
โรคขาดวิตามิน B1 หรือที่รู้จักในชื่อทางการแพทย์ว่า Beriberi เป็นภาวะที่เกิดจากการขาดวิตามิน B1 (ไทอามีน) ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท หัวใจ และกล้ามเนื้อ ในประเทศไทย โรคนี้พบได้ในกลุ่มที่มีภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะในอดีตที่คนนิยมกินข้าวขัดสี
บทความนี้จะอธิบายสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันโรคขาดวิตามิน B1 ให้เข้าใจง่าย พร้อมคำแนะนำเพื่อสุขภาพที่ดี
คำจำกัดความ:
โรคขาดวิตามิน B1 เป็นภาวะที่ร่างกายได้รับไทอามีนไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท หัวใจ และการเผาผลาญพลังงาน
ความสำคัญของวิตามิน B1:
ไทอามีนช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน รักษาการทำงานของเส้นประสาท และสนับสนุนการทำงานของหัวใจ
กลุ่มเสี่ยงในไทย:
- ผู้ที่กินข้าวขัดสี (ข้าวขาว) เป็นหลัก
- ผู้ติดสุราเรื้อรัง
- เด็กหรือผู้สูงอายุที่มีภาวะขาดสารอาหาร
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หรือโรคไต
สาเหตุของโรคขาดวิตามิน B1
การรับประทานอาหารที่ขาดวิตามิน B1:
- การกินข้าวขาวมากกว่าข้าวกล้อง ซึ่งข้าวขัดสีสูญเสียไทอามีนไปในกระบวนการ
- ขาดอาหารที่มีวิตามิน B1 เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อหมู ถั่ว และไข่
ภาวะสุขภาพ:
- โรคทางเดินอาหาร เช่น อาการท้องเสียเรื้อรัง หรือโรคโครห์น
- การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะหรือบายพาสกระเพาะ
- การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งเพิ่มความต้องการวิตามิน B1
พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์:
- การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ซึ่งรบกวนการดูดซึมวิตามิน B1
- การบริโภคชาหรือกาแฟมากเกินไป ซึ่งอาจลดการดูดซึมไทอามีน
ปัจจัยในบริบทไทย:
- การกินอาหารแปรรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่มีสารอาหารน้อย
- ความเข้าใจผิดว่าข้าวขาวดีกว่าข้าวกล้อง
อาการและสัญญาณเตือน
อาการทั่วไป:
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- หงุดหงิด สมาธิสั้น
อาการระบบประสาท:
- ชาตามมือและเท้า
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินลำบาก
- อาการสับสนหรือสูญเสียความจำ (ในกรณีรุนแรง)
อาการหัวใจ:
- หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
- บวมที่ขาและเท้า (อาการบวมน้ำ)
- หายใจลำบาก
ประเภทของโรคขาดวิตามิน B1:
- แบบเปียก (Wet Beriberi): กระทบหัวใจและหลอดเลือด มีอาการบวมน้ำและหัวใจล้มเหลว
- แบบแห้ง (Dry Beriberi): กระทบระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและชา
- แบบสมอง (Wernicke-Korsakoff Syndrome): พบในผู้ติดสุรา มีอาการสับสนและสูญเสียความจำ
สัญญาณในเด็ก:
- ร้องไห้งอแง ไม่อยากกินอาหาร
- การเจริญเติบโตช้า
การวินิจฉัยโรคขาดวิตามิน B1
การตรวจร่างกาย:
- แพทย์ประเมินอาการ เช่น อาการชา อ่อนแรง หรือบวมน้ำ
- ตรวจการทำงานของหัวใจและระบบประสาท
การตรวจในห้องปฏิบัติการ:
- ตรวจระดับไทอามีนในเลือดหรือปัสสาวะ
- ตรวจการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน B1 (Transketolase Activity)
การซักประวัติ:
- สอบถามพฤติกรรมการกิน เช่น การกินข้าวขาวหรืออาหารแปรรูป
- ประวัติการดื่มแอลกอฮอล์หรือโรคเรื้อรัง
การตรวจเพิ่มเติม:
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ในกรณีสงสัยกระทบหัวใจ
- MRI หรือ CT สมองในกรณีสงสัยอาการทางสมอง

วิธีการรักษา
การเสริมวิตามิน B1:
- รับประทานวิตามิน B1 ในรูปแบบยาเม็ดหรือฉีด (ขึ้นกับความรุนแรง)
- ปริมาณทั่วไป: 50-100 มก. ต่อวันเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ แล้วลดลงตามคำแนะนำแพทย์
การปรับอาหาร:
- เพิ่มอาหารที่มีวิตามิน B1 เช่น ข้าวกล้อง เนื้อหมู ถั่วลิสง งาดำ
- ลดอาหารแปรรูปและข้าวขาว
การจัดการปัจจัยเสี่ยง:
- ลดหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์
- รักษาโรคพื้นฐาน เช่น โรคทางเดินอาหารหรือเบาหวาน
การติดตามผล:
- ตรวจซ้ำระดับวิตามิน B1 และประเมินอาการหลังรักษา 1-2 เดือน
กรณีรุนแรง:
- เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้วิตามิน B1 ทางเส้นเลือด
- จัดการภาวะแทรกซ้อน เช่น หัวใจล้มเหลว
การป้องกันโรคขาดวิตามิน B1
การเลือกอาหารที่มีวิตามิน B1:
- หันมากินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ หรือธัญพืชเต็มเมล็ด
- เพิ่มเมนูที่มีเนื้อหมู (เช่น หมูสับผัดกะเพรา) ถั่วลิสงคั่ว หรือเมล็ดทานตะวัน
- รับประทานไข่และผลิตภัณฑ์จากนมเป็นประจำ
การเสริมวิตามิน B1:
- พิจารณาอาหารเสริมวิตามิน B รวมสำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ติดสุรา หรือผู้ป่วยเรื้อรัง
- ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเสริมเพื่อป้องกันการใช้เกินขนาด
ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต:
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารแปรรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นอาหารหลัก
การให้ความรู้ในชุมชน:
- ส่งเสริมความรู้เรื่องโภชนาการในโรงเรียนและชุมชน เช่น ประโยชน์ของข้าวกล้อง
- จัดแคมเปญรณรงค์ลดการบริโภคข้าวขาวในพื้นที่ชนบท
การตรวจสุขภาพ:
- ตรวจระดับวิตามินในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะ
- ใช้บริการ ตรวจวิตามินในเลือด เพื่อประเมินภาวะขาดสารอาหาร
คำถามที่พบบ่อย
การกินข้าวขาวทำให้ขาดวิตามิน B1 จริงหรือ?
- ใช่ เพราะข้าวขาวสูญเสียไทอามีนในกระบวนการขัดสี การกินข้าวกล้องช่วยลดความเสี่ยงได้
คนติดสุราต้องกินวิตามิน B1 เสริมหรือไม่?
- ควรเสริม เพราะแอลกอฮอล์ลดการดูดซึมวิตามิน B1 ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณ
เด็กสามารถขาดวิตามิน B1 ได้หรือไม่?
- ได้ โดยเฉพาะเด็กที่กินอาหารจำเจหรือมีปัญหาการดูดซึม ควรให้กินอาหารหลากหลาย
วิตามิน B1 เกินขนาดมีอันตรายหรือไม่?
- โดยทั่วไปปลอดภัยหากกินตามคำแนะนำ แต่การใช้เกินขนาดในระยะยาวควรปรึกษาแพทย์
สรุป
โรคขาดวิตามิน B1 เป็นภาวะที่ป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารและวิถีชีวิต ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของคนไทยที่นิยมบริโภคข้าวขาว การหันมากินข้าวกล้อง เนื้อหมู ถั่ว และอาหารที่อุดมด้วยไทอามีน รวมถึงการลดแอลกอฮอล์ จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก หากสงสัยว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวมีอาการ เช่น อ่อนเพลีย ชา หรือบวม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและรักษาทันที
คำแนะนำ:
ใช้บริการ ตรวจวิตามินในเลือด ที่ Mbrace BNH Hospital เพื่อประเมินระดับวิตามิน B1 และรับคำแนะนำการเสริมที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Ministry of Public Health, Thailand: Nutrition Guidelines
- National Institute of Health (NIH): Thiamine Deficiency
- World Health Organization (WHO): Micronutrient Deficiencies
Vitamin B | วิตามินบี รวม
คิดค้นสูตรจากทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ
ด้วยประสบการณ์การดูแลคนไข้มาอย่างยาวนาน
English
简体中文





BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช