
ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้ามักพบได้บ่อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น สาเหตุเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกาย เช่น ผิวหนังสร้างคอลลาเจนลดลง หรือจากการสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน หากดูแลผิวอย่างถูกวิธีจะช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยได้
ริ้วรอย คืออะไร
ริ้วรอย คือ ปัญหาผิวชนิดหนึ่งที่ผิวมีลักษณะเป็นเส้น รอยย่น หรือรอยยับ ดูไม่สวยงาม มักพบบนใบหน้า ลำคอ และแขน ส่วนบริเวณอื่นๆ ของร่างกายก็พบได้เช่นกัน เมื่ออายุมากขึ้นริ้วรอยจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ใครบ้างที่มักพบริ้วรอย
การเกิดริ้วรอยเมื่ออายุมากขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางคนริ้วรอยเกิดเร็วขึ้นเนื่องจาก:
– ผิวถูกแสงแดดบ่อยครั้ง
– สูบบุหรี่
– ผิวหนังสูญเสียคอลลาเจน ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและกระชับ
อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มมีริ้วรอย
เมื่อร่างกายมีอายุมากขึ้น จะสังเกตเห็นริ้วรอยเริ่มปรากฏบนร่างกาย ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 25 ปี และเริ่มชัดขึ้นเมื่ออายุ 40-55 ปี และจะเด่นชัดมากขึ้นหลังอายุ 65 ปี
อาการและสาเหตุ
ริ้วรอยมีลักษณะอย่างไร
ริ้วรอยในร่างกายมักเกิดที่ใด
ริ้วรอยสามารถปรากฏได้ทุกที่บนผิวหนัง แต่มักเกิดขึ้นที่ใบหน้า มือ คอ แขน และขา
ริ้วรอยเกิดจากอะไร?
การผลัดเซลล์ผิวช้าลง ชั้นผิวบางลง และการขาดโปรตีนคอลลาเจน
คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่สำคัญของโครงสร้างผิวหนัง ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวได้ง่าย ผิวหนังมีคุณสมบัติคล้ายกับยางยืด ซึ่งหากยางยืดนั้นถูกยืดหรือเคลื่อนไหวมากเกินไป ยางยืดจะหลวมและสูญเสียความสามารถในการกลับคืนสู่ขนาดและรูปร่างปกติ
เมื่อเซลล์ในร่างกายของเรามีอายุมากขึ้น ความสามารถในการผลิตโปรตีนคอลลาเจนก็จะลดลง ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่าย ซึ่งเปรียบเสมือนยางยืดที่มีคุณสมบัติคืนรูปทรงเดิมได้ยากขึ้น และหากยืดมากเกินไปก็ไม่สามารถกลับมาสู่รูปปกติได้

ปัจจัยที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย
อายุที่เพิ่มขึ้น
ริ้วรอยเป็นผลจากกระบวนการแก่ชราตามธรรมชาติ เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น เซลล์ผิวหนังจะแบ่งตัวช้าลง และชั้นกลางของผิวหนังซึ่งเป็นชั้นหนังแท้ก็เริ่มบางลง ชั้นหนังแท้ประกอบด้วยโครงข่ายของเส้นใยอีลาสตินและคอลลาเจน ซึ่งทำให้ผิวกระชับและยืดหยุ่น โครงข่ายนี้จะคลายตัวไปตามกาลเวลา ผิวลักษณะนี้จะกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยกว่า มีประสิทธิภาพในการหลั่งน้ำมันน้อยลง และฟื้นฟูได้ช้ากว่า ซึ่งปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ส่งผลให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนัง
การหดตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า
เส้นบนหน้าผาก เส้นระหว่างคิ้ว (เส้นเวลาขมวดคิ้ว) และเส้นบริเวณหางตา (ตีนกา) เกิดขึ้นเนื่องจากการหดตัวซ้ำๆ ของกล้ามเนื้อมัดเล็ก การยิ้ม การขมวดคิ้ว การหรี่ตา และการแสดงออกทางสีหน้าอื่นๆ เมื่อทำบ่อยๆ จะทำให้ริ้วรอยเด่นชัดมากขึ้น การแสดงออกทางสีหน้าประกอบกับแรงโน้มถ่วงของโลกส่งผลให้เกิดการก่อตัวของริ้วรอยบนผิวหนังเมื่อเวลาผ่านไป
ผิวถูกทำลายจากแสงแดด
การสูบบุหรี่
โดยปกติแล้วผิวที่มีสุขภาพดีจะถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง จากคอลลาเจนเก่าที่สลายและถูกกำจัดออกจากร่างกาย ซึ่งจะทำให้มีช่องว่างสำหรับการสร้างคอลลาเจนใหม่ นักวิจัยพบว่าการสูบบุหรี่ทำให้การสร้างคอลลาเจนใหม่ลดลง ซึ่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ลดลงส่งผลให้เกิดการก่อตัวของริ้วรอย
ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม
การแต่งหน้า
หากแต่งหน้าแล้วไม่ล้างเครื่องสำอางออก อาจทำให้เครื่องสำอางอุดตันรูขุมขน และไปขัดขวางการผลิตโปรตีนคอลลาเจน ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องล้างเครื่องสำอางออกหลังล้างหน้าทุกวันด้วยคลีนเซอร์เพื่อให้แน่ใจว่ารูขุมขนสะอาด หากลืมล้างเครื่องสำอางออก 2-3 ครั้งก่อนเข้านอน ยังอาจไม่ส่งผลต่อผิวหน้ามากนัก แต่การทิ้งเครื่องสำอางไว้บนใบหน้าเป็นประจำสามารถทำลายผิวจากรูขุมขนอุดตันได้
ผิวหนังแห้ง/ลอก/แตกลาย

ทำอย่างไรให้หน้าใสไร้ริ้วรอย
ทำความสะอาดผิวหน้าวันละสองครั้ง และหลังเหงื่อออก
หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
การใช้มือสัมผัสใบหน้าจะสะสมสิ่งสกปรก น้ำมัน และแบคทีเรียไว้บนผิวหนังและทำให้เกิดสิวได้
ลดการบีบสิว
การบีบสิวจะทำให้รูขุมขนเพิ่มโอกาสสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียมากขึ้น รวมถึงเชื้อแบคทีเรียจากมือของเราด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเป็นแผลเป็นอีกด้วย
หากมีสิวที่เจ็บและอักเสบมาก ควรไปพบแพทย์ผิวหนังให้ช่วยรักษาและกำจัดสิว การพบแพทย์ช่วยให้สามารถกำจัดสิวได้อย่างปลอดภัยพร้อมทั้งลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า
มีหลายวิธีในการฟื้นฟูสมดุลความชุ่มชื้นของผิว หากต้องการฟื้นฟูผิวที่ขาดน้ำ ไม่เพียงแต่ต้องพยายามบำรุงผิวให้เหมาะสมตามขั้นตอนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพร่างกายโดยทั่วไปด้วย ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหลายประการอาจทำให้ผิวขาดน้ำได้
สิ่งแรกและชัดเจนที่สุดคือการดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน รับประทานอาหารแปรรูป และเกลือในปริมาณมากเกินไปยังกระตุ้นให้ร่างกายขับน้ำออก ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้
เพื่อให้ผิวพรรณเปล่งประกายและดูเป็นธรรมชาติ ควรปฏิบัติตัวดังนี้:
– ดื่มน้ำปริมาณที่เพิ่มขึ้น (ในคนปกติควรดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน)
– ลดปริมาณแอลกอฮอล์และคาเฟอีนให้น้อยที่สุด
– ดื่มน้ำขณะออกกำลังกาย
– ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำ
– ปรับวิถีชีวิตให้ดีขึ้น
– นอนหลับให้เพียงพอ
– หลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดมากเกินไป
– หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
– ทำความสะอาดผิว/ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนนอน
ทาครีมกันแดด
รังสี UV จากแสงอาทิตย์ทำลายผิวหนัง การทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกสามารถช่วยปกป้องผิวจากรังสีที่เป็นอันตรายเหล่านี้ได้
จากข้อมูลของ Skin Cancer Foundation วิธีที่ดีที่สุดคือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 เป็นอย่างน้อยเมื่อออกไปสัมผัสแสงแดด การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 อย่างน้อยทุกวันสามารถช่วยลดผิวหนังถูกทำลายได้
หากใช้เวลาอยู่กลางแจ้ง ควรทาครีมกันแดดประมาณ 30 นาทีก่อนออกไปสัมผัสแสงแดด และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับไม่เพียงพออาจทำให้ผิวแตกได้บ่อยขึ้น
การอดนอนทำให้ร่างกายปล่อยสารอักเสบออกมา สารเหล่านี้อาจทำให้ผิวหนังแตกหรือทำให้อาการสิวแย่ลงได้
เพื่อสุขภาพที่ดีควรนอนหลับอย่างมีคุณภาพ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน
ใช้เครื่องสำอางค์ที่ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน
– ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีป้ายกำกับ “ไม่ก่อให้เกิดสิว” หรือ “ปราศจากน้ำมัน”
– ล้างมือให้สะอาดก่อนแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสม่ำเสมอ
– ล้างเครื่องสำอางออกทุกครั้งก่อนเข้านอนหรือออกกำลังกาย
– ล้างแปรงแต่งหน้าและฟองน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์
ลดการบริโภคน้ำตาล
– จำกัดการรับประทานคาร์โบไฮเดรตแปรรูป เช่น ขนมปังขาวและขนมอบ
– ลดน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลและขนมหวาน
– รับประทานผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และแหล่งโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพให้มากขึ้น
– จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
สารอาหารบำรุงผิว
- การได้รับสารอาหารที่ดีและครบถ้วน รวมถึงการดื่มน้ำและรับประทานโปรตีนที่เพียงพอจะช่วยให้ผิวแข็งแรงและลดริ้วรอยได้ วิตามินที่สำคัญสำหรับผิว เช่นวิตามินเอและวิตามินซี
- ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง แม้ว่ามันจะอร่อย แต่อาหารเหล่านี้ทำลายคอลลาเจนในผิวหนังได้
- นอกจากนี้ยังมีสารอาหารจากพืชที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ สามารถรับประทานเสริมเพื่อช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีได้ เช่น สารสกัดจากทับทิม (pomegrante extract) ที่เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ และปกป้องผิวจากแสง UV
- Alpha-lipoic acid สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผิวใสขึ้นโดยการลดการสร้างเม็ดสีที่เกิดจากแสงแดด ทำให้สีผิวสม่ำเสมอ และลดริ้วรอยโดยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาและป้องกันการเกิดสิว ช่วยขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนและลดผิวเปลี่ยนสีที่เกิดจากสิว
- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (grape seed extract) สารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยแสง UV รวมถึงลดฝ้าหรือรอยดำที่เกิดจากเซลล์ผลิตเม็ดสีผิวมากเกินไป
- สารสกัดจากเปลือกสน (pine bark extract) สารต้านอนุมูลอิสระที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังยืดหยุ่นได้ดีขึ้น และช่วยลดการเกิดฝ้า
- Astaxanthin สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงที่ช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้น มีสีผิวสม่ำเสมอ ลดริ้วรอย และเพิ่มความเรียบเนียนของผิว
- L-cysteine ช่วยขจัดอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดริ้วรอย ช่วยให้ผิวสว่างใสขึ้น ลดจุดด่างดำ ช่วยขจัดชั้นเซลล์ผิวเก่าและสร้างเซลล์ผิวใหม่
ริ้วรอยอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้น แต่มีขั้นตอนต่างๆ ที่สามารถทำได้เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอยและป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยขึ้นใหม่
REF.
1. my.clevelandclinic.org/health/diseases/10984-wrinkles
2. katesomerville.com/blogs/news/dehydration
3. edenskinclinic.co.uk/blog/can-dehydrated-skin-cause-wrinkles/
4. medicalnewstoday.com/articles/how-to-get-clear-skin
5. nivea.in/advice/pomegranate-benefits-for-skin
6. healthline.com/health/beauty-skin-care/alpha-lipoic-acid-skin
7. th.iherb.com/blog/pycnogenol-skin-care/968
8. pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33834608/
9. healthline.com/health/skin/how-to-prevent-wrinkles
English
简体中文






BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช