ยิ่งอด ยิ่งลดไม่ลง แถมระบบการเผาผลาญ “พัง”

หลาย ๆ คนโดยเฉพาะสาว ๆ ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่กว่าจะเริ่มรู้สึกตัวว่าเสื้อผ้าตัวโปรดใส่ไม่สบายเพราะรู้สึกอึดอัดขึ้นกว่าเดิม ตัวเลขบนตราชั่งก็ดีดขึ้นไปไกลเกินกว่าจุดที่รับไหวซะแล้ว ยิ่งได้เห็นตัวเองที่เปลี่ยนไปในกระจกยิ่งตอกย้ำว่า ภารกิจสุดยิ่งใหญ่ของสาวๆต้องเริ่มขึ้นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ตาม แต่ “ชั้นจะผอม!!!”

แต่สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเห็นจะไม่ใช่การออกกำลังกาย แต่คือการอดอาหาร รู้หรือไม่ว่าการพยายามลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารเป็นมื้อๆ งดแป้ง งดน้ำตาลและไขมันอย่างเด็ดขาด ทานแต่ผักและผลไม้ซึ่งมีแต่เกลือแร่ วิตามิน ไฟเบอร์ ทำให้ร่างกายขาดพลังงานสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ร่างกายตกอยู่ในภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมถึงขาดสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน

ดังนั้น เมื่อยิ่งอดอาหาร พลังงานก็ยิ่งน้อยลง ร่างกายเกิดการเรียนรู้ว่าเรามีพลังงานจำกัดต้องใช้อย่างประหยัด จึงเก็บสะสมไขมันไว้ใช้ยามจำเป็นไม่ได้ถูกเผาผลาญออกไป เราจึงรู้สึกอ่อนเพลีย แม้น้ำหนักจะลงแต่นั้นอาจหมายถึง มวลกล้ามเนื้อ ต่างหากที่หายไป ไม่ใช่ไขมัน

ยังไม่พอ พออดอาหารมาก ๆ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ยิ่งอยากอาหารมากขึ้น กลายเป็นทานอาหารมากกว่าก่อนจะอดซะอีก แต่เมื่อร่างกายเรียนรู้ไปแล้วว่าเราจะเผาผลาญพลังงานน้อย ๆ เก็บไว้ใช้ยามจำเป็น ผลลัพธ์ คือ ทานอะไรเข้าไปก็ไม่เผาผลาญแล้ว หรือเผาผลาญน้อยมากๆ สุดท้ายโยโย่ กลับมาตุ้ยนุ้ยยิ่งกว่าเดิม นี่แหล่ะที่เรียกว่า ระบบการเผาผลาญ “พัง” ต้องใช้เวลากอบกู้ขึ้นมาใหม่อีกนานหลายเดือนกว่าจะกลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ

มากไปกว่าเรื่องของรูปร่างและความมั่นใจที่หายไป คือ ผู้ที่น้ำหนักเกินเกณฑ์ มีความเสี่ยงต่อโรคหลายโรคมากๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็ง โรคข้อเข่าเสื่อม ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ปัญหาหยุดหายใจขณะนอนหลับ (เนื่องจากเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ)

น้ำหนักตัวมีเกณฑ์บอกว่าเท่าไหร่ถึงจะพอดี  

มีเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ว่าน้ำหนักตัวของเราเกินเกณฑ์หรือไม่ นั่นคือ BMI (ดัชนีมวลกาย) ชี้วัดความสมดุลของน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) และส่วนสูง (เซนติเมตร) คำนวณได้จากการนำ น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง

BMI น้อยกว่า 18.5 18.5 – 22.9 23.0 – 24.9 25.0 – 29.9 30.0 ขึ้นไป
อยู่ในเกณฑ์ น้ำหนักตัวน้อย / ผอม น้ำหนักตัวปกติ สมส่วน น้ำหนักเกินมีภาวะเสี่ยง อ้วนระดับ 1 อ้วนระดับ 2

 

ปัจจุบันมีวิวัฒนาการทางการแพทย์มากมาย ที่ช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการทานยา ฉีดยา การใส่บอลลูนลดน้ำหนัก หรือการผ่าตัดรัดกระเพาะ ซึ่งแต่ละวิธีควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด เพื่อสุดท้ายไม่ใช่เพียงให้รูปร่างสวยงามขึ้น แต่เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ด้วย

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร

ในปากกกาลดน้ำหนัก จะมีตัวยา Liraglutide (ลิรากลูไทด์) ที่บรรจุในรูปแบบแท่งปากกาที่ออกแบบเพื่อให้คนไข้สามารถฉีดตัวยาเข้าชั้นใต้ผิวหนังได้เองที่บ้าน ในตัวยานี้มี GLP-1 (Glucagon like Peptide 1) ที่ออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 ที่มีอยู่แล้วในระบบทางเดินอาหารที่จะหลั่งออกมาจากลำไส้หลังรับประทานอาหารเข้าไป ทำหน้าที่กระตุ้นการหลั่งของ Insulin ซึ่งเป็นฮอร์โมนควบคุมน้ำตาล เมื่ออินซูลินมากพอก็ทำให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอ จะไม่รู้สึกโหย อิ่มนาน ทำให้ทานน้อยลงไปโดยปริยาย เป็นวิธีที่ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ในประเทศไทยปากกาลดน้ำหนักผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาเรียบร้อยแล้ว และได้รับ US FDA Approved ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

เพื่อความปลอดภัยการรักษาด้วยปากกาลดน้ำหนักจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลและติดตามประเมินผลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ก่อนการรักษาโดยใช้ปากกาลดน้ำหนักจึงจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย รวมไปถึงตรวจเลือดเพื่อดูไขมันในเลือด การทำงานของตับ ไต และฮอร์โมนในร่างกาย และในการใช้ปากกาลดน้ำหนักในครั้งแรก แพทย์และพยาบาลจะเป็นผู้บอกรายละเอียดขั้นตอนการใช้ยา รวมถึงสาธิตวิธีการใช้ปากกาอย่างละเอียด

วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ฉีดเข้าใต้ชั้นผิวหนัง ทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหาร สามารถฉีดเองที่บ้านได้ โดยจะต้องฉีดในเวลาเดิมหรือใกล้เคียงกันในทุกวัน และตำแหน่งที่ฉีดคือ ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง หรือด้านหน้าของต้นแขนหรือต้นขา (ห้ามฉีดเข้าเส้นเลือดดำหรือกล้ามเนื้อ) ตามปริมาณยาที่แพทย์กำหนด ทั้งนี้ มีข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ปากกาฉีดลดน้ำหนัก Liraglutide พบว่าหากฉีดจนครบ 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน ในขนาด 3.0 มิลลิกรัม/วัน จะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5% ของน้ำหนักตั้งต้น

ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับ

  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือภาวะโรคอ้วน
  • มีปัญหาสุขภาพที่เกิดจากน้ำหนักเกินมาตรฐาน เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจขณะนอนหลับ (หยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ) เป็นต้น
  • ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแต่ไม่อยากผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของตับ ไต ลำไส้และกระเพาะอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ปากกาลดน้ำหนัก ไม่เหมาะ กับ

  • ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยา Liraglutide
  • ผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ
  • ผู้ที่ใช้ยาเบาหวาน หรือยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด
  • หญิงตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และอายุ 75 ปีขึ้นไป

โดยปากกาลดน้ำหนักได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทั้งในประเทศไทย และสหรัฐอเมริกา แล้วว่ามีความปลอดภัย และช่วยในการควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัยและได้ผลเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปากกาลดน้ำหนักจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการควบคุมน้ำหนัก ปรับพฤติกรรมในการรับประทานอาหารแบบยั่งยืนอย่างปลอดภัย รวมไปถึงระดับไขมันทั่วร่างกายยังลดลงอีกด้วย ทั้งนี้การรักษาด้วยปากกาลดน้ำหนักจำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงจะช่วยให้ประสิทธิภาพของการรักษาดียิ่งขึ้น

อาการข้างเคียง

อาการส่วนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดยา ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือท้องผูก ซึ่งจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่ได้รับยา อาการจะหายได้เองเมื่อได้รับยาอย่างต่อเนื่อง

การที่จะมีน้ำหนักและรูปร่างที่สมส่วนอย่างปลอดภัยโดยวิธีทางการแพทย์ นอกจากจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว ก็จะต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำ เท่านี้ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้อย่างยั่งยืนซึ่งส่งผลดีกับสุขภาพแบบองค์รวมทั้งภายในและภายนอก

/////////////////////////////////

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Cardiometabolic Centre ชั้น 4

โทร 02-022-0700 ต่อ 4420

ไลน์ @BNHhospital และ @Mbrace

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก