ป้องกันการแพ้ยารุนแรงด้วยการตรวจยีน
การแพ้ยา คือ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมองว่า ยาคือสิ่งแปลกปลอม จึงต้องการกำจัด หากมีการตอบสนองที่มากเกินไปจึงส่งผลเสียตามมา
- อาการแพ้ยาแบบ รุนแรงปานกลาง
- เช่น มีผื่นคัน ริมฝีปากบวม เปลือกตาบวม
- อาการแพ้ยาแบบ ที่รุนแรงมาก
- เช่น มีผื่นขึ้นทั่วร่างกาย ผิวหนังหลุดลอก เยื่อบุอักเสบ และเกิดความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ปัจจุบัน การศึกษาเกี่ยวกับสารพันธุกรรม สามารถพบยีนที่มีความสัมพันธ์กับอาการแพ้รุนแรงจากยาบางชนิด หากตรวจพบยีนชนิดนี้ แพทย์มักหลีกเลี่ยงการสั่งจ่ายยาที่อาจทำให้เกิดการแพ้รุนแรงได้
การตรวจยีนแพ้ยาเหมาะสำหรับใคร?
1. ผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังชนิดไม่ติดต่อ เช่น
เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง
ไขมันในโลหิตสูง
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
โรคเกาท์ เป็นตัน
2. ผู้ป่วยที่มีประวัติทานยาหลายตัว แต่ควบคุมโรคได้ยาก หรือมีผลข้างเคียงจากยามาก
3. ผู้ป่วยที่จะต้องเริ่มใช้ยาที่อาจเกิดการแพ้ยารุนแรงได้ เช่น กลุ่มยากันชัก หรือ ยาลดกรดยูริก
4. ผู้ป่วยที่มีประวัติหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่ต้องทานยากลุ่มต้านเกล็ดเลือด เพื่อดูการตอบสนองต่อยาแบบแม่นยำ
5. ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัส หรือยาแก้ปวดเรื้อรังหลายชนิด
6. ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพต้องการทราบผลวิเคราห์การตอบสนองยา เพื่อเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับตนเองในอนาคต
ทำไมต้องตรวจหายีนแพ้ยา
ในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2527-2553 พบผู้ป่วยแพ้ยาชนิดรุนแรงประมาณ 6,965 ราย และเสียชีวิต 260 ราย
โดยรายการยาที่สงสัยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- ยาฆ่าเชื้อ โคไตรม็อกซาโซล (co-trimoxazole)
- ยากันชัก คาร์บามาซีพีน (carbamazepine)
- และยาลดกรดยูริกสำหรับรักษาโรคเกาต์ อัลโลพูรินอล (allopurinol)
จากเดิมการป้องกันการแพ้ยา คือ ต้องทราบว่าผู้ป่วยเคยมีประวัติแพ้ยาชนิดใด แล้วทำนายโอกาสการแพ้ยาตัวอื่นจากโครงสร้างของยาที่คล้ายกัน แต่วิธีนี้มีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ไม่สามารถรู้อย่างแน่ชัดว่าผู้ป่วยแพ้ต่อโครงสร้างส่วนใดของยา และไม่สามารถทำนายหรือป้องกันการแพ้ยาในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับยานั้นเป็นครั้งแรก จึงทำได้เพียงติดตามผลระหว่างใช้ยาและทำการรักษาเมื่อมีอาการแพ้เกิดขึ้น
ซึ่งหากอาการแพ้มีความรุนแรงมาก (เช่น กรณียาคาร์บามาซีพีน) อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา
Ref. https://pharmacy.mahidol.ac.th/
ผู้ป่วยแพ้ยาชนิดรุนแรง
260 คน
เสียชีวิต
ครอบคลุม 126 ยา
- ยารักษาเบาหวาน
- ยาลดไขมันในเลือด
- ยาละลายลิ่มเลือด
- ยารักษาอาการภูมิแพ้
- ยาแก้ปวด
- ยารักษาโรคหัวใจ
- ยากดภูมิคุ้มกัน
- ยารักษาการติดเชื้อ
- ยารักษามะเร็ง
- ยารักษาโรคกระเพาะ
- ยาจิตเวช
- ยานอนหลับ
- เตรียมประวัติครอบครัวอย่างละเอียด เพื่อซักประวัติ คัดกรองและเลือกส่งตรวจแพคเกจที่เหมาะสม
- ตรวจโดยการเจาะเลือด ปริมาณ 3 ml (EDTA blood 3 ml)
- ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนเข้ารับการตรวจ
- แพคเกจนี้ รวมค่าแพทย์เฉพาะทางแปรผลทางพันธุศาสตร์ ค่าแพทย์ให้คำปรึกษา ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่าบริการโรงพยาบาล
- ติดต่อสอบถาม ทำนัด และใช้บริการได้ที่แผนก Advance Diagnostic Centre ชั้น 4 โทร 02-022-0847
- ราคาไม่รวมค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมหรือค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ หากมี
- หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจได้
English
简体中文



