
โรคภูมิแพ้ เช่น ภูมิแพ้จมูก (Allergic Rhinitis), ผื่นแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) หรือหอบหืด (Asthma) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีมลพิษสูง เช่น กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ สังกะสี (Zinc) เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน และมีงานวิจัยที่ชี้ว่าอาจช่วยลดอาการภูมิแพ้ได้
บทความนี้จะอธิบายถึงบทบาทของสังกะสีต่อโรคภูมิแพ้ สาเหตุที่คนไทยอาจขาดสังกะสี อาการที่เกี่ยวข้อง และวิธีการเสริมสังกะสีอย่างเหมาะสม
สังกะสีคืออะไร และสำคัญต่อภูมิแพ้อย่างไร?
คำจำกัดความ:
- สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่จำเป็น (Essential Mineral) ซึ่งมีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และต้านการอักเสบ
ความสัมพันธ์กับภูมิแพ้:
- สังกะสีช่วยควบคุมการทำงานของ T-cells และ Cytokines ซึ่งลดการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่มากเกินไปในโรคภูมิแพ้
- ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย เช่น อาการคันผิวหนังหรือน้ำมูกไหลจากภูมิแพ้
- เสริมความแข็งแรงของเยื่อบุผิว (เช่น ผิวหนัง ทางเดินหายใจ) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสารก่อภูมิแพ้
งานวิจัย:
- การศึกษาในวารสาร Journal of Allergy and Clinical Immunology (2020) พบว่าการขาดสังกะสีอาจเพิ่มความรุนแรงของอาการภูมิแพ้ในเด็ก
- การเสริมสังกะสีในผู้ป่วยภูมิแพ้จมูกช่วยลดอาการคัดจมูกและน้ำมูกไหลได้ในบางกรณี
ทำไมคนไทยถึงเสี่ยงขาดสังกะสี?
รูปแบบการกินอาหารของคนไทย:
- อาหารไทยส่วนใหญ่เน้นข้าว แป้ง และผัก ซึ่งมีสังกะสีต่ำเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล
- การบริโภคอาหารแปรรูปหรือฟาสต์ฟูดที่เพิ่มขึ้นในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ทำให้ขาดสารอาหารสำคัญ
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม:
- มลพิษในเมืองใหญ่ เช่น ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพิ่มความต้องการสังกะสีเพื่อซ่อมแซมเยื่อบุที่ถูกทำลาย
- การสัมผัสแสงแดดน้อยในกลุ่มคนทำงานในอาคาร อาจลดการดูดซึมแร่ธาตุที่ทำงานร่วมกับวิตามิน D
กลุ่มเสี่ยงในคนไทย:
- เด็กเล็กที่กินอาหารไม่หลากหลาย
- ผู้สูงอายุที่มีการดูดซึมลดลง
- ผู้ที่กินมังสวิรัติหรือเจ ซึ่งอาจขาดแหล่งสังกะสีจากเนื้อสัตว์
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หรือโรคไต ซึ่งกระทบการดูดซึมสังกะสี
อาการของโรคภูมิแพ้ที่อาจสัมพันธ์กับการขาดสังกะสี
ภูมิแพ้จมูก (Allergic Rhinitis):
- คัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง จามบ่อย
- อาการแย่ลงในช่วงฤดูฝนหรือหน้าหนาวในประเทศไทย
ผื่นแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis):
- ผิวแห้ง คัน โดยเฉพาะบริเวณข้อพับหรือใบหน้า
- ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ซึ่งพบมากในเด็กไทย
หอบหืด (Asthma):
- หายใจลำบาก หอบเหนื่อย โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้
สัญญาณการขาดสังกะสี:
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย
- ผิวแห้ง แผลหายช้า
- ผมร่วง หรือเล็บเปราะ
- อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
การวินิจฉัยและตรวจระดับสังกะสี
การตรวจร่างกาย:
- แพทย์ประเมินอาการภูมิแพ้ เช่น การทดสอบผิวหนัง (Skin Prick Test) เพื่อหาสารก่อภูมิแพ้
การตรวจในห้องปฏิบัติการ:
- ตรวจระดับสังกะสีในเลือด (Serum Zinc Level) ค่าปกติอยู่ที่ 70-120 µg/dL
- อาจตรวจร่วมกับระดับวิตามิน D หรือแร่ธาตุอื่นเพื่อประเมินภาวะขาดสารอาหาร
คำแนะนำสำหรับคนไทย:
- โรงพยาบาลในไทย เช่น BNH Hospital มีบริการตรวจวิตามินและแร่ธาตุในเลือด (Basic Nutrients Blood Test) ซึ่งช่วยระบุภาวะขาดสังกะสีได้
บทบาทของสังกะสีในการจัดการโรคภูมิแพ้
ลดการอักเสบ:
- สังกะสีช่วยยับยั้งการหลั่งสารก่อการอักเสบ เช่น Histamine ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการคันและน้ำมูกไหล
เสริมภูมิคุ้มกัน:
- สังกะสีช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น Lymphocytes ซึ่งลดการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้
ปกป้องผิวและเยื่อบุ:
- สังกะสีช่วยซ่อมแซมผิวหนังและเยื่อบุจมูก ทำให้ทนต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น PM2.5 หรือเกสร
ตัวอย่างงานวิจัย:
- การศึกษาในประเทศไทย (วารสาร Thai Journal of Pediatrics, 2021) พบว่าเด็กที่มีระดับสังกะสีต่ำมีอาการภูมิแพ้จมูกรุนแรงกว่าเด็กที่มีระดับปกติ

วิธีเสริมสังกะสีสำหรับคนไทย
แหล่งอาหารที่มีสังกะสีสูง:
- อาหารทะเล: หอยนางรม (สูงสุด), กุ้ง, ปู (พบมากในอาหารไทย เช่น ต้มยำกุ้ง, ปูผัดพริกไทยดำ)
- เนื้อสัตว์: เนื้อวัว, หมู, ไก่ (เช่น ผัดกะเพรา, ต้มจืด)
- ถั่วและธัญพืช: เมล็ดฟักทอง, ถั่วลิสง, งาดำ (เช่น ขนมงาดำ, ถั่วลิสงคั่ว)
- นมและผลิตภัณฑ์จากนม: นมวัว, โยเกิร์ต (เหมาะกับเด็กและผู้ใหญ่)
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (RDA สำหรับคนไทย):
- เด็ก 1-8 ปี: 3-5 มก./วัน
- ผู้ใหญ่: 8-11 มก./วัน (ชาย 11 มก., หญิง 8 มก.)
- หญิงตั้งครรภ์หรือเลี้ยงลูกด้วยนม: 11-12 มก./วัน
อาหารเสริมสังกะสี:
- ใช้ในกรณีที่ขาดมาก โดยทั่วไปแนะนำ 10-25 มก./วัน ตามคำแนะนำแพทย์
- รูปแบบที่นิยม: Zinc Gluconate, Zinc Picolinate (ดูดซึมดี)
- ข้อควรระวัง: การกินเกิน 40 มก./วันอาจทำให้ท้องเสียหรือรบกวนการดูดซึมแร่ธาตุอื่น เช่น ทองแดง
คำแนะนำเพิ่มเติม:
- เพิ่มเมนูที่มีสังกะสีในอาหารประจำวัน เช่น ต้มยำทะเล, ผัดผักรวมกับเนื้อสัตว์
- ผู้ที่กินมังสวิรัติควรเสริมด้วยถั่วและเมล็ดพืช หรือพิจารณาอาหารเสริม
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไฟเตตสูง (เช่น ข้าวกล้อง) พร้อมอาหารที่มีสังกะสี เพราะอาจลดการดูดซึม
การป้องกันและจัดการภูมิแพ้ด้วยสังกะสี
รวมกับวิตามินอื่น:
- สังกะสีทำงานร่วมกับวิตามิน C และ D เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน เช่น การกินผลไม้รสเปรี้ยว (ส้ม, มะนาว) และรับแสงแดดเช้า
ปรับวิถีชีวิต:
- ลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น PM2.5 โดยใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้าน
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือควันบุหรี่มือสอง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงภูมิแพ้
การตรวจสุขภาพ:
- ตรวจระดับสังกะสีและวิตามิน D เป็นประจำ โดยเฉพาะในเด็กและผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง
- ใช้บริการตรวจวิตามินในเลือด เช่น ที่ BNH Hospital เพื่อประเมินภาวะขาดสารอาหาร
คำแนะนำสำหรับคนไทย:
- ในช่วงฤดูฝนหรือหน้าหนาวที่ภูมิแพ้กำเริบง่าย ควรเพิ่มการบริโภคอาหารที่มีสังกะสี
- ผู้ที่อาศัยในเมืองที่มีมลพิษสูง เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ
คำถามที่พบบ่อย
สังกะสีช่วยรักษาภูมิแพ้หายขาดได้หรือไม่?
- สังกะสีช่วยลดอาการและเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ไม่สามารถรักษาภูมิแพ้ให้หายขาด ต้องใช้ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และยาตามแพทย์สั่ง
คนไทยควรกินอาหารเสริมสังกะสีหรือไม่?
- ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะหากมีอาการขาดสังกะสีหรือภูมิแพ้รุนแรง
เด็กสามารถกินอาหารเสริมสังกะสีได้หรือไม่?
- ได้ แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมตามวัยและคำแนะนำแพทย์
อาหารไทยชนิดใดเพิ่มสังกะสีได้ดี?
- อาหารทะเล เช่น หอยนางรม, กุ้ง, และเมนูอย่างต้มยำหรือผัดพริกไทยดำ มีสังกะสีสูง
สรุป
สังกะสีเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยลดอาการภูมิแพ้ เช่น น้ำมูกไหล ผื่นคัน หรือหอบหืด โดยเฉพาะในคนไทยที่เสี่ยงขาดสังกะสีจากรูปแบบการกินและสิ่งแวดล้อม การเพิ่มอาหารที่มีสังกะสี เช่น อาหารทะเล, เนื้อสัตว์, และถั่ว รวมถึงการพิจารณาอาหารเสริมตามคำแนะนำแพทย์ จะช่วยจัดการอาการภูมิแพ้ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การตรวจระดับสังกะสีในเลือดและปรับวิถีชีวิต เช่น ลดการสัมผัสฝุ่น PM2.5 จะช่วยป้องกันอาการกำเริบ
คำแนะนำ:
หากมีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์และพิจารณา ตรวจวิตามินและแร่ธาตุในเลือด เช่น ที่ Mbrace BNH Hospital เพื่อวางแผนการเสริมสังกะสีอย่างเหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Journal of Allergy and Clinical Immunology (2020): Zinc and Allergic Diseases
- Thai Journal of Pediatrics (2021): Zinc Deficiency in Thai Children with Allergic Rhinitis
- Ministry of Public Health, Thailand: Nutritional Guidelines for Thais
- National Institutes of Health (NIH): Zinc and Immune Function
English
简体中文




BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช