้ยงอวัยวะที่รับการทรงตัว ที่พบได้บ่อยคือ บริเวณหูชั้นใน และก้านสมอง
  • สาเหตุอื่นๆ เช่น มีรูรั่วของหูชั้นใน (Perilymph fistula), ความบกพร่องของการทำงานหูชั้นใน (Vestibulopathy), เนื้องอกที่เส้นประสาทหู (Acoustic Neuroma)
  1. ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง (Central Vertigo) โรคของทางเดินประสาท และสมอง

ประมาณ 5% ของผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศีรษะ มีสาเหตุมาจากโรคของสมองและระบบประสาทส่วนกลาง ถึงแม้จะพบน้อย แต่มีความสำคัญ การวินิจฉัยที่ล่าช้าอาจส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียโอกาสในการรักษา

  • โรคของระบบประสาทกลาง, การเสื่อมหรือการติดเชื้อของระบบประสาทกลาง, ความผิดปกติของกระแสโลหิตที่ไปเลี้ยงระบบประสาทกลาง ภาวะสมองขาดเลือด/ มีเลือดออกในสมอง (Stroke)
  • การปวดศีรษะไมเกรน
  1. สาเหตุจากสภาวะทางจิตใจ พบได้ 15% เช่น โรควิตกกังวล (Anxiety), โรคแพนิค (Panic)

บ้านหมุนอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่น  เช่น โรคลมชัก โรคเลือด, โรคหลอดเลือดแข็งและตีบจากไขมันในเลือดสูง, โรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, กระดูกต้นคอเสื่อม, โรคความดันโลหิตต่ำ, อุบัติเหตุทางสมอง, หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac arrythmia), ความดันตกขณะเปลี่ยนท่า (Orthostatic hypotention), ความเครียด, พักผ่อนไม่เพียงพอ, สุรา หรือ ยาบางชนิด

 

การตรวจวินิจฉัยสาเหตุของอาการมีวิธีใดบ้าง ?

 

25 % ของผู้ป่วยมักไม่ทราบสาเหตุ หรือหาสาเหตุไม่พบ ดังนั้นการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุของโรคจึงเป็นทางออกที่สำคัญในการป้องกันหรือบรรเทาอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

วิธีการวินิจฉัยหาสาเหตุ แพทย์จะอาศัยการซักประวัติ, การตรวจร่างกายทางตา หู คอ จมูก, การตรวจเส้นประสาทสมอง และระบบประสาทกลาง, การวัดความดันโลหิต,  การเจาะเลือด,  การตรวจการได้ยิน,  การตรวจคลื่นสมอง,  การตรวจระบบประสาททรงตัว, การถ่ายภาพรังสี เช่นเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT scan) หรือเอ็กซเรย์สนามแม่เหล็ก (MRI) เป็นต้น

 

บ้านหมุนมีวิธีการรักษาได้อย่างไร ? 

  1. การรักษาตามอาการ เช่น หลีกเลี่ยงจากท่าที่กระตุ้นให้เกิดอาการ  การให้ยาช่วยบำบัดตามอาการ
  2. การรักษาตามสาเหตุของโรค เช่น โดยการทำกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมและยอมรับว่าได้ผล
    • การหมุนหัวให้หินปูนเรียงเป็นปกติ (Canalith repositioning) ใช้รักษาภาวะ BPPV ซึ่งต้องทำโดยแพทย์หรือพยาบาลเท่านั้น โดยวิธี Epley maneuver และ Semont maneuver หมออาจแนะนำให้ผู้ป่วยกลับไปทำเองที่บ้านด้วย หลังทำอาการมักจะดีขึ้นในทันที หรือ ภายในสองวัน
    • การฝึกศูนย์การทรงตัว Balance rehabilitation เป็นการออกกำลังกาย ตา คอ หัว และ แกว่งตัว เพื่อให้รับรู้การทรงตัวให้สม่ำเสมอจนชิน
  1. การผ่าตัด มักใช้ในบางกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการเวียนศีรษะจากหลายๆปัจจัยร่วมกัน การดูแลรักษาอย่างครอบคลุมและรอบด้านจะช่วยลดอาการเวียนศีรษะ ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้ปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด

เราสามารถป้องกันอาการบ้านหมุนได้หรือไม่ อย่างไร ?

แนะนำผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงจากปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ ซึ่งได้จากการสังเกตของเราเองหรือจากคำแนะนำของแพทย์

การดูแลสุขภาพโดยทั่วไป เช่น การลดความเครียด วิตกกังวล หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีเสียงดัง ลดอาหารเค็ม หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับให้เพียงพอก็จะทำให้โอกาสเป็นน้อยลงหรืออาจจะไม่เป็นเลย  ทั้งยังอำนวยผลดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วย

ที่สำคัญ สำหรับผู้ที่เคยมีอากรบ้านหมุน หรือ หากเกิดมีอาการ ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุของโรคให้ได้อย่างแม่นยำและวางแผนป้องกันไม่ให้เกิดอาการซ้ำหรือในอนาคต

ประเมินเบื้องต้น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก