
ภาวะขาดสังกะสีคืออะไร?
ภาวะขาดสังกะสี (Zinc Deficiency หรือ Hypozincemia) คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับสังกะสีต่ำกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย สังกะสีช่วยในการทำงานของเอนไซม์กว่า 100 ชนิด สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ อาการขาดสังกะสีอาจส่งผลต่อผิวพรรณ ผม การมองเห็น และสุขภาพโดยรวม หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที
ความสำคัญของสังกะสีต่อร่างกาย
สังกะสีมีบทบาทสำคัญในกระบวนการต่างๆ ดังนี้:
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการหวัด รวมถึงสนับสนุนการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน
- การเจริญเติบโตและพัฒนาการ: จำเป็นต่อการสร้าง DNA และโปรตีน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตในเด็กและวัยรุ่น
- สุขภาพผิวและผม: ช่วยลดการอักเสบของผิว รักษาสิว และป้องกันผมร่วง
- การรักษาบาดแผล: สังกะสีช่วยเร่งการสมานแผลและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
อาการของภาวะขาดสังกะสี
การขาดสังกะสีอาจแสดงอาการที่หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคเรื้อรัง อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- ผิวหนังและผม: ผื่นผิวหนัง ผมร่วง หรือผมหงอกก่อนวัย
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: ป่วยบ่อย ติดเชื้อง่าย หรือแผลหายช้า
- การรับรสและกลิ่นผิดปกติ: สูญเสียการรับรสหรือกลิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อความอยากอาหาร
- การเจริญเติบโตล่าช้า: พบในเด็กที่มีภาวะขาดสารอาหาร
- ปัญหาการมองเห็น: ภาวะขาดสังกะสีรุนแรงอาจกระทบต่อจอประสาทตา
กลุ่มเสี่ยงต่อภาวะขาดสังกะสี
- เด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักแรกเกิดต่ำ: มีความต้องการสังกะสีสูงเพื่อการเจริญเติบโต
- ผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมสารอาหาร: เช่น โรคลำไส้อักเสบหรือโรค celiac
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: เช่น โรคไต โรคตับแข็ง หรือผู้ติดแอลกอฮอล์
- ผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ: อาหารจากพืชมีสังกะสีน้อยกว่าอาหารจากสัตว์
สาเหตุของภาวะขาดสังกะสี
ภาวะขาดสังกะสีเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้:
- การรับประทานอาหารไม่เพียงพอ: อาหารที่ขาดแร่ธาตุสังกะสี เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล หรือถั่ว
- ปัญหาการดูดซึม: โรคทางเดินอาหาร เช่น Crohn’s disease หรือการผ่าตัดลำไส้
- การสูญเสียสังกะสี: เช่น จากท้องเสียรุนแรงหรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ
- ความต้องการที่เพิ่มขึ้น: ในหญิงตั้งครรภ์หรือเด็กในวัยเจริญเติบโต

การบริโภคสังกะสีเกินขนาด: ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
การรับประทานอาหารเสริมสังกะสีมากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย โดยปริมาณที่แนะนำต่อวันสำหรับผู้ใหญ่คือ ไม่เกิน 40 มิลลิกรัม การบริโภคเกินขนาดอาจรบกวนการดูดซึมแร่ธาตุอื่น เช่น ทองแดงหรือเหล็ก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารอื่นๆ ได้
ปริมาณสังกะสีที่แนะนำ:
- ทารก (0-2 ปี): 2-3 มิลลิกรัม/วัน
- เด็ก (6-12 ปี): 4-8 มิลลิกรัม/วัน
- ผู้ใหญ่: 8-11 มิลลิกรัม/วัน (อาจสูงขึ้นในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีความต้องการพิเศษ)
การป้องกันและจัดการภาวะขาดสังกะสี
การรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูง
- อาหารที่อุดมด้วยสังกะสี ได้แก่:
- เนื้อสัตว์: เนื้อวัว เนื้อหมู ตับ
- อาหารทะเล: หอยนางรม กุ้ง ปู
- ถั่วและธัญพืช: เมล็ดฟักทอง ถั่วลิสง ข้าวกล้อง
- ผลิตภัณฑ์นม: นม ชีส โยเกิร์ต
การใช้อาหารเสริมสังกะสี
- อาหารเสริมสังกะสีอาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อป้องกันการบริโภคเกินขนาด
การตรวจวิตามินและแร่ธาตุในเลือด
- การตรวจระดับสังกะสีในเลือดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการประเมินภาวะขาดสารอาหาร ที่ Mbrace BNH Hospital เรามีบริการตรวจวิตามินและแร่ธาตุในเลือด เพื่อช่วยวางแผนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับคุณ ผลการตรวจสามารถระบุระดับสังกะสีและแร่ธาตุอื่นๆ เพื่อให้แพทย์แนะนำวิธีการเสริมที่เหมาะสม
การเชื่อมโยงกับโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินอื่นๆ
ภาวะขาดสังกะสีอาจเกิดร่วมกับการขาดวิตามินอื่นๆ เช่น วิตามิน A หรือ B12 ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม เช่น:
- วิตามิน A Deficiency: อาจทำให้ตาฝ้าฟางหรือมองเห็นในที่มืดได้ยาก
- วิตามิน B12 Deficiency: นำไปสู่โรคโลหิตจางและปัญหาทางระบบประสาท
การตรวจวิตามินในเลือดที่ Mbrace BNH Hospital สามารถช่วยวินิจฉัยภาวะขาดสารอาหารหลายชนิดพร้อมกัน เพื่อให้การรักษาครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
สรุป: ดูแลสุขภาพด้วยการจัดการภาวะขาดสังกะสี
ภาวะขาดสังกะสีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกันไปจนถึงผิวพรรณและการเจริญเติบโต การรับประทานอาหารที่หลากหลาย การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเหมาะสม และการตรวจสุขภาพเป็นประจำสามารถช่วยป้องกันและจัดการภาวะนี้ได้ ที่ Mbrace BNH Hospital เราให้บริการตรวจวิตามินในเลือดเพื่อสนับสนุนสุขภาพของคุณอย่างครบวงจร
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจวิตามินหรือการดูแลสุขภาพ ติดต่อเราที่ Mbrace BNH Hospital หรือนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Mayo Clinic. Zinc Deficiency. Retrieved on August 29, 2022, from https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/zinc-deficiency
- National Institutes of Health (NIH). Zinc: Fact Sheet for Health Professionals. Retrieved from https://ods.od.nih.gov/factsheets/Zinc-HealthProfessional/
- Harvard Health Publishing. Zinc: Benefits, Deficiency, Food Sources and Side Effects. Retrieved from https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/zinc
- Cleveland Clinic. Zinc Deficiency: Symptoms, Causes, Diagnosis, and Treatment. Retrieved from https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/23179-zinc-deficiency
- WebMD. Zinc: Uses, Side Effects, and More. Retrieved from https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-982/zinc
- Medical News Today. What to know about zinc deficiency. Retrieved from https://www.medicalnewstoday.com/articles/320185 [
- Journal of Nutrition. Zinc and Immune Function: The Biological Basis of Altered Resistance to Infection. Retrieved from https://academic.oup.com/jn
- Healthline. Zinc Deficiency: Symptoms, Causes, and Treatment. Retrieved from https://www.healthline.com/nutrition/zinc-deficiency-symptoms
- American Journal of Clinical Nutrition. Zinc Absorption and Metabolism. Retrieved from https://academic.oup.com/ajcn
- PubMed. Zinc Supplementation and Its Effects on Chronic Diseases. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/
English
简体中文




BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช