
สังกะสี (Zinc) เป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายต้องการเพื่อการทำงานของระบบต่างๆ เช่น ภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต และการสมานแผล แต่การบริโภคสังกะสีเกินขนาดอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
บทความนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณที่เหมาะสม ผลกระทบจากการบริโภคเกินขนาด และวิธีการรับประทานสังกะสีอย่างปลอดภัย
สังกะสีคืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย
สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถผลิตหรือเก็บสะสมได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหารหรืออาหารเสริม สังกะสีมีบทบาทสำคัญใน:
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวและป้องกันการติดเชื้อ
- สมานแผลและบำรุงผิว: ส่งเสริมการแบ่งตัวของเซลล์และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- สุขภาพผมและเล็บ: ลดปัญหาผมร่วงและเล็บเปราะ
- ป้องกันโรคบางชนิด: เช่น โรคต่อมลูกหมากในผู้ชาย และอาจลดความเสี่ยงของปอดบวมในเด็ก
แหล่งอาหารที่อุดมด้วยสังกะสี:
ได้แก่ หอยนางรม เนื้อแดง ตับ ไข่ ธัญพืช และผักใบเขียว
ปริมาณสังกะสีที่แนะนำต่อวัน:
ปริมาณสังกะสีที่ร่างกายต้องการขึ้นอยู่กับอายุ เพศ และสภาวะสุขภาพ ตามแนวทางของ National Institutes of Health (NIH) ดังนี้:
- ทารก (0-2 ปี): 2-3 มก./วัน
- เด็ก (6-8 ปี): 4 มก./วัน
- เด็ก (9-13 ปี): 8 มก./วัน
- ผู้ใหญ่ชาย (14 ปีขึ้นไป): 11 มก./วัน
- ผู้ใหญ่หญิง (14 ปีขึ้นไป): 8 มก./วัน
- หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร: 11-12 มก./วัน
ปริมาณสูงสุดที่ปลอดภัย (Tolerable Upper Intake Level) สำหรับผู้ใหญ่คือ 40 มก./วัน การบริโภคเกินกว่านี้อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
อันตรายจากการบริโภคสังกะสีเกินขนาด
การรับประทานสังกะสีมากเกินไป โดยเฉพาะจากอาหารเสริม อาจทำให้เกิดภาวะพิษจากสังกะสี (Zinc Toxicity) ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายดังนี้:
ผลข้างเคียงระยะสั้น:
- อาการทางระบบย่อยอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย
- รสชาติผิดปกติ: รู้สึกมีรสโลหะในปาก หรือสูญเสียการรับรสชั่วคราว
- ปวดศีรษะและเวียนศีรษะ: เกิดจากการรบกวนการทำงานของระบบประสาท
ผลกระทบระยะยาว:
- รบกวนการดูดซึมแร่ธาตุอื่น: สังกะสีในปริมาณสูงอาจยับยั้งการดูดซึมทองแดงและธาตุเหล็ก นำไปสู่ภาวะขาดแร่ธาตุเหล่านี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- ความเสียหายต่อไตและตับ: การสะสมสังกะสีในร่างกายมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะเหล่านี้
- ผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน: แม้ว่าสังกะสีจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ในปริมาณที่มากเกินไปอาจกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแทน
งานวิจัยจากวารสาร American Journal of Clinical Nutrition (2017) พบว่าการบริโภคสังกะสีเกิน 50 มก./วันเป็นเวลานานสัมพันธ์กับความเสี่ยงของภาวะขาดทองแดง ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือดแดง
กลุ่มเสี่ยงต่อการบริโภคสังกะสีเกินขนาด
- ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโดยไม่จำเป็น: เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมความงามหรือบำรุงผมที่มีสังกะสีปริมาณสูง
- ผู้ป่วยที่มีภาวะสุขภาพเฉพาะ: เช่น ผู้ป่วยโรคไตหรือตับที่อาจมีการขับสังกะสีออกจากร่างกายได้น้อยลง
- ผู้ที่ใช้ยาหรืออาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกัน: การบริโภคอาหารเสริมหลายตัวที่มีส่วนผสมของสังกะสีอาจทำให้ได้รับเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว
การป้องกันและจัดการโรคจากการขาดหรือเกินสังกะสี
การป้องกันการขาดสังกะสี:
การขาดสังกะสีอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผมร่วง ผิวแห้ง หรือพัฒนาการช้าในเด็ก การรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูง เช่น หอยนางรม เนื้อสัตว์ หรือธัญพืช เป็นวิธีที่ดีในการป้องกัน
งานวิจัยจาก The Lancet (2013) ระบุว่าการเสริมสังกะสีในเด็กที่ขาดสารอาหารช่วยลดความเสี่ยงของปอดบวมและท้องร่วงได้อย่างมีนัยสำคัญ

การจัดการเมื่อบริโภคสังกะสีเกินขนาด
- หยุดรับประทานอาหารเสริมทันที: หากสงสัยว่ามีอาการจากสังกะสีเกินขนาด
- ปรึกษาแพทย์: เพื่อตรวจระดับแร่ธาตุในร่างกายและรับการรักษาที่เหมาะสม
- ดื่มน้ำมากๆ: เพื่อช่วยขับสังกะสีส่วนเกินออกจากร่างกาย
- หลีกเลี่ยงอาหารเสริมที่มีสังกะสีสูง: จนกว่าร่างกายจะกลับสู่ภาวะปกติ
คำแนะนำสำหรับการใช้สังกะสีอย่างปลอดภัย
- เลือกอาหารเสริมที่มีปริมาณเหมาะสม: ควรมีสังกะสีไม่เกิน 15-25 มก./เม็ด และรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
- รับประทานอาหารที่หลากหลาย: เพื่อให้ได้รับสังกะสีและแร่ธาตุอื่นๆ ในปริมาณที่สมดุล
- อ่านฉลากผลิตภัณฑ์: ตรวจสอบปริมาณสังกะสีในอาหารเสริมและยาที่ใช้ เพื่อป้องกันการบริโภคซ้ำซ้อน
- ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ในกลุ่มเสี่ยง: เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
สรุป
สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การบริโภคเกิน 40 มก./วันอาจนำไปสู่อันตราย เช่น อาการคลื่นไส้ ภาวะขาดแร่ธาตุอื่น การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสังกะสีควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างระมัดระวังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสมดุลของแร่ธาตุในร่างกาย สำหรับผู้อ่านที่สนใจการป้องกันโรคจากการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุ การปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและปลอดภัย
คำแนะนำ:
ควรปรึกษาแพทย์และพิจารณา ตรวจวิตามินและแร่ธาตุในเลือด เช่น ที่ Mbrace BNH Hospital เพื่อวางแผนการเสริมสังกะสีอย่างเหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- National Institutes of Health (NIH). (2023). Zinc: Fact Sheet for Health Professionals. Retrieved from https://ods.od.nih.gov/factsheets/Zinc-HealthProfessional/
- Fosmire, G. J. (2017). Zinc toxicity. American Journal of Clinical Nutrition, 51(2), 225-227. DOI: 10.1093/ajcn/51.2.225
- Bhutta, Z. A., et al. (2013). Therapeutic effects of oral zinc in acute and persistent diarrhea in children in developing countries. The Lancet, 381(9874), 1362-1370. DOI: 10.1016/S0140-6736(12)61539-6
English
简体中文




BNH Annual Checkup Package ตรวจสุขภาพประจำปี ราคาพิเศษ โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช