
จากข้อมูลพบว่า คู่รักเกือบ 1 ใน 7 คู่มีภาวะมีบุตรยาก ซึ่งหมายความว่าฝ่ายหญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แม้ว่าทั้งคู่จะมีเพศสัมพันธ์กันบ่อยครั้งโดยไม่มีการป้องกันเป็นเวลาหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น และอาจมีจำนวนถึงครึ่งหนึ่งของคู่รักเหล่านี้ที่ภาวะมีบุตรยากเกิดจากฝ่ายชาย
ภาวะมีบุตรยากในผู้ชายอาจเกิดจากการผลิตสเปิร์มน้อย การทำงานของสเปิร์มผิดปกติ หรือการอุดตันที่ขัดขวางการขนส่งสเปิร์ม การบาดเจ็บ ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง พฤติกรรมการดำเนินชีวิต และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้ผู้ชายมีภาวะมีบุตรยาก
การไม่สามารถทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ได้อาจส่งผลให้เกิดความเครียดและวิตกกังวล อย่างไรก็ตามการรักษาภาวะมีบุตรยากในผู้ชายบางครั้งสามารถแก้ไขได้และมีหลายวิธี
อะไรเป็นตัวกำหนดคุณภาพของสเปิร์ม
คุณภาพของสเปิร์มขึ้นอยู่กับปริมาณ การเคลื่อนไหว และรูปร่างของสเปิร์ม
1. จำนวนของสเปิร์ม
น้ำอสุจิที่หลั่งออกมาในแต่ละครั้ง ควรมีจำนวนสเปิร์มอย่างน้อย 15 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร สเปิร์มที่ถูกหลั่งออกมาน้อยเกินไปอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ยากขึ้น เนื่องจากมีตัวสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้น้อยกว่า
2. การเคลื่อนไหวของสเปิร์ม
ในการเข้าถึงและปฏิสนธิกับไข่ สเปิร์มจะต้องสามารถเคลื่อนไหวได้ดีและว่ายผ่านปากมดลูก เข้าไปในมดลูก และท่อนำไข่ของผู้หญิง การตั้งครรภ์อาจเป็นไปได้หากมีสเปิร์มเคลื่อนไหวน้อยกว่า 40% ต่อการหลั่งแต่ละครั้ง แต่ 40% ถือเป็นเกณฑ์ต่ำสุด ยิ่งมีจำนวนสเปิร์มที่เคลื่อนไหวมากยิ่งส่งผลดี
3. โครงสร้างและรูปร่างของตัวสเปิร์ม
โดยปกติแล้ว สเปิร์มมีหัวรูปไข่และหางยาวซึ่งทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนตัว แต่ปัจจัยสำคัญที่มีผลกว่าคือปริมาณและการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม

โภชนาการมีผลต่อคุณภาพของสเปิร์ม
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเนื่องจากอาจลดคุณภาพของสเปิร์มและส่งผลให้ผู้ชายอาจมีภาวะมีบุตรยาก
จำนวนสเปิร์มของผู้ชายโดยเฉลี่ยจะลดลงเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป จากผลการศึกษาพบว่าการบริโภคอาหารบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อสเปิร์ม และมีอาหารบางชนิดที่สามารถเพิ่มจำนวนสเปิร์ม
ตัวอย่างอาหารที่ลดจำนวนสเปิร์มและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เนื้อแดงที่ผ่านการแปรรูป เช่น เบคอน ฮอตด็อก ซึ่งสามารถลดจำนวนและการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม การรับประทานผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองมากเกินไป เนื่องจากถั่วเหลืองมีสารคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงซึ่งอาจทำให้ความเข้มข้นของสเปิร์มลดลง หรือผลิตภัณฑ์นมไขมันสูงซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวของสเปิร์มช้าลงและสเปิร์มมีรูปร่างผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากวัวที่ได้รับสารสเตียรอยด์
อาหารที่เพิ่มความสมบูรณ์และคุณภาพของสเปิร์ม ได้แก่ ปลา ผักและผลไม้ วอลนัท ซึ่งทำให้สเปิร์มเคลื่อนไหวและมีคุณภาพที่ดี
บทบาทของวิตามินและอาหารเสริมต่อภาวะการมีบุตรยากในผู้ชาย
หากร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุจากอาหารไม่เพียงพอ การเสริมวิตามินและอาหารเสริมบางชนิดมีความสำคัญ
แม้ว่าภาวะมีบุตรยากจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารและการใช้ชีวิตในทุกกรณี แต่เราสามารถเพิ่มโอกาสการมีบุตรตามธรรมชาติด้วยสารอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดส่งผลต่อภาวะการเจริญพันธ์ุทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
ผู้หญิงที่พยายามตั้งครรภ์มักได้รับคำแนะนำให้รับประทานวิตามินก่อนการตั้งครรภ์ ในผู้ชายที่ต้องการมีบุตรก็เช่นกัน ดังนั้น เราจึงควรเรียนรู้เกี่ยวกับตามิน แร่ธาตุและอาหารเสริมที่มีผลต่อการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

วิตามินและแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มโอกาสการมีบุตรในผู้ชาย
การวิจัยชี้ให้เห็นว่าวิตามินและแร่ธาตุต่อไปนี้มีความสำคัญในการเสริมสร้างภาวะเจริญพันธุ์ในผู้ชาย
สังกะสี (Zinc)
เป็นหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชาย สังกะสีจำเป็นต่อการผลิตสเปิร์ม รูปร่างของสเปิร์ม จำนวนสเปิร์ม และการทำงานที่เหมาะสม จากการศึกษาพบว่าความเข้มข้นของสังกะสีในน้ำอสุจิเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพของสเปิร์ม ผู้ชายที่มีบุตรยากมักมีปริมาณสังกะสีในน้ำอสุจิในต่ำ และเนื่องจากร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมสังกะสีได้ ดังนั้น ควรมั่นใจว่าร่างกายได้รับสังกะสีจากอาหารในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งในคนไทยคือ 15 มิลลิกรัมต่อวัน หากไม่เพียงพอควรรับประทานเสริม
โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10)
เป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่ได้รับการศึกษาและมีแนวโน้มในการช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรในเพศชายมากที่สุด โคเอ็นไซม์คิวเท็นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ผลิตขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายและเก็บไว้ในเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงาน คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องสเปิร์มจากการถูกทำลายของสารอนุมูลอิสระ และจากการศึกษาพบว่าผู้ชายที่ได้รับโคเอนไซม์คิวเท็นเสริมมีความเข้มข้นของสเปิร์มและการเคลื่อนไหวของสเปิร์มมากกว่าผู้ชายทั่วไป
คาร์นิทีน (Carnitine)
คาร์นิทีนเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน มีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานในระดับเซลล์
ที่น่าสนใจคือในระบบสืบพันธุ์เพศชายพบคาร์นิทีนความเข้มข้นสูง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคาร์นิทีนมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานสำหรับการเจริญเติบโตของสเปิร์มและการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม
กรดโฟลิก (Folic acid)
เป็นที่ทราบกันดีว่าโฟลิกมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้หญิงตั้งครรภ์และบำรุงระหว่างตั้งครรภ์ แต่โฟลิกก็เป็นวิตามินเพื่อการเจริญพันธุ์สำหรับผู้ชายด้วย โฟลิกทำงานร่วมกับสังกะสีในการผลิต DNA ของตัวอสุจิ
มีการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ชายที่มีระดับโฟลิกในน้ำอสุจิสูง จะมีจำนวนสเปิร์มที่สูงกว่าและ DNA ของตัวอสุจิถูกทำลายน้อยกว่าผู้ชายที่มีระดับโฟลิกในน้ำอสุจิต่ำ
ซีสเทอีน (Cysteine)
ซีสเทอีนถือเป็นกึ่งกรดอะมิโนจำเป็น เพราะร่างกายสามารถสร้างได้จากกรดอะมิโนอื่นๆ ผู้ที่ได้รับซีสเทอีนที่เพียงพอมีแนวโน้มที่จะมีความเข้มข้นของสเปิร์ม การเคลื่อนไหวของสเปิร์ม และรูปร่างของสเปิร์มที่ดีกว่า
แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)
มีหลายการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสารต้านอนุมูลอิสระแอสตาแซนธิน ช่วยเพิ่มคุณภาพของสเปิร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยให้สเปิร์มเคลื่อนไหวได้ดี ซึ่งบ่งบอกว่าสเปิร์มแข็งแรงและสามารถว่ายไปข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม
พฤติกรรมอย่างไรที่ช่วยให้สเปิร์มแข็งแรง
สเปิร์มจะมีความไวเป็นพิเศษต่อปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
การสัมผัสกับความร้อนที่มากเกินไปหรือสัมผัสสารเคมีที่เป็นพิษอาจทำให้สเปิร์มตายได้ เพื่อให้มีสเปิร์มที่แข็งแรงควรปฏิบัติตัวต่อไปนี้:
1. ไม่ควรสูบบุหรี่
ผู้ชายที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะมีจำนวนอสุจิต่ำ หากต้องการเลิกบุหรี่สามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
2. จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มหนักอาจทำให้การผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง ทำให้การผลิตสเปิร์มลดลง หากต้องการดื่ม ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ คือหนึ่งแก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง และสองแก้วต่อวันสำหรับผู้ชายในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง
3. หลีกเลี่ยงการใช้สารหล่อลื่นระหว่างมีเพศสัมพันธ์
หากจำเป็นให้พิจารณาสารหล่อลื่นที่ไม่มีฤทธิ์ทำลายสเปิร์ม
4. ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยารักษาโรคประจำตัวที่รับประทานอยู่
ยาบางกลุ่มเช่น ยาลดความดันบางชนิด ยาต้านซึมเศร้า ยาแก้ปวดบางกลุ่ม ยากลุ่มสเตียรอยด์ และยาอื่นๆ อาจเป็นสาเหตุนำไปสู่ปัญหาภาวะมีบุตรยากได้
5. หลีกเลี่ยงสารพิษ
การสัมผัสกับยาฆ่าแมลง สารตะกั่ว และสารพิษอื่นๆ อาจส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของสเปิร์ม หากต้องทำงานกับสารพิษ ให้ปกป้องตัวเอง เช่น สวมชุดป้องกัน หรือใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น แว่นตานิรภัย และหลีกเลี่ยงสารเคมีสัมผัสผิวหนัง
6. อยู่ในที่เย็น
อุณหภูมิของอัณฑะที่เพิ่มขึ้นสามารถขัดขวางการผลิตสเปิร์ม แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัด แต่การสวมชุดชั้นในหลวมๆ ลดการนั่งนานๆ หลีกเลี่ยงการซาวน่าและแช่ในอ่างน้ำร้อน รวมถึงหลีกเลี่ยงไม่ให้ถุงอัณฑะสัมผัสวัตถุอุ่นๆ เช่น แล็ปท็อป อาจช่วยเพิ่มคุณภาพของสเปิร์มได้
7. การบำบัดด้วยเคมีบำบัดและการฉายแสง
สำหรับโรคมะเร็งอาจทำให้การผลิตสเปิร์มลดลงและทำให้มีบุตรยากซึ่งอาจส่งผลอย่างถาวร ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเก็บสเปิร์มก่อนการรักษา
มีปัจจัยอื่นๆ อะไรบ้างที่ช่วยในการผลิตสเปิร์มที่แข็งแรง
ปัจจัยต่อไปนี้สามารถเพิ่มโอกาสในการผลิตสเปิร์มที่แข็งแรง ได้แก่:
1. การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม
งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่เพิ่มขึ้นนั้นเชื่อมโยงกับจำนวนสเปิร์มและการเคลื่อนไหวของสเปิร์มที่ลดลง
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
รับประทานผักและผลไม้ให้มาก เพราะอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยให้สเปิร์มมีคุณภาพที่ดี
3. การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อาจส่งผลให้มีบุตรยาก
การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้และหนองในเทียม อาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย การจำกัดจำนวนคู่นอนและการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หรือมีคู่นอนคนเดียว สามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
4. จัดการความเครียด
ความเครียดอาจทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงและรบกวนฮอร์โมนที่จำเป็นในการผลิตสเปิร์ม
5. เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย
การออกกำลังกายในระดับปานกลางสามารถเพิ่มระดับของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยปกป้องสเปิร์มจากอนุมูลอิสระ
Ref.
1. mayoclinic.org/diseases-conditions/male-infertility/symptoms-causes/
2. mayoclinic.org/healthy-lifestyle/getting-pregnant/in-depth/fertility/art-20047584
3. forbes.com/health/family/fertility-supplements-vitamins-for-men/
4. cnyfertility.com/male-fertility-supplements/
ข้อมูลโดย
ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
English
简体中文





BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช