
วิตามินดี: สารอาหารสำคัญสำหรับสุขภาพกระดูก
วิตามินดีจำเป็นสำหรับการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าสู่ร่างกาย
ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูกที่แข็งแรง วิตามินดียังช่วยควบคุมการอักเสบและการทำงานของเซลล์กระดูก
วิตามินดีสามารถสังเคราะห์ได้เอง
ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เอง เมื่อผิวหนังสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด อย่างไรก็ตาม ปริมาณวิตามินดีที่ร่างกายจะได้รับจากการสัมผัสแสงแดดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ฤดูกาล ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ระยะเวลาที่สัมผัสแสงแดด และลักษณะผิวของแต่ละบุคคล ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนหรือมีผิวสีเข้มอาจได้รับวิตามินดีจากแสงแดดได้น้อยกว่าผู้ที่มีผิวขาว นอกจากนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นหรือใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในร่มก็อาจได้รับวิตามินดีจากแสงแดดได้ไม่เพียงพอเช่นกัน
นอกจากการสังเคราะห์ในร่างกายแล้ว
วิตามินดียังสามารถพบได้ในอาหารบางชนิด
- เช่น ปลาที่มีไขมันสูง
- ไข่แดง
- เห็ด
- และนมเสริมวิตามินดี
การศึกษาพบว่าวิตามินดีมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับมวลกระดูก ความหนาแน่นของกระดูก และความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
ตัวอย่างเช่น การศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินดีเสริมมีความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนลดลง 21% เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้รับประทานวิตามินดีเสริม
วิตามินเค: สารอาหารสำคัญสำหรับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
วิตามินเคจำเป็นสำหรับการแข็งตัวของเลือด
ซึ่งช่วยป้องกันเลือดออกมากเกินไป วิตามินเคยังช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส และควบคุมการอักเสบ
วิตามินเคมีอยู่หลายชนิด แต่ชนิดที่มีความสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือดคือ วิตามินเค1 (phylloquinone) และวิตามินเค2 (menaquinone)
วิตามินเค1
พบได้ในผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักโขม บรอกโคลี และผักกาดหอม
วิตามินเค2
พบได้ในอาหารหมักดอง เช่น เนยแข็ง โยเกิร์ต และซาวร์ครัช
การศึกษาพบว่าวิตามินเคมีความสัมพันธ์เชิงลบกับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง
ตัวอย่างเช่น การศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ชายที่รับประทานวิตามินเคเสริมมีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองลดลง 24% เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ไม่ได้รับประทานวิตามินเคเสริม
วิตามินดีและวิตามินเคทำงานร่วมกันได้อย่างไร
วิตามินดีและวิตามินเคทำงานร่วมกันในหลาย ๆ ด้านเพื่อส่งเสริมสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด ตัวอย่างเช่น
วิตามินดีช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์กระดูก โดยช่วยควบคุมการเจริญเติบโตและการสลายตัวของกระดูก
วิตามินดีช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกใหม่และยับยั้งการสลายตัวของกระดูกเก่า โดยทำงานร่วมกับโปรตีนบางชนิด เช่น โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระดูก (bone morphogenetic protein) และวิตามินเค
วิตามินเคช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูก โดยช่วยกระตุ้นการทำงานของโปรตีนบางชนิดที่จับกับแคลเซียม
วิตามินเคช่วยกระตุ้นการทำงานของโปรตีนที่เรียกว่า osteocalcin ซึ่งทำหน้าที่จับกับแคลเซียมในกระดูก
วิตามินดีและวิตามินเคร่วมกันช่วยควบคุมการอักเสบที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด
การอักเสบเรื้อรังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด โดยอาจทำให้กระดูกเปราะบางและเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด วิตามินดีและวิตามินเคช่วยควบคุมการอักเสบได้ โดยทำงานร่วมกับโปรตีนบางชนิด เช่น โปรตีนต้านการอักเสบ (anti-inflammatory protein)
การเสริมวิตามินดีและวิตามินเค
จากการศึกษาพบว่าการให้วิตามินดี และวิตามินเคร่วมกันอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการให้วิตามินดีหรือวิตามินเคเพียงอย่างเดียว
ในการปรับปรุงสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์เหล่านี้
ผู้ที่สนใจเสริมวิตามินดีและวิตามินเคเพื่อสุขภาพกระดูกและหัวใจและหลอดเลือด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อหาปริมาณที่เหมาะสม
REF.
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5613455/:
English
简体中文
























BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช